หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ไบรท์ตัน VS เลสเตอร์

"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ เตรียมปรับแนวรับ แต่พร้อมให้ เจมี่ วาร์ดี้ สวมบทเป็นกองหน้าเพื่อล่าตาข่ายนัดเยือน ไบรท์ตัน ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 4 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ให้ได้เสียที


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ไบรท์ตัน VS เลสเตอร์
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ไบรท์ตัน VS เลสเตอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ไบรท์ตัน VS เลสเตอร์

สนาม : เอแม็กซ์ สเตเดี้ยม

เวลา : 20.00 น.


ไบรท์ตัน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เยือน)

คาราบาว คัพ : ชนะ ฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส 3-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ฟูแล่ม 1-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เกรแฮม พ็อตเตอร์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ ฟูแล่ม 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก และเป็นความปราชัยนัดแรกของฤดูกาลนี้ด้วย จึงหวังกลับมาคว้าชัยให้ได้อีกครั้ง โดยตอนนี้อยู่อันดับ 4 แข่ง 5 นัด มี 10 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บ แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-5-2

โรเบิร์ต ซานเชซ, ลูวิส ดังค์, อดัม เว็บสเตอร์, โจเอล เฟลต์มันน์, เปอร์วิส เอสตูปินาน, มอสส์ ไซเซโด้, เอน็อค เอ็มเวปู, อเล็กซิส แม็ค อิลลิสเตอร์, ซอลลี่ มาร์ช, เลอันโดร ทรอสซาร์, ปาสกาล โกรสส์


ผู้รักษาประตู : ยังคงพร้อมให้ โรเบิร์ต ซานเชซ สวมบทเป็นมือหนึ่งเพื่อยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกต่อไป

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ เลวี่ โคลวิลล์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะจะเป็นหน้าที่ของ 3 กองหลังอยู่แล้ว นั่นก็คือ ลูวิส ดังค์, อดัม เว็บสเตอร์ และ โจเอล เฟลต์มันน์ ซึ่งพร้อมลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม

แดนกลาง : เตรียมดร็อป สตีเว่น อัลซาเต้ เป็นตัวสำรองไปก่อน และหมดสิทธิ์ใช้งาน อดัม ลัลลาน่า กับ ยาคุบ โมเดอร์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ มอสส์ ไซเซโด้ ยืนคุมเกมร่วมกับ อเล็กซิส แม็ค อิลลิสเตอร์ และพร้อมวาง เอน็อค เอ็มเวปู ยืนเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์ ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายไม่น่าจะให้ ทาริค แลมป์ตี้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะน่าจะให้ เปอร์วิส เอสตูปินาน ยืนประจำการต่อไป โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ซอลลี่ มาร์ช สวมบทเป็นวิงแบ็กฝั่งขวา

แนวรุก : น่าจะดร็อป แดนนี่ เวลเบ็ค นั่งอยู่ข้างสนาม เพราะน่าจะขยับ 2 มิดฟิลด์ขึ้นไปสวมบทเป็นกองหน้าคู่กัน นั่นก็คือ เลอันโดร ทรอสซาร์ กับ ปาสกาล โกรสส์ หลังประสานงานได้แบบเข้าขารู้ใจกัน


เลสเตอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ อาร์เซนอล 2-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เซาแธมป์ตัน 1-2 (เหย้า)

คาราบาว คัพ : เสมอ สต็อคพอร์ค พอร์ต 0-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เชลซี 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาถิ่นของตัวเอง 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ให้ได้เสียที หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 5 เกม โดยตอนนี้รั้งตำแหน่งบ๊วยอันดับ 20 มีเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนาม เพราะยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-1-4-1

แดนนี่ วอร์ด, เจมส์ จัสติน, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, จอนนี่ อีแวนส์, ลุค โธมัส, บูบาการี่ ซูมาเร่, เจมส์ แมดดิสัน, ยูริ ติเลอมองส์, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, ฮาร์วีย์ บาร์นส, เจดี้ วาร์ดี้


ผู้รักษาประตู : ยังคงให้ แดนนี่ วอร์ด สวมบทเป็นมือหนึ่งต่อไป เพราะยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมบทเป็นมือหนึ่งนั่นเอง

