หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ฟูแล่ม VS ลิเวอร์พูล

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีปัญาหานักเตะได้รับบาดเจ็บบางตำแหน่ง แต่พร้อมให้ ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าตัวใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อลงไปประสานงานกับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ นัดเยือน "เจ้าส้วน้อย" ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ในเกมประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 6 ส.ค.นี้


วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ฟูแล่ม VS ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ฟูแล่ม VS ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟูแล่ม VS ลิเวอร์พูล

สนาม : คราเวน ค็อตเทจ

เวลา : 18.30 น.


ฟูแล่ม

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

เดอะแชมเปี้ยนชิพ : แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-4 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ นีซ 2-0 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : แพ้ เบนฟิก้า 1-5 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เอสโตริช 3-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ บียาร์เรอัล 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ มาร์โก ซิลวา จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในเกมอุ่นแข้งที่เปิดบ้านเสมอ บียาร์เรอัล 1-1 เพื่อให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด แม้จะมีนักเตะไม่ฟิตสมบูรณ์อยู่บ้าง แต่น่าจะเข็นลงสนามได้แบบทันเวลา โดยเฉพาะ 2 กองกลางตัวใหม่ นั่นก็คือ เจา พัลฮิญ่า กับ อันเดรียส เปไรร่า และพร้อมให้ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช กองหน้าตัวเก่งนำทัพในแดนหน้าด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-5-1

มาเร็ค โรเด็ค, โทสิน อดาราบิโอโย่, ทิม รีม, เคนนี่ เตเต้, อันโตนี่ โรบินสัน, เจา พัลฮิญ่า, ทอม แคร์นีย์, อันเดรียส เปไรร่า, บ็อบบี้ รีด, นีสเค่นส์ เคบาโน่, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช


ผู้รักษาประตู : น่าจะให้ มาเร็ค โรเด็ค ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป แม้จะเพิ่งคว้า แบรนด์ เลโน่ นายด่านคนใหม่เข้ามาช่วยยืนเฝ้าเสาอีกหนึ่วรายก็ตาม แต่น่าจะเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน

แนวรับ : พร้อมให้ โทสิน อดาราบิโอโย่ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ทิม รีม เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ เคนนี่ เตเต้ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อันโตนี่ โรบินสัน ในตำแหน่งแบ็กซ้ายเหนือกว่า โจ ไบรอัน นั่งเป็นตัวสำรอง

แดนกลาง : ส่อดร็อป แฮร์ริสัน รีด เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เจา พัลฮิญ่า มิดฟิลด์ตัวใหม่ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ ทอม แคร์นีย์ กัปตันทีม และน่าจะให้ อันเดรียส เปไรร่า สมวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา ส่วนในรายของ บ็อบบี้ รีด พร้อมทำหน้าที่เป็นปีกซ้ายด้วยเช่นกัน

แนวรุก : เตรียมวาง นีสเค่นส์ เคบาโน่ สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ ทำให้ อีวาน คาวาไลโร่ จะต้องอยู่ที่ข้างสนาม ส่วนกองหน้าตัวเป้าพร้อมให้ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ยืนค้ำในแนวรุก และมีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวเดอะแชมเปี้ยนชิพจากเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนจากการยิงได้มากถึง 43 ประตูเลยทีเดียว


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 0-1 (เยือน)

คอมมูนิตี้ ชิลด์ : ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เป็นฝ่ายชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ในศึกชิงโล่ห์การกุศลคอมมูนิตี้ ชิลด์ เพื่อให้พวกแข้งหลักกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด แม้จะมีนักเตะขาดหายไปในบางตำแหน่ง เพราะต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ แต่ว่าพวกดาวดังยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าตัวใหม่


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อาเดรียน, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์, โจเอล มาทิป, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, หลุยส์ ดิอาซ, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, ดาร์วิน นูนเญซ


