หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เลสเตอร์ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง แต่ยังคงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยเฉพาะ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซึ่งพร้อมลยืนล่าตาข่ายนัดบุกไปเยือน "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซึ่งกลับมาโชว์ฟอร์มดีอีกครั้งในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 29 ต.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงก่อนเลย


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เลสเตอร์ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เลสเตอร์ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เลสเตอร์ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเกี้ยม

เวลา : 18.30 น.


เลสเตอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ บอร์นมัธ 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับหนีจากโซนท้ายตารางคะแนนต่อไป หลัโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นจากการไร้พ่ายมาแล้ว 3 เกม โดยตอนนี้อยู่อันดับ 17 แข่ง 12 นัด มี 11 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว แต่ไม่กระทบต่อการจัดทีมชุดใหญ่ลงสนาม เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-1-4-1

แดนนี่ วอร์ด, ดาเนียล อมาร์ตี้, เวาท์ เฟส, เจมส์ จัสติน, ติโมธี คาสตาเญ่, บูบาการี่ ซูมาเร่, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, ยูริ ติเลอมองส์, ฮาร์วีย์ บาร์นส, เจมส์ แมดดิสัน, เจมี่ วาร์ดี้


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก แดนนี่ วอร์ด เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว ส่วนมือหนึ่งยังคงเป็นหน้าที่ของ ดาเนี่ยล อีเวอร์เซ่น นั่งเป็นตัวรองในตำแหน่งนี้ต่อไปเหมือนเดิม


แนวรับ : ยังคงไร้ จอนนี่ อีแวนส์ ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ เวาท์ เฟส ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ดาเนียล อมาร์ตี้ ซึ่งพร้อมขยับจากมิดฟิลด์เพื่อถอยลงมายืนเล่นในจุดนี้อยู่แล้ว ทำให้ ชักลาร์ โซยุนชู ต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายไม่มี ไรอัน เบอร์ทรานด์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงพร้อมให้ เจมส์ จัสติน ออกสตาร์ทในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ ติโมธี คาสตาเญ่ ซึ่งออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวา เนื่องจาก ริคาร์โด้ เปไรร่า ยังไม่หายเดี้ยงนั่นเอง

แดนกลาง : ขาดเพียงแค่ วิลฟีด เอ็นดิดี้ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงพร้อมให้ บูบาการี่ ซูมาเร่ ลงไปเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ และให้ เดนนิส ปราท กับ นัมปาลิส เมนดี้ เป็นตัวสำรองในตำแหน่งไปก่อน ส่วน เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ กับ ยูริ ติเลอมองส์ น่าจะได้ลงไปยืนเป็นมิดฟิลด์คู่กันเหมือนนัดก่อน


แนวรุก : พร้อมให้ เจมส์ แมดดิสัน สวมบทเป็นปีกขวาไปเลย เพราะเป็นตัวจริงในตำแหน่งอยูาแล้ว ทำให้ อโยเซ่ เปเรซ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนปีกซ้ายเตรียมเป็นหน้าที่ของ ฮาร์วีย์ บาร์นส ต่อไปเหมือนกัน เพราะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า มาร์ค อัลไบร์ทตัน อยู่แล้ว ขณะที่กองหน้าตัวเป้าส่อดร็อป พัตสัน ดาก้า กลับมานั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ ซึ่งเตรียมอยู่ที่ข้างสนามต่อไป เพื่อให้ เจมี่ วาร์ดี้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6-3 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูง โดยตอนนี้อยู่อันดับ 2 แข่ง 11 นัด มี 26 คะแนน ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงที่มีคิวลงฃเตะในวันถัดไปเพียง 2 แต้มเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจักทีมชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, รูเบน ดิอาส, อายเมริก ลาปอร์ก, เซร์คิโอ โกเมซ, เจา คันเซโล่, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกาน, แจ็ค กรีลิช, ฟิล โฟเด้น, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอแดร์ซอน โมราเอส ลงไปยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งเหมือนเดิม ส่วนในรายของ สเตฟาน ออร์เตก้า ยังคงสวมบทเป็นมือสองนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามต่อไป


แนวรับ : น่าจะให้ อายเมริก ลาปอร์ก กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ รูเบน ดิอาส ทำให้ จอห์น สโตนส์ รวมถึง นาธาน อาเก้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ เซร์คิโอ โกเมซ ลงไปยืนประจำการ เพื่อฝห้ มานูเอล อคานยี่ ได้พักจากการลงเล่นแบบต่อเนื่องเลย ขณะที่ เจา คันเซโล่ ยังคงพร้อมยึดตำแหน่งตัวจริงตรงแบ็กขวาต่อไป โดยมี ริโก้ ลูวิส นั่งเป็นตัวสแตนบายตรงตุดนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังไม่หายจากโรคเดี้ยงนั่นเอง

แดนกลาง : ขาดเพียงแค่ คัลวิน ฟิลลิปส์ ซึ่งยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป และไม่น่าจะให้ โคล พาลเมอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว จึงน่าจะให้ 3 ประสานตัวหลัก นั่นก็คือ โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์ และ อิลคาย กุนโดกาน ลงไปยืนคุมเกมตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม เพราะว่าเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์ทั้งหมดเลย


แนวรุก : เตรียมดร็อป ริยาด มาห์เรซ เป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ นั่งอยู่ที่ข้างสนามตามเดิม และน่าจะพัก แบร์นาร์โด้ ซิลวา อีกรายหนึ่งด้วย เพื่อให้ แจ็ค กรีลิช ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งปีกซ้าย และให้ ฟิล โฟเด้น สวมบทเป็นปีกขวา ส่วนกองหน้าตัวเป้าไมาเปลี่ยนแปลงไปจาก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซึ่งยังคงรั้งตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกจากการสอยตาข่ายไปแล้วถึง 17 ประตูเลยทีเดียว


สถิติการพบกันเอง


สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 88 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 42 เกม เสมอ 18 เกม และแพ้ 28 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 6-3 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เลสเตอณ์ เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 0-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด


พรีเมียร์ลีก อักฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เลสเตอร์ 2-5

พรีเมียร์ลีก อักฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2

คอมมูนิตี้ ชิลด์ ปี 2021 : เลสเตอร์ ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0

พรีเมียร์ลีก อักฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

พรีเมียร์ลีก อักฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เลสเตอร์ 6-3


ความน่าจะเป็น


เพราะจมปลักอยู่ตรงโซนท้ายจารางคะแนนอยู่นานพอสมควร และเคยจำใจรั้งตำแหน่งบ๊วยอยู่นานเหมือนกัน แต่ตอนนี้ เลสเตอร์ สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้บ้างแล้ว จึงสามารถหลุดจากพื้นที่สีแดงได้แล้วด้วย ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทบไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บเลย และพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพื่อเป้าหมายหลักคือคว้าชัยเพื่อขยับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงนั่นเอง คาดว่า “เรือใบสีฟ้า” พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน เพราะมีเดิมพันคืออันดับ 1 บนหัวตารางคะแนน แม้ว่าเจ้าบ้านจะเล่นเกมสวนกลับเร็วได้ดี แต่ทีมเยือนมีความเหนียวแน่น และเฉียบคมมากว่าเยอะเลย จึงน่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มไปตามคาด


ผลที่คาด : เลสเตอร์ แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 126 ครั้ง