หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาช่วยแนวรุกนัดเยือน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล พร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 23 เม.ย.นี้ เพื่อแย่งกันลุ้นเก็บชัยไล่ล่าพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาร์เซนอล VS แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

เวลา : 18.30 น.


อาร์เซนอล


มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ "ปืนใหญ่" จะปรับทัพบางตำแหน่งเพื่อลุ้นเก็บชัยแย่งชิงพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกต่อไปจนถึงช่วงจบฤดูกาลนี้กันไปเลย เพราะยังคงเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนนั่นเอง แต่จะต้องเบียดแย่งกับอีกหลายๆ ทีม ซึ่งรวมถึง แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในนั่นด้วย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพียงแค่ไม่กี่คน แม้จะไร้ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งที่ยังไม่หายเดี้ยง แต่ว่า 2 ตัวสำรองในตำแหน่งนี้ยังคงทดแทนได้เป็นอย่างดี ส่วนแนวรุกยังอยู่กันครบแบบเต็มแผงเลย แม้จะไม่มีดาวยิงประจำทีมที่ยิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ แต่ว่าผู้เล่นในแดนหน้าทุกคนพร้อมช่วยกันสอยตาข่ายอยู่แล้ว


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อารอน แรมส์เดล, เซดริก โซอาเรส, เบน ไวท์, กาเบรียล มากัลเญส, นูโน่ ทาวาเรส, อัลแบร์ แซมบี้ โลกองก้า, กรานิท ชาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, มาร์ติน โอเดการ์ด, บูกาโย่ ซาก้า, อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อารอน แรมส์เดล ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งต่อไป หากไม่เจ็บไม่ป่วยไปเสียก่อน

แนวรับ : ยังคงไร้ฟูลแบ็กตัวหลักทั้ง 2 ข้าง นั่นก็คือ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ และ คีแรน เทียร์นีย์ ยังไม่หายเดี้ยง แต่พร้อมให้ เซดริก โซอาเรส สวมบทเป็นแบ็กขวา และวาง นูโน่ ทาวาเรส ยืนเป็นแบ็กซ้ายต่อไป ส่วนคู่กองหลังยังคงเป็นหน้าที่ของ เบน ไวท์ กับ กาเบรียล มากัลเญส ต่อไปเหมือนเดิม

แดนกลาง : ไร้เงา โธมัส ปาร์เตย์ พักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป จึงพร้อมให้ อัลแบร์ แซมบี้ โลกองก้า ยืนคุมเกมร่วมกับ กรานิท ชาก้า ตามเดิม

แนวรุก : พร้อมจัดเต็มเหมือนเช่นเคย เพราะยังคงมี บูกาโย่ ซาก้า สวมบทเป็นปีกซ้ายคนละฝั่งกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ทางด้านขวา ส่วนเพลย์เมกเกอร์ยังคงเป็นหน้าที่ของ มาร์ติน โอเดการ์ด ในฐานะตัวปั้นเกมอยู่แล้ว คาดว่า เอมิล สมิธ โรว์ น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพื่อรอเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวพลิกเกม เพราะเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้หลายตำแหน่งเลย

กองหน้า : ไม่น่าจะเปลี่ยนไปจาก อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ในฐานะกัปตันทีมนั่นเอง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ราล์ฟ รังนิค กุนซือ "ปีศาจแดง" เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยตามล่าพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกต่อไป แม้จะยังคงเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนน แต่ว่าต้องเบียดแย่งชิงกับอีกหลายๆ ทีมเลย ซึ่งรวมถึง อาร์เซนอล ด้วยเช่นกัน โดยยังคงหมดสิทธิ์ใช้งานพวกนักเตะที่เจ็บอยู่แล้วต่อไป แต่ว่าพวกแข้งดังอีกหลายรายยังพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมดเลย และน่าจะให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาช่วยยืนล่าตาข่าย หลังพบเรื่องเศร้าจากการสูญเสียลูกชายฝาดแฝดที่อยู่ในครรภ์ภรรยานั่นเอง เพราะยังคงเป็นตัวความหวังสูงสุดในแดนหน้าจากการเป็นดาวซัลโวประจำทีมตามผลงานที่ยิงไปแล้วถึง 21 ประตูในทุกรายการ เพื่อให้ลงไปประสานงานร่วมกับพวกนักเตะรุ่นน้องในแนวรุกที่ยังคงพร้อมลงสนามเกือบทั้งหมด