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ ชักลาร์ โซยุนชู ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เพราะแปรสภาพกลายเป็นตัวสำรองไปเสียแล้ว จึงน่าจะขยับ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ มิดฟิลด์ตัวรับให้ถอยลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ จอนนี่ อีแวนส์ ไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงน่าจะให้ ลุค โธมัส ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เจมส์ จัสติน พร้อมสวมบทเป็นแบ็กขวาต่อไป เนื่องจาก ริคาร์โด้ เปไรร่า ยังไม่หายเดี้ยงนั่นเอง ส่วน ติโมธี คาสตาเญ่ น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แดนกลาง : พร้อมวาง บูบาการี่ ซูมาเร่ ยืนเป็นตัวคุมเกม ส่วนในรายของ เดนนิส ปราท เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน และน่าจะให้ ยูริ ติเลอมองส์ กับ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ลงไปทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนเกมร่วมกันด้วย ส่วนปีกขวาไม่น่าจะใช้ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เป็นตัวจริง เพราะน่าจะให้ เจมส์ แมดดิสัน สวมบทบาทนี้เหมือนอย่างนัดก่อน และพร้อมให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส ทำหน้าที่เป็นปีกซ้ายต่อไปด้วย

แนวรุก : เตรียมให้ พัตสัน ดาก้า นั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ อโยเซ่ เปเรซ รวมถึง เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ เพราะน่าจะให้ เจมี่ วาร์ดี้ สวมบทเป็นหัวหอกตัวเป้าเพียงคนเดียวเหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 41 เกม ปรากฎว่า ไบรท์ตัน มีสถิติเป็นรองเพียงเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 14 เกม เสมอ 9 เกม และแพ้ 18 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เลสเตอร์ เปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า ไบรท์ตัน เปิดบ้านเฉือนชนะ 2-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

เอฟเอ คัพ ปี 2021 : เลสเตอร์ ชนะ ไบรท์ตัน 1-0

พรีเมียร์ลีก ปี 2021 : ไบรท์ตัน แพ้ เลสเตอร์ 1-2

พรีเมียร์ลีก ปี 2021 : ไบรท์ตัน ชนะ เลสเตอร์ 2-1

คาราบาว คัพ ปี 2021 : เลสเตอร์ เสมอ ไบรท์ตัน 2-2

พรีเมียร์ลีก ปี 2022 : เลสเตอร์ เสมอ ไบรท์ตัน 1-1


ความน่าจะเป็น

ยังคงเล่นกันแบบไร้ความมั่นใจอย่างรุนแรง สำหรับ เลสเตอร์ ซึ่งยังสะกดคำว่าชนะไมเป็นแม้แต่นัดเดียว จึงยังคงรั้งตำแหน่งบ๊วยต่อไป และเป็นเพราะว่าแทบจะไม่มีการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพเลย จึงมีนักเตะให้เลือกใช้งานค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่เหมือนจะขาดแคลนเลยด้วยซ้ำ หลังจากที่ปล่อย เวสลีย์ โฟฟาน่า ให้ย้ายทีมออกไปแล้วด้วย ส่วนแนวรุกยังเล่นกันแบบไม่ลื่นไหลเสียเท่าไรนัก


ด้าน ไบรท์ตัน เหมือนจะฟอร์มแผ่วลงมาเล็กน้อย หลังทำผลงานในข่วงออกสตาร์ท 4 นัดแรกได้แบบสุดแจ่มด้วยสถิติไร้พ่าย แต่ว่าเพิ่งพบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลจากเกมนัดก่อนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าทีมเยือนยังคงพร้อมให้ทีมชุดที่มีความลงตัวอยู่แล้วลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม แม้จะมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าให้เลือกใช้งานได้แบบจำกัด จึงแก้เกมด้วยการขยับ 2 ตัวหลักในแดนกลางให้ขึ้นยืนล่าตาข่ายเสียเลย


คาดว่า “จิ้งจอกสยาม” พร้อมร่วมใจกันสู้อย่างแน่นอน หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่แบบต่อเนื่องเลย ส่วน ไบรท์ตัน เหมือนจะไม่ได้อยู่ในช่วงฟอร์มดีที่สุดเหมือนอย่างใน 4 เกมแรกเสียแล้ว ดังนั้นเกมคู่นี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน โดยทีมเยือนยังคงผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าให้เลือกใช้งานได้หลายคน จึงน่าจะอาศัยความได้เปรียบตรงจุดนี้เอาไว้ใช่นวดแนวรับของเจ้าบ้าน แต่ว่าทีมเจ้าถิ่นก็ดีเกินกว่าที่จะแพ้คาบ้าน ทำให้มีโอกาสลงเอยด้วยการแบ่งแต้มกันไป


ผลที่คาด : ไบรท์ตัน เสมอ เลสเตอร์ 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 59 ครั้ง