หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เอฟเวอร์ตัน VS เชลซี

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี พร้อมให้ 2 แข้งใหม่ นั่นก็คือ คาลิดู คาลิบาลี่ กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกนัดเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ไร้เงา โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน กองหน้าตัวเก่งในเกมประเดิมสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 6 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เอฟเวอร์ตัน VS เชลซี
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เอฟเวอร์ตัน VS เชลซี

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เอฟเวอร์ตัน VS เชลซี

สนาม : กูดิสัน ปาร์ค

เวลา : 23.30 น.


เอฟเวอร์ตัน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ อาร์เซนอล 1-5 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ อาร์เซนอล 0-2 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : แพ้ มินเนโซต้า ยูไนเต็ด 0-4 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ แบล็คพูล 4-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ดินาโม เคียฟ 3-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เปิดบ้านชนะ ดินาโม เคียฟ 3-0 และน่าจะได้เห็น 2 สมาชิกใหม่ นั่นก็คือ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และ ดไวท์ แม็คนีล ซึ่งย้ายมาจาก เบิร์นลีย์ เหมือนกันได้ออกสตาร์เป็นตัวจริงทั้งคู่เลย ส่วนพวกแข้งหลักรายอื่นๆ พร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน ยกเว้น โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน กองหน้าตัวเป้า เพราะได้รับบาดเจ็บในช่วงก่อนเกมนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

จอร์แดน พิคฟอร์ด, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, ไมเคิล คีน, ซีมุส โคลแมน, วิตาลี่ มีโคเลนโก้, อัลลัน, อับดูลาเย่ ดูคูเร่, อังเดร โกเมส, ดไวท์ แม็คนีล, แอนโธนี่ กอร์ดอน, อันดรอส ทาวน์เซ่นด์


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก จอร์แดน พิคฟอร์ด ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นมือหนึ่งตามเดิม หากไม่โชคร้ายเจอโรคเดี้ยงเล่นงานในช่วงก่อนเกมไปเสียก่อน

แนวรับ : พร้อมให้ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ กองหลังตัวใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย และน่าจะให้ยืนคู่กับ ไมเคิล คีน ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ ซีมุส โคลแมน พร้อมสวมบทกัปตันทีมเพื่อยืนคนะฝั่งกับ วิตาลี่ มีโคเลนโก้ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : น่าจะดร็อป เดเล่ อัลลี่ เป็นตัวสำรองไปก่อน เพื่อให้ อังเดร โกเมส ลงไปยืนคุมเกม และวาง อัลลัน กับ อับดูลาเย่ ดูคูเร่ เป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน ส่วนในนรายของเด็กปั้น นั่นก็คือ ทอม เดวิส น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน กองหน้าตัวสเก่งเจอโรคเดี้ยงเล่นงานไปเสียก่อน แต่เตรียมได้เห็น ดไวท์ แม็คนีล ปีกตัวใหม่ยืนปั้นเกมทางฝั่งซ้าย และพร้อมให้ แอนโธนี่ กอร์ดอน ยืนอยู่ทางขวาไปเลยด้วย ส่วนกองหน้าอาจจะขยับ อันดรอส ทาวน์เซ่นด์ ขึ้นไปยืนค้ำในแนวรุกแทน


เชลซี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ คลับ อเมริกา 2-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ชาร์ลอตต์ 1-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ อาร์เซนอล 0-4 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อูดิเนเซ่ 3-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อูดิเนเซ่ (ทีมสำรอง) 2-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ้นแข้งที่บุกไปชนะ อูดิเนเซ่ 3-1 เพราะให้พวกแข้งหลักลงสนามหลายคนเลย ส่วนเกมที่เอาชนะ อูดิเนเซ่ 2-0 เป็นการใช้ตัวสำรองลงสนามทั้งหมดเลย แม้จะมีนักเตะไม่ฟิตสมบูรณ์อยู่หลายคน แต่น่าจะได้เห็นทีมชุดที่ดีที่สุดออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยเฉพาะ 2 สมาชิกใหม่ นั่นก็คือ คาลิดู คูลิบาลี่ กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซึ่งน่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกทั้งคู่เลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

เอดูอาร์ เมนดี้, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คาลิดู คูลิบาลี่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รีซ เจมส์, มาร์กอส อลอนโซ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เมสัน เมาท์, ไค ฮาเวิร์ตซ


