หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เชลซี VS เลสเตอร์

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมปรับแนวรับไร้ คาลิดู คูลิบาลี่ ติดโทษแบน แต่แนวรุกพร้อมใช้ 3 ประสานให้ ราฮม สเตอร์ลิ่ง ยืนค้ำเอาไว้เพื่อรอต้อนรับ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 27 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เชลซี  VS เลสเตอร์
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เชลซี VS เลสเตอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซี VS เลสเตอร์

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

เวลา : 21.00 น.


เชลซี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : แพ้ อาร์เซนอล 0-4 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อูดิเนเซ่ 3-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-3 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล จะปรับทัพจาเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อแก้ตัวจากเกมล่าสุดที่แพ้แบบยับเยิน และเป็นความปราชัยนัดแรกของฤดูกาลนี้ไปเลยด้วย โดยตอนนี้อยู่อันดับ 12 แข่ง 3 นัด มี 4 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพียบเลย แถมยังมีปัญหาผู้เล่นไม่ฟิตสมบูรณ์อีกหลายคนเลยด้วย แต่อาจจะได้แข้งดังบางรายผ่านความฟิตเพื่อกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

เอดูอาร์ เมนดี้, มาร์ก คูคูเรญ่า, ติอาโก้ ซิลวา, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เบน ชิลเวลล์, รูเบน ลอฟตัส ชีค, จอร์จินโญ่, รีซ เจมส์, เมสัน เมาท์, ไค ฮาเวิร์ตซ, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอดูอาร์ เมนดี้ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งต่อไป แม้จะเพิ่งโชว์ความผิดพลาดจากเกมล่าสุด แต่ไม่น่าจะทำให้ เกป้า อาร์ริซาลาลาก้า นายด่านมือสองได้รับโอกาสลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทน

แนวรับ : ไม่มี คาลิดู คาลิบาลี่ ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในนัดที่แล้ว จึงน่าจะให้ มาร์ก คูคูเรญ่า ขยับจากฟุลแบ็กฝั่งซ้ายลงมาช่วยยืนคุมแนวรับ เพราะสามารถสวมบทเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อยู่แล้วนั่นเอง เพื่อประสานงานกับ ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งเป็นตัวหลักในแดนหลังอยู่แล้ว และน่าจะให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วย

แดนกลาง : ยังคงไร้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป ส่วนในรายของ มาเตโอ โควาซิช ยังคงมีปัญหาเรื่องความฟิต จึงไม่น่าจะได้กลับมาลงสนาม คาดว่า รูเบน ลอฟตัส ชีค น่าจะได้ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ จอร์จินโญ่ หลังจากที่ให้โอกาส คอเนอร์ กัลลเกอร์ ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดก่อนแล้วไม่เวิร์ค ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายน่าจะให้ เบน ชิลเวลล์ กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง เช่นเดียวกับ รีซ เจมส์ ซึ่งน่าจะได้ขยับจากกองหลังขึ้นไปยืนประจำการเป็นวิงแบ็กฝั่งขวาเหมือนเดิม

แนวรุก : รอเช็กสภาพความฟิตของ อาร์มันโด้ โบรย่า แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักในแดนหน้าอยู่แล้ว จึงพร้อมใช้ 3 ประสานเหมือนเดิม โดยจะวาง เมสัน เมาท์ กับ ไค ฮาเวิร์ตซ สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไป


เลสเตอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ เปรสตัน 2-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เซบีญ่า 1-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 2-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ อาร์เซนอล 2-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เซาแธมป์ตัน 1-2 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส จะปรับทัพจากเกมที่แพ้ เซาแธมป์ตัน 1-2 คาบ้านในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลให้ได้เสียที หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น และแพ้มาแล้วถึง 2 เกมซ้อน จึงหล่นลงไปอยู่ตำแหน่งรองบ๊วยอันดับ 19 แข่ง 3 นัด มีเพียงแต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามแน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

แดนนี่ วอร์ด, ติโมธี คาสตาเญ่, จอนนี่ อีแวนส์, ดาเนี่ยล อมาร์ตี้, เจมส์ จัสติน, ยูริ ติเลอมองส์, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, เจมส์ แมดดิสัน, อโยเซ่ เปเรซ, เจมี่ วาร์ดี้, ฮาร์วีย์ บาร์นส


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ แดนนี่ วอร์ด ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เพราะได้สวมบทเป็นมือหนึ่งในช่วงหลังที่ไม่มี แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล อีกต่อไป

แนวรับ : รอชั่งใจว่าจะให้ ชักลาร์ โซยุคชู กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงดีหรือไม่ เพราะว่ามีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต ส่วนในรายของ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ไม่น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ ดาเนี่ยล อมาร์ตี้ ขยับลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ จอนนี่ อีแวนส์ ส่วนฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งยังคงไร้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ กับ ริคาร์โด้ เปไรร่า ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ คาดว่า ติโมธี คาสตาเญ่ จะได้ยืนเป็นแบ็กขวาคนฝั่งกับ เจมส์ จัสติน ในฐานะแบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : น่าจะดร็อป เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ ยูริ ติเลอมองส์ ซึ่งถูกดร็อปในนัดที่แล้วให้กลับมายืนคุมเกมร่วมกับ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ และพร้อมขยับ เจมส์ แมดดิสัน ให้มาช่วยยืนคุมแดนกลางด้วย ส่วนในรายของ เดนนิส ปราท รวมถึง มาร์ค อัลไบรท์ตัน เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ พัตสัน ดาก้า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เพราะน่าจะให้ อโยเซ่ เปเรซ สวมบทเป็นปีกขวาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฮาร์วีย์ บาร์นส ทางด้านซ้าย และวาง เจมี่ วาร์ดี้ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเช่นเคย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 94 เกม ปรากฎว่า เชลซี มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 45 เกม เสมอ 28 เกม และแพ้ 21 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เชลซี เปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เลสเตอร์ บุกไปยันเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ ชนะ เชลซี 2-0

เอฟเอ คัพ ปี 2021 : เชลซี แพ้ เลสเตอร์ 0-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เชลซี ชนะ เลสเตอร์ 2-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ แพ้ เชลซี 0-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : เชลซี เสมอ เลสเตอร์ 1-1


ความน่าจะเป็น

เพราะว่ามีนักเตะขาดหายไปหลายคนเลย ทำให้ เชลซี ทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทได้แจ่มเสียเท่าไรนัก และต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกไปเสียแล้ว แต่ว่ามีสัญญาณดีตรงที่อาจจะได้พวกแข้งหลักฟิตกลับมาช่วยทีมได้หลายคนเลย แม้จะต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในแนวรับก็ตาม


ส่วน เลสเตอร์ มีปัญหาเรื่องความมั่นใจอย่างหนัก จึงโชว์ฟอร์มในช่วงออกสตาร์ทไม่ออก แต่ยังพร้อมลุ้นคว้าชัยเป็นนัดแรกให้ได้ และใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลยด้วย โดยเฉพาะในแนวรุกที่มีแต่ตัวเร็วๆ ทั้งนั้นเลย


คาดว่าทั้งสองทีมพร้อมเปิดเกมเข้าใส่กัน เพื่อลองดูจังหวะว่าทีมไหนจะมีความผิดพลาดมากกว่ากัน แต่ “สิงโตน้ำเงินคราม” น่าจะฉกฉวยความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นเอาได้ จึงน่าจะเป็นฝ่ายเก็บ 3 คะแนนได้ในแบบที่ต้องออกแรงเหนื่อยอยู่พอสมควร


ผลที่คาด : เชลซี ชนะ เลสเตอร์ 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 103 ครั้ง