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, อเลกซ์ เตลเลส, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อารอน-วาน บิสซาก้า, เนมันย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันเดส, จาดอน ซานโซ่, แอนโธนี่ เอลังก้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้


ผู้รักษาประตู : เป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเช่นเคย โดยปล่อยให้ ดีน เฮนเดอร์สัน นั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองต่อไปแบบยาวๆ

แนวรับ : รอเช็กสภาพความฟิตของ ราฟาเอล วาราน เพิ่งหายเจ็บ แต่ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง จึงพร้อมให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ต่อไปเหมือนเดิม ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ ลุค ชอว์ รักษาโรคเดี้ยง และพร้อมให้ อเลกซ์ เตลเลส ลงไปยืนเล่นคนละฝั่งกับ อารอน-วาน บิสซาก้า ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็กขวาเหนือกว่า ดิโอโก้ ดาโลท์ นั่นเอง

แดนกลาง : ยังคงไร้ เฟรด กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงต้องให้ เนมันย่า มาติช ลงไปคุมเกมร่วมกับ ปอล ป็อกบา รวมถึง บรูโน่ แฟร์นันเดส ด้วยเช่นกัน

แนวรุก : น่าจะให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาออกสตาร์เป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า หลังได้พักจากนัดก่อนเพื่อรักษาสภาพจิตใจ ส่วนตัวริมเส้นน่าจะให้ จาดอน ซานโซ่ ยืนอยู่ทางซ้าย และวาง แอนโธนี่ เอลังก้า ยืนเป็นปีกขวามากกว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้เสียที จึงน่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 235 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติเหือกว่าอยู่พอสมควร โดยฝ่ายชนะ 98 เกม เสมอ 53 เกม และแพ้ 84 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้เกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า เสมอแบบไร้สกอร์ 0-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ 1-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า อาร์เซนอล เหนือกว่าเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 2 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ 1 เกม


ความน่าจะเป็น

เป้าหมายหลักของทั้งสองทีมก็คือการเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรก เพื่อคว้าสิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงฤดูกาลหน้านั่นเอง โดย อาร์เซนอล ห่างหายจากการลงเล่นในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปมานานหลายปีแล้วด้วย จึงหมายมั่นปั้นมือหวังกลับไปโชว์ฝีเท้าในรายการที่คุ้นเคยให้ได้ หลังจากที่ไม่ได้สิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในเกมระดับทวีปของซีซั่นนี้แม้แต่รายการเดียว ทำให้นักเตะที่ส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กหนุ่มมุ่งมั่นเพื่อพาทีมไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้เสียที


ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเกือบจะหลุดจากวงโคจรลุ้นคว้าพื้นที่ใน 4 อันดับแรกไปเสียแล้ว เพราะเคยทำผลงานได้อย่างย่ำแย่แบบต่อเนื่องเลย แต่เป็นเพราะว่าทีมอื่นๆ ที่ลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" พลาดอยู่บ่อยๆ ด้วยเช่นกัน และสามารถกลับมาเก็บชัยได้อยู่บ่อยๆ แล้วด้วย แม้จะต้องออกแรงเหนื่อยในหลายๆ เกมก็ตาม จึงยังคงมีโอกาสลุ้นกันต่อไปจนถึงช่วงจบฤดูกาลนี้ไปเลย


คาดว่าทั้งสองทีมน่าจะเปิดเกมแลกเข้าใส่กันแบบสนุก โดยแนวรับของทั้งสองทีมไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก เพราะว่ามีความผิดพลาดให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะฝั่งของ "ปีศาจแดง" ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ อยู่เป็นประจำเลย ส่วนแนวรุกของทั้งสองทีมค่อนข้างจะใช้โอกาสเปลืองเสียด้วย ซึ่งทางฝั่งของ อาร์เซนอล ดูเหมือนจะเฉียบคมกว่า แต่ว่า อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ กองหน้าตัวหลักมักจะพลาดในจังหวะสำคัญๆ อยู่บ่อยๆ ด้วยเช่นกัน จึงมีโอกาสที่เกมคู่นี้จะลงเอยด้วยผลเสมอแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะนแนได้สูงมาก


ผลที่คาด : อาร์เซนอล เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1

ดู 78 ครั้ง