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เอดูอาร์ เมนดี้ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งตามเดิม ส่วนในรายของ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า เตรียมสวมบทเป็นตัวสำรองไปก่อน ท่ามกลางข่าวคราวที่ว่าใกล้จะได้ย้ายทีมเสียแล้ว

แนวรับ : พร้อมให้ ติอาโก้ ซิลวา เป็นแกนหลัก และน่าจะวาง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า รวมถึง คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังตัวใหม่ลงไปช่วยคุมเกมด้วย ส่วน เทรโวห์ ชาโลบาห์ น่าจะเริ่มต้นด้วยการอยู่ที่ข้างสนาม

แดนกลาง : ส่อดร็อป มาเตโอ โควาซิช เป็นตัวสำรอง รวมถึง คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เด็กปั้นที่เพิ่งกลับมาจากยืมตัว เพื่อให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยืนคุมเกมร่วมกับ จอร์จินโญ่ ส่วนตัวริมเส้นฝั่งขวาน่าจะเลือก รีซ เจมส์ เหนือกว่า เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ ขณะที่ฝั่งซ้ายน่าจะใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ เหนือกว่า เบน ชิลเวลล์ ซึ่งยังไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อย

แนวรุก : ไม่น่าจะได้เห็น ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช รวมถึง ฮาคิม ซีเย็ค ลงสนามตั้งแต่นาทีแรก แต่พร้อมให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งซ้าย และวาง เมสัน เมาท์ ปั้นเกมบุกทางฝั่งขวา ส่วน ไค ฮาเวิร์ตซ พร้อมยืนประจำการในฐานะกองหน้าตัวเป้า


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 188 เกม ปรากฎว่า เชลซี มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 74 เกม เสมอ 56 เกม และแพ้ 58 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปรากฎว่า เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายชนะ 1-0


สถิติพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : เชลซี ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : เอฟเวอร์ตัน ชนะ เชลซี 1-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เชลซี ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เชลซี เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : เอฟเวอร์ตัน ชนะ เชลซี 1-0


ความน่าจะเป็น

แม้จะทำผลงานในเกมอุ่นแข้งช่วงปรีซีซั่นได้ไม่น่าประทับใจเสียเท่าไรนัก แต่ เชลซี ยังคงสามารถใช้งานพวกนักเตะฝีเท้าดีได้อีกหลายคน โดยเฉพาะแนวรุกที่พร้อมให้พวกตัวหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องแนวรับที่อาจจะต้องใช้เวลาปรับจูนกันอีกสักพักหนึ่ง เพราะสูญเสีย อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กับ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ไปแล้วนั่นเอง และยังไม่รู้ว่า คาลูดิ คูลิบาลี่ จะเล่นได้แบบเหนียวแน่นเหมือนอย่างที่หวังกันเอาไว้หรือไม่ ส่วนแนวรุกยังคงประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนกองหน้าตัวเป้าฝีเท้าสุดคม หลังล้มเหลวจากการทุ่มเงินซื้อ โรเมลู ลูกากู เข้ามาเสริมทัพ แต่สามารถฝากความหวังกับพวกปีกริมเส้นสุดจี๊ดได้อยู่


ส่วน เอฟเวอร์ตัน ถือว่าความได้เปรียบจากการลงสนามในถิ่นของตัวเองก็จริง แต่ว่าการสูญเสีย ริชาร์ลิซอน น่าจะส่งผลกระทบในเรื่องของเกมรุกอยู่ไม่น้อย และหมดสิทธิ์ใช้งาน โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ซึ่งได้รับบาดเจ็บในช่วงก่อนเกมอีกต่างหาก จึงอาจจะต้องปรับแดนหน้ากันพอสมควร และมีผู้เล่นแผงแดนกลาง รวมถึงในแนวรับไม่ค่อยแข็งแกร่งอยู่แล้วด้วย


คาดว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ยังคงดูเหนือว่าอยูพอสมควร แม้จะยังดูไม่ค่อยลงตัวเสียเท่าไรนัก แต่ว่า "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" มีศักยภาพเป็นรองอยู่เยอะเลย ทำให้ เชลซี น่าจะมีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้มากกว่า เพราะมีแนวรุกที่ดีกว่านั่นเอง จึงน่าจะอาศัยข้อได้เปรียบตรงจุดนี้เพื่อช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านได้สำเร็จ


ผลที่คาด : เอฟเวอร์ตัน แพ้ เชลซี 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 32 ครั้ง