หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เชลซี VS ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี พร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลงไปยืนปั้นเกมรุกนัดต้อนรับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ พร้อมให้ 2 คู่หูในแดนหน้า นั่นก็คือ ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน ลงไปล่าตาข่ายจากเกมแห่งศึกศักดิ์ศรี "ลอนดอนดาร์บี้แมทช์" ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 14 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เชลซี VS ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์
วิเคราะห์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : เชลซี VS ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซี VS ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

เวลา : 22.30 น.


เชลซี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ คลับ อเมริกา 2-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ชาล็อตต์ 1-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ อาร์เซนอล 0-4 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อูดิเนเซ่ 3-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ โธทัส ทูเคิ่ล จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 ในเกมประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก โดยพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บนั่นเอง แต่น่าจะยึดผู้เล่นจากเกมนัดแรกเอาไว้ก่อน หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดีเกือบทั้งหมด แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในบางตำแหน่งเท่านั้น ส่วนแดนหน้าน่าจะได้ 3 ประสานที่ลงตัวแล้วด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

เอดูอาร์ เมนดี้, คาลิดู คูลิบาลี่, ติอาโก้ ซิลวา, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เบน ชิลเวลล์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รีซ เจมส์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เมสัน เมาท์, ไค ฮาเวิร์ตซ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอดูอาร์ เมนดี้ สวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม และยังคงมี เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า เป็นมือสองในฐานะตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนาม

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ มาร์ก คูคูเรญ่า กองหลังตัวใหม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามต่อไป เพราะน่าจะไว้ใจ 3 ประสาน นั่นก็คือ คาลิดู คูลิบาลี่, ติอาโก้ ซิลวา และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ให้ยืนคุมแดนหลังร่วมกันเหมือนเช่นเคย

แดนกลาง : สามารถใช้งาน มาเตโอ โควาซิช, รูเบน ลอฟตัส ชีก รวมถึง คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ได้เลย แต่น่าจะให้นั่งเป็นตัวสำรองทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้ จอร์จินโญ่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ได้จับคู่ยืนคุมเกมในแผงมิดฟิลด์ต่อไป ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ เบน ชิลเวลล์ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของ รีซ เจมส์ ในฐานะแบ็กขวาตัวหลักนั่นเอง

แนวรุก : ปล่อยพวกกองหน้าที่ไม่ใช้งานออกไปหลายรายเลย ไม่ว่าจะเป็น โรเมลู ลูกากู รวมถึง ติโม แวร์เนอร์ เป็นรายล่าสุด จึงพร้อมให้แผงแดนหน้าที่ให้ลงสนามในนัดแรกออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด โดยจะวาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนอยู่ทางฝั่งซ้าย และให้ เมสัน เมาท์ ขึ้นเกมบุกทางฝั่งขวา ส่วน ไค ฮาเวิร์ตซ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ขณะที่ ฮาคิม ซีเย็ค กับ อาร์มันโด้ โบรย่า ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป


ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ เคลีก ออลสตาร์ 6-3 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ เซบีญ่า 1-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เรนเจอร์ส 2-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ โรม่า 0-1 (สนามกลาง)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านยิงแซงชนะ เซาแธมป์ตัน 4-1 และเป็นเพราะว่าไม่มีนักเตะตัวหลักขาดหายไปเลย ทำให้พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน ส่วนในรายของ ริชาร์ลิซอน กองหน้าตัวใหม่พ้นโทษแบนที่ติดตัวมาจากตอนที่ค้าแข้งกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อช่วงฤดูกาลก่อนเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมเป็นตัวเลือกในแดนหน้าด้วยเช่นกัน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

อูโก้ ยอริส, คริสเตียน โรเมโร่, เอริค ไดเออร์, เบน เดวิส, เอแมร์ซอน รอยัล, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, โรดริโก้ เบนทานคูร์, ไรอัน เซสเซญอง, เดยัน คูลูเชฟสกี้, ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อูโก้ ยอริส ในฐานะมือหนึ่งเหมือนเช่นเคย โดยมี ฟราเซอร์ ฟอร์สเตอร์ นายด่านคนใหม่ที่ย้ายเข้ามาสวมบทเป็นมือสองพร้อมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามด้วยเช่นกัน

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ เกลมองต์ ลองก์เล่ต์ กองหลังตัวใหม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ดาวินซอน ซานเซช รวมถึง แมตต์ โดเฮอร์ตี้ ซึ่งน่าจะนั่งเป็นตัวสำรองด้วยเช่นกัน เพราะน่าจะใช้ 3 กองหลังเหมือนอย่างเกมนัดแรกไปก่อน ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียน โรเมโร่, เอริค ไดเออร์ และ เบน เดวิส

แดนกลาง : เตรียมให้ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก ยืนคุมแผงมิดฟิลด์คู่กับ โรดริโก้ เบนทานคูร์ ส่วนในรายของ อีฟส์ บิสซูม่า กองกลางตัวใหม่ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามไปก่อน ขณะที่ โอลิเวอร์ สคิปป์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และจะไม่มีชื่อเป็นตัวเลือกในนัดนี้อยู่แล้วด้วย ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายพร้อมให้ ไรอัน เซสเซญอง ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย โดยจะยืนฝั่งตรงข้ามกับ เอแมร์ซอน รอยัล ซึ่งจะยืนประจำการอยู่ทางด้านขวานั่นเอง

แนวรุก : แม้จะได้ ริชาร์ลิซอน กองหน้าตัวใหม่พ้นโทษแบนพร้อมกลับมาลงสนาม แต่น่าจะให้นั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ ลูคัส มูร่า เพราะว่ามี 3 ประสานที่ลงตัวอยู่แล้ว โดยพร้อมให้ เดยัน คูลูเชฟสกี้ ยืนปั้นเกมทางฝั่งขวา และวาง ซน ฮึง-มิน สอดขึ้นไปช่วยยิงประตูทางฝั่งซ้าย ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงเป็น แฮร์รี่ เคน เหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 173 เกม ปรากฎว่า เชลซี มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 77 เกม เสมอ 42 เกม และแพ้ 54 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปรากฎว่า เชลซี เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 2-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว ปรากฎว่า ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ บุกมาแพ้ 0-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2021 : เชลซี เสมอ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-2 (สนามกลาง)

พรีเมียร์ลีก ปี 2021 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แพ้ เชลซี 0-3

คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 2022 : เชลซี ชนะ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-0

คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 2022 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แพ้ เชลซี 0-1

พรีเมียร์ลีก ปี 2022 : เชลซี ชนะ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-0


ความน่าจะเป็น

เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของ 2 ทีมคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน จึงพร้อมใส่กันแบบเต็มที่อย่างแน่นอน และเป็น 2 ทีมหัวแถวในกลุ่มลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ด้วย โดย ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เก็บชัยจากนัดแรกได้แบบสวยงาม แม้จะโดนยิงนำไปก่อนก็ตาม ส่วน เชลซี อาศัยความเก๋าตามสไตล์ จึงสามารถเก็บ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านได้แบบหวุดหวิด คาดว่าทั้งสองทีมอาจจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะของตัวนักเตะที่มีอยู่เพื่อให้ช่วยพลิกเกม แต่ด้วยความเขี้ยวของกุนซือทั้ง 2 สโมสร จึงมีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนได้สูงมาก


ผลที่คาด : เชลซี เสมอ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL


ดู 96 ครั้ง