หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ไบรท์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมีปัญหานักเตะเจ็บเพียบ แต่พร้อมให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนล่าตาข่ายนัดเยือน ไบรท์ตัน ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 7 พ.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ไบรท์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ไบรท์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ไบรท์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

เวลา : 23.30 น.


ไบรท์ตัน

เกรแฮม พ็อตเตอร์ กุนซือ ไบรท์ตัน จะปรับทัพบางตำแหน่ง แม้จะไม่มีอะไรให้ลุ้นอีกแล้ว เพราะสามารถปักหลักอยู่ตรงโซนกลางตารางคะแนนได้สำเร็จ แต่ยังคงพร้อมเก็บชัยเพื่อจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ดีที่สุดกันต่อไป และโชว์ฟอร์มในช่วงหลังได้ดีเลยด้วย โดย 6 เกมหลังสุดพบกับความพ่ายแพ้เพียงนัดเดียว แถมยังไม่มีนักเตะตัวหลักได้รับบาดเจ็บอีกต่างหาก จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน และเตรียมยึดสไตล์การเล่นแบบเน้นเกมสวนกลับเร็วตามสไตล์ถนัด ซึ่งเป็นไปตามศักยภาพของตัวผู้เล่นที่ด้อยกว่าพวกทีมใหญ่ๆ แต่ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของทีมเวิร์กที่พร้อมจะสยบได้ทุกทีมเลยด้วย หากว่าโชว์ฟอร์มในเกมนัดได้แบบเข้าฝักพอดี


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

โรเบิร์ต ซานเชซ, มาร์ค คูคูเรลล่า, โจเอล เฟลท์มันน์, ลูวิส ดังค์, อีฟส์ บิสซูม่า, มอยเซส ไซเซโด้, เลอันโดร ทรอสซาร์, ซอลลี่ มาร์ช, เอน็อค เอ็มเวปู, อเล็กซิส แม็ค อลิสเตอร์, แดนนี่ เวลเบ็ค


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ โรเบิร์ต ซานเชซ ซึ่งเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว

แนวรับ : อาจจะดร็อป อดัม เว็บสเตอร์ เป็นตัวสำรอง เพื่อสลับมาเล่นแบบกองหลัง 3 คนอีกครั้ง แม้จะเคยใช้แนวรับถึง 4 คนในหลายๆ เกมก็ตาม โดยน่าจะให้ มาร์ค คูคูเรลล่า ขยับจากแบ็กขวาฮุบเข้ามาสวมบทเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเพื่อประสานงานกับ โจเอล เฟลท์มันน์ กับ ลูวิส ดังค์ ซึ่งยังคงเป็น 2 ตัวหลักเหมือนเดิม

แดนกลาง : ยังคงไร้ ยาคุบ โมเดอร์ ได้รับบาดเจ็บ แต่พร้อมให้ อีฟส์ บิสซูม่า ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ มอยเซส ไซเซโด้ ส่วนแบ็กซ้ายยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ ทาริค แลมป์ตี้ย์ หากลงสนามไม่ได้จะให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ขยับลงไปสวมบทบาทนี้แทนไปก่อน ซึ่งจะยืนอยู่ทางฝั่งตรงข้ามของ ซอลลี่ มาร์ช นั่นเอง

แนวรุก : น่าจะขยับ เอน็อค เอ็มเวปู ขึ้นมาสวมบทเป็นตัวปั้นเกม หากว่าต้องถอย เลอันโดร ทรอสซาร์ ไปยืนเป็นตัวริมเส้น เพื่อจะได้ประสานงานกับ อเล็กซิส แม็ค อลิสเตอร์ ซึ่งยังคงพร้อมเป็นทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ต่อไป

กองหน้า : รอชั่งใจเลือกระหว่าง นีล โมเปย์ กับ แดนนี่ เวลเบ็ค ซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กปั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาก่อน แต่น่าจะให้รายหลังออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมากกว่า เพราะทำผลงานในช่วงหลังๆ ได้ดีกว่า และพร้อมใช้ความเร็วเพื่อทำลายแนวรับของทีมคู่ฝั่งข้ามด้วย


แมนฯ ยูไนเต็ด

ราล์ฟ รังนิค กุนซือ "ปีศาจแดง" จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพราะยังมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคนเลย แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคน แม้ว่าตอนนี้จะหมดลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ใน 4 อันดับแรกที่จะได้สิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงต้องเก็บชัยกันต่อไปเพื่อทำอันดับไปเตะในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปถ้วยรองลงมาสักหนึ่งรายการ ไมว่าจะเป็น ยูฟ่า ยูโรปาลีก หรือ ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก นั่นเอง โดยพร้อมให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำทัพเหมือนเดิม เพราะยังคงเป็นตัวความหวังสูงสุดในแดนหน้า และยังคงรั้งตำแหน่งดาวซัลโวประจำทีมจากการสอยตาข่ายไปแล้ว 24 ประตูจากการลงเล่นในทุกรายการ


