หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เชลซี VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และน่าจะให้ คริสเตียน อีริคเซ่น กลับมายืนคุมเกมนัดเยือน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมปรับแนวรุกในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 22 ต.ค.นี้ เพื่อแย่งกันลุ้นคว้าชัยเพื่อเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกบนหัวตารางคะแนนนั่นเอง


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซี VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

เวลา : 23.30 น.


เชลซี

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เวสต์แฮม 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 0-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เกรแฮม พ็อตเตอร์ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยรักษาพื้นที่ในกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ต่อไป โดยตอนนี้อยู่อันดับ 4 แข่ง 10 นัด มี 20 คะแนน นำหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักกลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังจากที่ใช้แผนโรเตชั่นเพื่อให้นักเตะสรองได้ลงสนามในนัดก่อนนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า, ติอาโก้ ซิลวา, คาลูิดู คูลิบาลี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, มาร์ค คูคูเรย่า, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาท์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะได้รับโอกาสให้กลับมาสวมบทเป็นมือหนึ่งอีกครั้ง และโชว์ฟอร์มได้แบบเหนียวหนึบจากการเก็บไปแล้วถึง 4 คลีนชีท ส่วนในรายของ เอดูอาร์ เมนดี้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองเหมือนเดิม


แนวรับ : น่าจะให้ ติอาโก้ ซิลวา กลับมายืนเป็นกองหลังตัวจริงอีกครั้ง เพื่อยืนคุมแดนหลังร่วมกับ คาลูิดู คูลิบาลี่ และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ทำให้ เทรโวห์ ชาโลบาห์ น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อให้ได้พักบ้างนั่นเอง หลังจากที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาแล้วหลายเกม ส่วนในรายของ เวสลีย์ โฟฟาน่า ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป


แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป จึงน่าจะให้ มาเตโอ โควาซิช ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ จอร์จินโญ่ ทำให้ คอนอร์ กัลลาเกอร์, เดนิส ซากาเรีย รวมถึง คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายน่าจะให้ มาร์ค คูคูเรย่า เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า เบน ชิลเวลล์ ขณะที่วิงแบ็กฝั่งขวาไม่มี รีซ เจมส์ ยังไม่หายเจ็ย จึงพร้อมให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค สวมบทในตำแหน่งนี้เหมือนอย่างนัดก่อน


แนวรุก : น่าจะดร็อป อาร์มันโด้ โบรย่า กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ ฮาคิม ซีเย็ค, คริสเตียน พูลิซิช รวมถึง ไค ฮาเวิร์ตซ ซึ่งไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย จึงน่าจะได้เห็น ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กลับมาสวมบทเป็นปีกขวา โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เมสัน เมาท์ และพร้อมให้ ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง กลับมายืนเป็นกองหน้าตัวเป้าอีกครั้ง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 3-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-6 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงขึ้นไปเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ไปเลย โดยตอนนี้อยู่อันดับ 5 แข่ง 10 นัด มี 19 คะแนน ตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ไม่ได้เป็นพวกตัวหลักอยู่แล้ว จึงงพร้อมให้พวกผู้เล่นฝีเท้าดีออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะยังคงใช้งานได้ทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ดิโอโก้ ดาโลต์, ไทเรลล์ มาลาเซีย, คริสเตียน อีริคเซ่น, คาเซมิโร่, แอนโทนี่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, จาดอน ซานโซ่, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก ดาบิด เด เคอา ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เพราะถูกวางตัวให้เป็นมือหนึ่งเหนือนเช่นเคย โดยมีมือสอง นั่นก็คือ ทอม ฮีตัน นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามต่อไป


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่ไม่ได้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ อยู่แล้ว จึงพร้อมให้ ราฟาเอล วาราน กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยืนเป็นกองหลังคู่กันต่อไปเหมือนเดิม ทำให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย กลับมาออกสตาร์ทเป้นตัวจริงอีกครั้ง เพื่อให้ ลุค ชอว์ ได้พักในช่วงหลังลงเล่นเป็นตัวจริงมาหลายเกมแล้ว ขณะที่ ดิโอโก้ ดาโลต์ ยังคงพร้อมสวมบทเป็นแบ็กขวาแบบผูกขาด เนื่องจาก อารอน วาน-บิสซาก้า ยังไม่หายจากโรคเดี้ยงเสียที

แดนกลาง : ไร้เงาของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ต่อไป เพราะว่ายังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวจริงอยู่แล้ว คาดว่า คริสเตียน อีริคเซ่น น่าจะได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งเพื่อประสานงานกับ คาเซมิโร่ ทำให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยังคงต้องรอโอกาสกลับมาลงสนามอีกครั้ง เช่นเดียวกับ เฟรด ซึ่งน่าจะต้องกลับไปนั่งที่ข้างสนามด้วย แม้ว่าจะยิงได้หนึ่งประตูจากเกมล่าสุดก็ตาม

แนวรุก : ต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ อองโตนี่ มาร์กซิยัล ซึ่งเจอโรคเดี้ยงเล่นงานแบบซ้ำซาก แต่พร้อมให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า เนื่องจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่น่าจะได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง หลังเดินออกจากสนามแบบดื้อๆ ในช่วงก่อนจบเกมนัดที่แล้ว จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดมารยาทมากๆ เลยด้วย ส่วนปีกขวาพร้อมให้ แอนโทนี่ ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ จาดอน ซานโซ่ ในตำแหน่งปีกขวา และพร้อมวาง บรูโน่ แฟร์นันเดส สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมเหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 173 เกม ปรากฎว่า เชลซี มีสถิติเป็นรองอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 53 เกม เสมอ 51 เกม และแพ้ 69 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "สิฃโตน้ำเงินคราม" บุกไปเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

เอฟเอ คัพ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ เชลซี 1-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เชลซี 0-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เชลซี เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เชลซี เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เชลซี 1-1


ความน่าจะเป็น

ทั้งสองทีมยังคงทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว หลังพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านมาได้ด้วยดี และมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งเหมือนกันเลยด้วย โดย เชลซี มีเกมรับที่เหนียวแน่น ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความลงตัวในแดนกลางที่สามารถเก็บชัยได้มากขึ้น คาดว่าเกมคู่นี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : เชลซี เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 275 ครั้ง