หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หายป่วยกลับมาค้ำแนวรุกนัดเยือน "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมหนีตกชั้นในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 9 เม.ย. เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยไล่ล่าพื้นที่ท็อปโฟร์ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เอฟเวอร์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : กูดิสัน ปาร์ค

เวลา : 18.30 น.


เอฟเวอร์ตัน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 (เหย้า)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เวสต์แฮม 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบิร์นลีย์ 2-3 (เยือน)


แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ เบิร์นลีย์ 2-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยหนีตกชั้น เพราะตอนนี้ยังอยู่ในโซนท้ายตารางคะแนน และพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 2 เกมซ้อน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคนเลย แต่จะได้ ไมเคิล คีน กับ อัลลัน พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง ขณะที่แนวรุกยังคงมี ริชาร์ลิซอน และ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เป็นแกนหลักในแดนหน้า


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

จอร์แดน พิคฟอร์ด, เซมุส โคลแมน, เมสัน โฮลเกต, ไมเคิล คีน, จอนโจ้ เคนนี่, อันโธนี่ กอร์ดอน, อัลลัน, อับดูลาเย่ ดูคูเร่, อเล็กซ์ อิโวบี้, ริชาร์ลิซอน, โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่ง นั่นก็คือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยืนเฝ้าเสาต่อไป

แนวรับ : ยังคงไร้ เยร์รี่ มีน่า ได้รับบาดเจ็บ จึงเตรียมส่ง ไมเคิล คีน พ้นโทษแบนกลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ เมสัน โฮลเกต ส่วนแบ็กขวาเตรียมเป็นหน้าที่ของ เซมุส โคลแมน ซึ่งะยืนคนละฝั่งกับ จอนโจ้ เคนนี่ ทางฝั่งซ้าย

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ติดเงื่อนไขยืมตัวมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด และจะได้ อัลลัน พ้นโทษแบนกลับมายืนคุมเกมร่วมกับ อับดูลาเย่ ดูคูเร่ ส่วนปีกขวาน่าจะใช้ อันโธนี่ กอร์ดอน และวาง อเล็กซ์ อิโวบี้ สวมบทเป็นปีกซ้าย เนื่องจาก อันดรอส ทาวน์เซ่นต์ ยังไม่หายเดี้ยง

กองหน้า : ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะยังคงมีตัวเลือกใน 2 อันดับแรกอยู่แล้ว โดยพร้อมให้ ริชาร์ลิซอน ยืนล่าตาข่ายร่วมกับ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน


แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ วัตฟอร์ด 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ สเปอร์ส 3-2 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า)


ราล์ฟ รังนิค กุนซือ "ปีศาจแดง" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ เลสเตอร์ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยเบียดแย่งพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกต่อไป เพราะยังคงต้องขับเคี่ยวกับอีกหลายๆ ทีม โดยเฉพาะ อาร์เซนอล และ สเปอร์ส รวมถึง เวสต์แฮม ด้วยเช่นกัน จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บ และจะได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หายป่วยกลับมายืนเป็นกองหน้าด้วย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ราฟาเอล วาราน, อเล็กซ์ เตลเลส, บรูโน่ แฟร์นันเดส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟรด, มาร์คัส แรชฟอร์ด, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, จาดอน ซานโช่


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม

แนวรับ : ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ ลุค ชอว์ แต่น่าจะให้ อเล็กซ์ เตลเลส ลงไปยืนเป็นแบ็กซ้ายฝั่งตรงกันข้ามกับ ดิโอโก้ ดาโลต์ ในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนคู่กองหลังน่าจะดร็อป วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ รวมถึง เอริค ไบญี่ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพื่อให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยืนคู่กับ ราฟาเอล วาราน ต่อไป

แดนกลาง : อาจจะดร็อป ปอล ป๊อกบา เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไปคุมเกมร่วมกับ เฟรด และ บรูโน่ แฟร์นันเดส

แนวรุก : ไม่มี เอดินสัน คาวานี่ ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หายป่วยกลับมายืนเป็นกองหน้า ทำให้ แอนโธนี่ เอลังก้า เตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนตัวริมเส้นฝั่งขวาน่าจะให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไปยืนคนละฝั่งกับ จาดอน ซานโช่ ทางฝั่งซ้าย


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 205 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติ ชนะ 90 เกม เสมอ 48 เกม และแพ้ 67 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้เกิดขึ้นในศึกคาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" บุกไปชนะ 2-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่าลงเอยด้วยผลเสมอที่บ้านของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 1-1 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" ไม่พลาดท่าแพ้เลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 2 เกม และเสมออีก 3 เกม

ความน่าจะเป็น

เป้าหมายสูงสุดตอนนี้คือการเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกให้ได้ แต่ว่าทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพบกับความลำบากในการลุ้นไปด้วยเลย เพราะมีสถานการณ์เป็นรอง อาร์เซนอล และ สเปอร์ส รวมถึง เวสต์แฮม ซึ่งมีอันดับอยู่เหนือกว่า จึงต้องพยายามลุยเพื่อคว้าชัยให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้ต่อยอดไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้ จึงพร้อมให้พวกดาวดังลงสนามเป็นตัวจริงไปเลย แม้ว่าแนวรุกจะผลิตสกอร์ได้น้อยไปหน่อย เพราะใช้โอกาสสอยตาข่ายในแต่ละเกมได้ค่อนข้างเปลืองมากๆ เลย และดูเหมือนว่านักเตะจะมีปัญหาเรื่องของสภาพจิตใจ เพราะเล่นกันแบบเหมือนคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ยังคงมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนปักหลักในแดนหน้า และพร้อมเป็นตัวทีเด็ดเพื่อยิงประตูสำคัญได้ทุกเมื่อเลย


ส่วน เอฟเวอร์ตัน กลายเป็นทีมที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นแบบเต็มตัวไปเสียแล้ว เพราะยังคงจมปลักอยู่ในโซนท้ายตาราง และยังตามหาฟอร์มเก่งไม่เจอเลยด้วย นับตั้งแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามารับงานคุมทีมเมื่อช่วงต้นปีนี้ หลังจากนั้นได้คุมทีมลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีกไปแล้วทั้งหมด 9 เกม ปรากฎว่า ชนะเพียงแค่ 2 นัด และแพ้ถึง 7 เกมเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีปัญหานักเตะผลัดกันหายไปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนเช่นกัน จึงไม่สามารถจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามได้แบบพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที แต่ยังพร้อมฮึดสู้ในเกมที่เหลือของฤดูกาลนี้ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในศึกพรีเมียร์ลีก เพราะไม่อยากจะตกชั้นลงไปเล่นในเดอแชมเปี้ยนชิพอย่างแน่นอน


ถือว่าทั้งสองทีมทำผลงานในภาพรวมได้ไม่น่าประทับใจเสียเท่าไรนัก โดยเฉพาะ เอฟเวอร์ตัน ถึงขั้นต้องหนีตกชั้นไปเลย ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด หมดลุ้นแชมป์ไปแล้วทุกรายการ และเหลือเพียงแค่เป้าหมายการลุ้นติด 4 อันดับแรก ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยด้วย เพราะว่ามีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป และพร้อมไปให้ถึงจุดหมายที่วางเอาไว้ด้วย แต่ด้วยสภาพทีมที่สมบูรณ์กว่า คาดว่า "ปีศาจแดง" น่าจะเป็นฝ่ายบุกไปเก็บชัยได้แบบหวุดหวิด แม้จะต้องออกแรงเหนื่อยอยูพอสมควรก็ตาม


ผลที่คาด : เอฟเวอร์ตัน แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1

ดู 126 ครั้ง