ผู้รักษาประตู : หมดสิทธิ์ใช้งาน อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายด่านมือหนึ่งได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ อาเดรียน นายทวารตัวสำรองในฐานะมือหนึ่งลงไปยืนเฝ้าเสาแทน

แนวรับ : น่าจะให้ โจเอล มาทิป ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ ทำให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ส่อนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนแบ็กซ้ายไม่มี คอสตาส ซิมิคาส ได้รับบาดเจ็บ แต่ว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน พร้อมลงเล่นเป็นในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ พร้อมยืนปักหลักในตำแหน่งแบ็กขวาตามเดิม

แดนกลาง : ไม่มี อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่พร้อมใช้งาน 3 ตัวหลักอยู่แล้ว นั่นก็คือ ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า ส่วนพวกดาวรุ่ง ไล่ตั้งแต่ ฮาร์วีย์ เอลเลียต, เคอร์ติส โจนส์ รวมถึงแข้งใหม่อย่าง ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสกันไปก่อน และน่าจะมี เจมส์ มิลเลนอร์ มิดฟิลด์จอมเก๋านั่งอยู่ที่ข้างสนามด้วยเช่นกัน

แนวรุก : ไร้เงา ดิโอโก้ โจต้า ได้รับบาดเจ็บ และไม่น่าจะให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพื่อเปิดทางให้ ดาร์วิน นูนเญซ ได้ประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก และพร้อมให้ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกด้วยเช่นกัน หลังจากที่สวมบทเป็นตัวสำรองในเกมอุ่นแข้งมาโดยตลอด ส่วนตัวริมเส้นฝั่งขวาเตรียมเป็นหน้าที่ของ หลุยส์ ดิอาซ อยู่แล้ว


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 70 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 41 เกม เสมอ 17 เกม และแพ้ 13 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า ฟูแล่ม บุกไปชนะ 1-0


สถิติพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2014 : ฟูแล่ม แพ้ ลิเวอร์พูล 2-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2018 : ลิเวอร์พูล ชนะ ฟูแล่ม 2-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2019 : ฟูแล่ม แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : ฟูแล่ม เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : ลิเวอร์พูล แพ้ ฟูแล่ม 0-1


ความน่าจะเป็น

ให้พวกแข้งสำรองลงสนามในช่วงปรีซีซั่นเพื่อเป็นการลองทีมแบบต่อเนื่องเลย แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ ลิเวอร์พูล จะให้พวกนักเตะตัวหลักแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันไปเลย แม้จะมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามอย่างแน่นอน เพราะมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย จึงเตรียมได้เห็น 3 ประสานแนวรุกยุคใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย หลุยส์ ดิอาซ, โมฮาเม็ด ซาล่าห์ รวมถึง โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ได้ลงสนามพร้อมกันตั้งแต่นาทีแรกไปเลย


ส่วน ฟูแล่ม มีการลงทุนซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพด้วยเช่นกัน แต่ยังคงต้องใช้เวลาปรับจูนทีมกันอีกสักพักหนึ่งเพื่อให้มีความลงตัวมากกว่านี้ จึงคาดว่าน่าจะยึดทีมจากชุดที่ลงเตะในเดอะแชมเปี้ยนชิพเมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้วเป็นหลักไปก่อน


คาดว่า "หงส์แดง" มีความหลากหลายในเรื่องของเกมรุกมากกว่า แต่ว่าแนวรับจะต้องระวัง อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ดาวซัลโวเดอะแชมเปี้ยนชิพจากเมื่อช่วงซีซั่นที่แล้วเอาไว้ให้ดีๆ อย่างไรก็ตามทีมเยือนยังคงมีกองหลังฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้หลายคนเลย จึงน่าจะต้านทานแนวรุกของเจ้าบ้านเอาไว้ได้ และน่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะพร้อมกับ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านได้สำเร็จ


ผลที่คาด : ฟูแล่ม แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 346 ครั้ง