หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลีดส์ ยูไนเต็ด VS แมนฯ ซิตี้

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ส่อเตรียมปรับบางตำแหน่ง โดยพร้อมให้กาเบรยีบ เชซุส กองหน้าฟอร์มแรงออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดเยือน "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลีดส์ ยูไนเต็ด VS แมนฯ ซิตี้
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลีดส์ ยูไนเต็ด VS แมนฯ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ลีดส์ ยูไนเต็ด VS แมนฯ ซิตี้

สนาม : เอลแลนด์ โร้ด

เวลา : 23.30 น.


ลีดส์ ยูไนเต็ด

เจสซี่ มาร์ช กุนซือ "ยูงทอง" จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับหนีจากโซนท้ายตารางกันต่อไป หลังทำผลงานได้ดีขึ้นแบบต่อเนื่องจากการไร้พ่ายมาแล้วถึง 5 เกม นับตั้งแต่ปลด มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือคนก่อนออกจากตำแหน่ง จึงยังคงต้องเดินหน้าเก็บชัยเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในศึกพรีเมียร์ลีก เพราะมีคะแนนเหนือกว่าโซนตกชั้นไม่มากนัก แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด เพราะทะยอยกันหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้หลายคนแล้วนั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อิลลาน เมสลิเย่ร์, เลียม คูเปอร์, ดิเอโก้ ยอเรนเต้, สจ๊วร์ต ดัลลาส, ลุค อายลิ่ง, คัลวิน ฟิลลิปส์, มาเตอุสซ์ คลิช, ราฟินญ่า, โรดริโก้ โมเรโน่, แจ็ค แฮร์ริสัน, ดาเนี่ยล เจมส์


ผู้รักษาประตู : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เพราะจะเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ อิลลาน เมสลิเย่ร์ แม้จะเสียประตูในศึพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 68 ลูกจากการลงสนามยืนเฝ้าเสา 33 เกม แต่ยังคงเป็นเจ้าของสถิติออกแรงเซฟประตูได้มากที่สุดถึง 125 ครั้งเลยทีเดียว

แนวรับ : น่าจะให้ ปาสกาล สเตราช์ นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เนื่องจาก เลียม คูเปอร์ กับ ดิเอโก้ ยอเรนเต้ ยังคงยืนจับคู่เป็นกองหลังได้แบบดีเยี่ยม ส่วนแบ็กซ้ายยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ จูเนียร์ ฟีร์โป แต่น่าจะให้ สจ๊วร์ต ดัลลาส ทำหน้าที่ต่อไป เช่นเดียวกับ ลุค อายลิ่ง ซึ่งจะสวมบทเป็นแบ็กขวาต่อไป

แดนกลาง : ยังคงไร้ อดัม ฟอร์ชอว์ กับ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส ได้รับบาดเจ็บ แต่พร้อมให้ คัลวิน ฟิลลิปส์ ยืนเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์ และน่าจะเลือก มาเตอุสซ์ คลิช เหนือกว่า โรบิน ค็อค เพื่อให้ลงไปช่วยตัดเกมตรงกลางสนามนั่นเอง

แนวรุก : พร้อมจัดเต็มตามตัวเลือกที่มีอยู่ จึงพร้อมให้ 3 แข้งหลักได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย ไล่ตั้งแต่ ราฟินญ่า ในตำแหน่งปีกขวาฝั่งตรงกันข้ามกับ แจ็ค แฮร์ริสัน ทางฝั่งซ้าย และพร้อมวาง โรดริโก้ โมเรโน่ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในบทบาทของเพลย์เมกเกอร์เหมือนเช่นเคย

กองหน้า : ไม่มี แพทริค แบมฟอร์ด ซึ่งยังคงต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป จึงพร้อมขยับ ดาเนี่ยล เจมส์ ปีกร่างเล็กให้ขึ้นไปสวบทเป็นกองหน้าตามเดิม โดยพร้อมให้ โจ เกลฮาร์ดท์ แข้งดาวรุ่งเป็นตัวสำรองคอยสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม


แมนฯ ซิตี้

"เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" ส่อปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อเก็บแข้งดังบางรายเอาไว้ใช้งานในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิส นัดที่ 2 ช่วงกลางสัปดาห์หน้า แต่ยังคงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะยังคงต้องเดินหน้าเก็บชัยเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป หลังจากที่โดน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 ไล่จี้มาแบบหายใจรดต้นคอมานานแล้ว แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระบทบต่อการจัดทีมอย่างแน่นอน โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังคงมีตัวผู้เล่นให้เลือกใช้งานได้แบบเต็มอัตราศึกเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, เจา คันเซโล่, รูเบน ดิอาส, อายเมริก ลาปอร์ก, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส, แจ็ค กรีลิช, ฟิล โฟเด้น


