หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คริสตัล พาเลซ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมคืนใหญ่เพื่อให้พวกแข้งหลักออกมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด โดยแนวรุกพร้อมให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเยือน คริสตัล พาเลซ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 11 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยแก้ตัวจากความพ่ายแพ้ในบอลยุโรป


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คริสตัล พาเลซ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: คริสตัล พาเลซ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

คริสตัล พาเลซ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : เซลเฮิร์สท ปาร์ค

เวลา : 22.30 น.


คริสตัล พาเลซ

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-1 (เหย้า)

คาราบาว คัพ : ชนะ อ็อกซ์ฟอร์ด 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เบรนท์ฟอรืด 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ปาทริค วิเอร่า จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเสมอ นิวคาสเซิ่ล แบไร้สกอร์ 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังไม่พบกับชัยชนะมาแล้ว 3 เกม โดยตอนนี้อยู่อันดับ 15 แข่ง 6 นัด มี 6 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมอย่างแน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

บิเซนเต้ กูเอต้า, ไทริค มิเชลล์, มาร์ค เกฮี, โจอาคิม อันเดอร์เซ่น, โจเอล วอร์ด, เจฟฟรีย์ ชลุปป์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เอเบเรซี่ เอเซ่, วิลฟรีด ซาฮา, จอร์แดน อายิว, ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ บิเซนเต้ กูเอต้า ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม ส่วนในรายของ แซม จอห์นสโตน เตรียมสวมบทเป็นมือสองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป เพราะว่า แจ็ค บัตแลนด์ อีกหนึ่งนายด่านฝีมือดียังไม่หายจากอาการบาดเจ็บนั่นเอง

แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน เจมส์ ทอมกินส์ ยังไม่หายจากโรคเดี้ยง จึงพร้อมให้ มาร์ค เกฮี ยืนเป็นกองหลังคู่กับ โจอาคิม อันเดอร์เซ่น เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาน่าจะดร็อป นาธานเนียล ไคลน์ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพื่อให้ โจเอล วอร์ด ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้ เช่นเดียวกับ ไทริค มิเชลล์ เตรียมสวมบทเป็นแบ็กซ้ายเหมือนเดิม

แดนกลาง : ไม่มี เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป และไม่น่าจะให้ วิลล์ ฮิวจ์ กับ ไจโร่ รีเดอวัลด์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน คาดว่า ลูก้า มิลิโวเยวิช น่าจะได้กลับมาลงสนามเพื่อยืนคุมเกมร่วมกับ เอเบเรซี่ เอเซ่ ส่วนในรายของ ชีก อูมาร์ ดูคูเร่ น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง

แนวรุก : พร้อมเลือก วิลฟรีด ซาฮา สวมบทเป็นปีกขวาตามเดิม ส่วนปีกซ้ายน่าจะให้ จอร์แดน อายิว เป็นตัวจริงเหนือกว่า ไมเคิล โอลิเซ่ สำหรับกองหน้าตัวเป้าน่าจะดร็อป อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ด เป็นตัวสำรองเพื่อให้ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 3-1 (เหย้า)

ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม : แพ้ เรอัล โซเซียดัด 0-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่แพ้ เรอัล โซเซียดัด คาบ้าน 0-1 ในเกมประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า ยูโรปาลีก เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยในศึกพรีเมียร์ลีก หลังเก็บชัยชนะในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาแล้วถึง 4 เกมติตด่อกัน โดยตอนนี้อยู่อันดับ 5 แข่ง 6 นัด มี 12 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ไม่ได้เป็นพวกตัวหลักอยู่แล้ว จึงพร้อมให้พวกแข้งดังกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังได้พักในเกมสโมสรยุโรปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลท์, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ไทเรลล์ มาลาเซีย, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, คริสเตียน อีริคเซ่น, แอนโทนี่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, จาดอน ซานโซ่, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว และจะให้มือสอง นั่นก็คือ มาร์ติน ดูบราฟก้า นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ รวมถึง วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยพร้อมให้ ราฟาเอล วาราน และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กันตามเดิม หลังจากได้พักมาแบบเต็มๆ จากเกมเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนแบ็กขวายังคงไร้ อารอน วาน บิสซาก้า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แต่พร้อมให้ ดิโอโก้ ดาโลท์ สวมบทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว และพร้อมให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย ทำหน้าที่เป็นแบ็กซ้ายเหนือกว่าอีกหนึ่งตัวสำรอง นั่นก็คือ ลุค ชอว์ เหมือนเช่นเคย

แดนกลาง : ยังคงไร้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ได้รับบาดเจ็บ และเตรียมให้ เฟรด กับ คาเซมิโร่ นั่งเป็นตัวสำรองทั้งคู่เลย เพราะน่าจะให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ คริสเตียน อีริคเซ่น ยืนคุมเกมในแผงมิดฟิลด์ตามเดิม และวาง บรูโน่ แฟร์นันเดส สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในฐานะเพลย์เมกเกอร์นั่นเอง

แนวรุก : ยังคงให้ แอนโทนี่ สวมบทเป็นปีกขวา ทำให้ แอนโธนี่ เอลังก้า เตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนปีกซ้ายน่าจะให้ จาดอน ซานโซ่ กลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้ง ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงไร้ อองโตนี่ มาร์กซิยัล ต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป และน่าจะดร็อป คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับไปนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 61 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 39 เกม เสมอ 12 เกม และแพ้ 10 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในนัดกระชับมิตรช่วงปรีซีซั่นที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายชนะ 3-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านเฉือนชนะ 1-0


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : คริสตัล พาเลซ เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : คริสตัล พาเลซ ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0

นัดกระชับมิตร ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1


ความน่าจะเป็น

แม้จะทำผลงานในเกมเปิดสนามยูฟ่า ยูโรปาลีก ได้แบบน่าผิดหวัง เพราะเป็นฝ่ายแพ้คาบ้านเลยนั่นเอง แต่ว่าเกมนั้นได้มีการดร็อปพวกแข้งหลักหลายคน ทำให้ “ปีศาจแดง” เตรียมให้พวกดาวดังกลับมาลงสนามอีกครั้ง เพื่อลุ้นเดินหน้าเก็บชับในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 5 กันต่อไป ส่วน คริสตัล พาเลซ โชว์ฟอร์มในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ไม่ค่อยคงเส้นคงวาเสียเท่าไรนัก เนื่องจากว่านักเตะผลัดกันได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว จึงยังไม่สามารถจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามได้แบบเต็มร้อย คาดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งพร้อมคืนทัพใหญ่น่าจะทำผลงานได้ดีกว่า และถ้าดูจากผลงานในศึกพรีเมียร์ลีกจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้แบบต่อเนื่อง ซึ่งตรงกันข้ามกับเจ้าบ้านที่ถือความได้เปรียบตรงที่ได้ลงเล่นในบ้านของตัวเองก็จริง แต่ว่าฟอร์มการเล่นยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ คาดว่าชัยชนะน่าจะตกเป็นทีมเยือนมากกว่า


ผลที่คาด : คริสตัล พาเลซ แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL


ดู 679 ครั้ง