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลท์, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ราฟาเอล วาราน, อเล็กซ์ เตลเลส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมันย่า มาติช, แอนโธนี่ เอลังก้า, บรูโน่ แฟร์นันเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, คริสเตียโน่ โรนัลโด้


ผู้รักษาประตู : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน โดยจะเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ ดาบิด เด เคอา ในฐานะตัวจริงอยูแล้วด้วย

แนวรับ : ยังคงไร้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ได้รับบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ราฟาเอล วาราน ต่อไป เพราะไม่น่าจะส่ง เอริค ไบญี่ ตัวสำรองลงไปเล่เป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน ส่วนแบ็กซ้ายไม่มี ลุค ชอว์ ยังไม่หายเดี้ยง ทำให้ อเล็กซ์ เตลเลส เตรียมลงไปยืนประจำการในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม ขณะที่แบ็กขวาน่าจะเลือก ดิโอโก้ ดาโลท์ ลงเล่นเป็นตัวจริงเหนือกว่า อารอน วาน บิสซาก้า ซึ่งน่าจะได้นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เพราะมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตอยู่แล้ว

แดนกลาง : ไร้เงา ปอล ป็อกบา กับ เฟรด ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บอีกระยะหนึ่ง จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ โดยพร้อมให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เนมันย่า มาติช ลงไปยืนคุมเกมด้วยกันตามเดิม

แนวรุก : ไม่มี จาดอน ซานโซ่ ยังคงมีอาการป่วย จึงน่าจะให้ แอนโธนี่ เอลังก้า สวมบทเป็นปีกขวาต่อไป และวาง มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ส่วน บรูโน่ แฟร์นันเดส จะทำหน้าที่เป็นตัวปั้นเกมเหมือนเช่นกันเคย

กองหน้า : เตรีมเป็นหน้าที่ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในฐานะตัวความหวังสูงสุดในแดนหน้านั่นเอง


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 27 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 19 นัด เสมอ 5 นัด และแพ้ 3 นัด ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 เมื่อปี 2020 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" บุกไปชนะ 3-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ 2-1 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายชนะทั้งหมดเลย


ความน่าจะเป็น

ดูเหมือนว่าจะเล่นกันแบบผ่อนคลายมากขึ้น หลังหมดลุ้นเป้าหมายสุดท้าย นั่นก็คือการเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ใน 4 อันดับแรกเรียบร้อยแล้ว ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้เนียนตากว่าเดิม แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะหลายคนเลย เพราะว่าเจอโรคเดี้ยงเล่นงานกันเป็นแถว แต่ว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และเล่นได้แบบเข้าขารู้ใจในช่วงส่งท้ายฤดูกาลนี้ด้วย


ด้าน ไบรท์ตัน สามารถกลับเล่นได้ดีเหมือนอย่างกับเป็นคนละทีม เพราะว่าก่อนหน้านี้เคยสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้ว 7 เกม แต่ว่าหลังจากนั้นฟอร์มเข้าฝัก และเคยบุกไปชนะ 2 ทีมแกร่งอย่าง อาร์เซนอล กับ สเปอร์ส ได้ด้วย จึงถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานในนัดเยือนได้ค่อนข้างดีอยู่เหมือนกัน แต่กลับโชว์ฟอร์มในบ้านได้ค่อนข้างดีนัก เพราะไม่สามารถเก็บชัยจากการลงเล่นนัดเหย้ามาแล้วถึง 8 เกมแล้ว


คาดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมกลับมาเล่นด้วยความคึกคัก หลังกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะสายเกินไปแล้วก็ตาม เพราะหมดลุ้นเป้าหมายที่วางเอาไว้หมดแล้ว จึงพร้อมลงเล่นแบบไร้ความกดดัน ส่วน ไบรท์ตัน ดูเหมือนว่าจะแพ้ทางทีมเยือน เพราะว่าเจอทีไรก็มักจะแพ้ตลอด ด้วยเหตุนี้ "ปีศาจแดง" จึงพร้อมเปิดเกมรุกเข้าใส่ค่อนข้างแน่ แม้ว่าเกมรับจะไว้วางใจไม่ได้เลยก็ตาม ส่วนเจ้าบ้านเตรียมเล่นเกมสวนกลับตามสไตล์ถนัด แต่ด้วยประสิทธิภาพในแนวรุกที่ดีกว่า ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะบุกไปเก็บชัยได้สำเร็จ


ผลที่คาด : ไบรท์ตัน แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2

ดู 115 ครั้ง