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เอแดร์ซอน โมราเอส ยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งต่อไป

แนวรับ : ต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์ และ นาธาน อาเก้ แต่จะได้ เจา คันเซโล่ กลับสวมบทเป็นแบ็กขวา หลังได้พักมาแบบเต็มๆ เพราะติดโทษแบนในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเอง ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ รับหน้าที่นี้ต่อไป ขณะที่คู่กองหลังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะให้ รูเบน ดิอาส ยืนคู่กับ อายเมริก ลาปอร์ก เหมือนเดิม

แดนกลาง : น่าจะให้ แฟร์นันดินโญ่ กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง โดยพร้อมวาง โรดรี้ ยืนเป็นตัวคุมเกม และน่าจะดร็อป อิลคาย กุนโดกาน เป็นตัวสำรองเพื่อให้ได้พัก และน่าจะขยับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ให้ลงมาช่วยแผงมิดฟิลด์ ส่วนในรายของ เควิน เดอ บรอยน์ ยังคงพร้อมสวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์เหมือนเช่นเคย

กองหน้า : มีตัวให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย โดยน่าจะให้ กาเบรียล เชซุส ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งขวา หลังโชว์ฟอร์มในนัดก่อนที่เหมายิงประตูคนเดียวได้ถึง 4 ลูก แต่น่าจะพัก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กับ ริยาด มาห์เรซ เป็นตัวสำรองเพื่อเก็บเอาไว้ใช้งานในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปช่วงกลางสัปดาห์หน้า จึงน่าจะให้ แจ็ค กรีลิช ยืนทางฝั่งซ้าย และวาง ฟิล โฟเด้น ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าไปเลย


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 105 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 45 เกม เสมอ 18 เกม และแพ้ 42 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่าลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านไล่ถล่มแบบขาดลอยถึง 7-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" เหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 3 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 1 เกม สำหรับผลงาน 5 เกมหลังสุดที่สนามแห่งนี้ ปรากฎว่ามีสถิติสูสีกัน เพราะผลัดกันชนะ-แพ้ทีมละ 2 เกม และลงเอยด้วยผลเสมออีก 1 เกม


ความน่าจะเป็น

เพราะว่าพลาดทำคะแนนหลุุดมือไม่ได้เป็นอันขาด ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องเดินหน้าเก็บชัยต่อไปให้ถึงที่สุด หากต้องการเข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และเป็นการกันท่าไม่ให้ ลิเวอร์พูล มีลุ้นแซงขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงด้วย หลังจากที่ไล่ตามมาแบบกระชั้นชิดเลยนั่นเอง โดยหลังจากนี้ถ้าเก็บชัยชนะจากการลงสนามในทุกเกมตามโปรแกรมที่เหลือทั้งหมดก็จะได้เข้าป้ายแชมป์แบบไม่ต้องสนใจผลงานของ "หงส์แดง" เลยด้วยซ้ำ


ส่วน ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังคงต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เพราะยังมีโอกาสตกชั้นได้เหมือนกัน จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม หลังจากที่ได้พวกแข้งหลักที่สลับกันเดี้ยงกลับมาช่วยทีมได้เกือบหมดแล้ว และทำผลงานได้ดีขึ้นแบบต่อเนื่องเลย นับตั้งแต่ได้ เจสซี่ มาร์ช เข้ามาสวมบทเป็นกุนซือคนใหม่ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา


คาดว่า "เรือใบสีฟ้า" น่าจะอาศัยขุมกำลังนักเตะที่เหนือกว่าเข้าบดขยี้ใส่เจ้าบ้านได้แน่ แม้จะต้องระวังเกมสวนกลับของ "ยูงทอง" เอาไว้ให้ดีๆ แต่ว่าทีมเยือนยังคงมีเกมรับที่เหนียวแน่นจากการเสียประตูน้อยที่สุดในศึกพรีเมียรลีกด้วยจำนวน 21 ลูกเท่านั้น และมีความหลากหลายจากพวกแข้งดังฝีเท้าดีที่สามารถหยิบมาใช้งานได้ตลอดเลย คาดว่า "เรือใบสีฟ้า" น่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มไปตามเป้า


ผลที่คาด : ลีดส์ ยูไนเต็ด แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-2

ดู 271 ครั้ง