หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS เลสเตอร์

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม โดยแนวรุกยังคงให้ กาเรียล เชซุส ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้ารอต้อนรับ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 13 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS เลสเตอร์
วิเคราะห์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS เลสเตอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาร์เซนอล VS เลสเตอร์

สนาม : เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม

เวลา : 21.00 น.


อาร์เซนอล

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ออร์ลันโด้ ซิตี้ 3-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เชลซี 4-0 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เซบีญ่า 6-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะปรับจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 ในนัดประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง โดยเฉพาะ เอมิล สมิธ โรว์ กับ ฟาบิโอ วิเอร่า แต่ไม่กระทบต่อการจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน เพราะว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อารอน แรมส์เดล, กาเบรียล มากัลเญส, วิลเลี่ยม ซาลิบ้า, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, เบน ไวท์, กรานิท ชาก้า, โธมัส ปาร์เตย์, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, บูกาโย่ ซาก้า, กาเบรียล เชซุส


ผู้รักษาประตู : ยังคงให้ อารอน แรมส์เดล ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะได้ยึดตำแหน่งมือหนึ่งแบบถาวรแล้ว หลังจากที่ แบรนด์ เลโน่ ตัดสินใจย้ายไปซบ ฟูแล่ม นั่นเอง

แนวรับ : เตรียมให้ กาเบรียล มากัลเญส ยืนเป็นกองหลังคู่กับ วิลเลี่ยม ซาลิบ้า เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาน่าจะขยับ เบน ไวท์ ไปยืนแทน เซดริก โซอาเรส เหมือนอย่างในเกมประเดิมสนาม ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ พร้อมสวมบทเป็นแบ็กว้ายเหนือกว่า คีแรน เทียร์นีย์ ยังมีสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อยนั่นเอง

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ โมฮาเม็ด เอลเนนี่ กับ อัลแบร์ แซมบี้ โลกองก้า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ฟาบิโอ วิเอร่า แข้งใหม่ที่ยังต้องพักรักษาโรคเดี้ยง โดยเตรียมให้ กรานิท ชาก้า ยืนคุมเกมร่วมกับ โธมัส ปาร์เตย์ เหมือนเช่นเคย เพราะถูกวางตัวเป็นคู่หูในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้วด้วย

แนวรุก : พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน แม้จะไม่มี เอมิล สมิธ โรว์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แต่พร้อมให้ มาร์ติน โอเดการ์ด สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในฐานะเพลย์เมกเกอร์ตัวปั้นเกม ส่วนปีกขวาเป็นหน้าที่ของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของ บูกาโย่ ซาก้า ในฐานะปีกซ้าย ขณะที่ กาเบรียล เชซุส เตรียมสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหนือกว่า เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ อยู่แล้ว


เลสเตอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 4-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 3-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ 2-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เซบีญ่า 1-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 2-2 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส เตรียมปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ เบรนท์ฟอร์ด 2-2 ในนัดประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ริคาร์โด้ เปไรร่า, ฮัมซ่า เชาดูรี่, ฮาร์วีย์ บาร์นส รวมถึง ไรอัน เบอร์ทรานด์ แต่ว่าพวกแข้งหลักอีกหลายรายยังคงพร้อมออกสตารทเป็นตัวจริง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-5-1-1

แดนนี่ วอร์ด, เวสลีย์ โฟฟาน่า, จอนนี่ อีแวนส์, ดาเนี่ยล อมาร์ตี้, ติโมธี คาสตาเญ่, ยูริ ติเลอมองส์, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, เจมส์ จัสติน, เจมส์ แมดดิสัน, เจมี่ วาร์ดี้


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ แดนนี่ วอร์ด ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งไปเลย เนื่องจาก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายด่านระดับตำนานได้ย้ายทีมไปแล้วนั่นเอง

แนวรับ : น่าจะดร็อป ชักลาร์ โซยุนชู รวมถึง ยานนิค เวสเตอร์การ์ด เป็นตัวสำรองไปก่อน เพื่อให้ ดาเนี่ยล อมาร์ตี้ ลงไปยืนเป็นกองหลังร่วมกับ เวสลีย์ โฟฟาน่า และ จอนนี่ อีแวนส์ เหมือนอย่างในเกมประเดิมสนามเลย

แดนกลาง : เตรียมใช้ 3 ประสานในแผงมิดฟิลด์ นั่นก็คือ ยูริ ติเลอมองส์, วิลฟรีด เอ็นดิดี้ และ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย ส่วนในรายของ เดนนิส ปราท กับ นัมปาลิส เมนดี้ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ด้านแบ็กซ้ายไม่มี ไรอัน เบอร์ทรานด์ ยังไม่หายจากโรคเดี้ยง จึงน่าจะให้ เจมส์ จัสติน ลงไปยืนเล่นคนละฝั่งกับ ติโมธี คาสตาเญ่ ในฐานะแบ็กขวาตัวจริงตามเดิม ทำให้ มาร์ค อัลไบรท์ตัน กับ ลุค โธมัส เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองด้วยเช่นกัน

แนวรุก : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก เจมส์ แมดดิสัน ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมอยู่แล้ว ส่วนกองหน้าตัวเป้าเตรียมดร็อป เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ และ อโยเซ่ เปเรซ เป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ พัตสัน ดาก้า เพื่อให้ เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกจอมเก๋าออกสตาร์ทเป็นตัวจริง


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 148 เกม ปรากฎว่า อาร์เซนอล มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 70 เกม เสมอ 46 เกม และแพ้ 32 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปรากฎว่า อาร์เซนอล เป็นฝ่ายชนะ 2-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว ปรากฎว่า เลสเตอร์ บุกไปแพ้ 0-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : อาร์เซนอล เสมอ เลสเตอร์ 1-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : เลสเตอร์ แพ้ อาร์เซนอล 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ แพ้ อาร์เซนอล 1-3

คาราบาว คัพ ปี 2021 : เลสเตอร์ แพ้ อาร์เซนอล 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : อาร์เซนอล ชนะ เลสเตอร์ 2-0


ความน่าจะเป็น

ประเดิมสนามในเกมแรกของฤดูกาลใหม่ได้แบบน่าประทับใจอยู่ไม่น้อย เพราะสามารถคว้าชัยได้แบบไม่เสียประตู แม้ว่า กาเบรียล เชซุส กองหน้าตัวความหวังใหม่จะยังยิงประตูไม่ได้ แต่ว่ามีสัญญาณไปในทิศทางดี เพราะว่าเล่นกันด้วยความมุ่งมั่นแบบเต็มเปี่ยมนั่นเอง และเกมนี้จะได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเองเป็นนัดแรกของซีซั่นนี้ ทำให้ อาร์เซนอล พร้อมลงสนามด้วยความคึกคัก เพื่อลุ้นเก็บชัยต่อหน้าแฟนบอลในสนามเหย้าของตัวเองด้วย


ส่วน เลสเตอร์ มีทรัพยากรในเรื่องของตัวผู้เล่นให้เลือกใช้งานค่อนข้างจำกัด เพราะยังไม่มีการลงทุนซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพแม้แต่คนเดียว แม้จะต้องใช้งานพวกนักเตะหน้าเดิมๆ ไปก่อน แต่ยังคงเป็นพวกแข้งหลักที่เล่นกันได้แบบเข้าขารู้ใจกันอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถคว้าชัยจากเกมประเดิมสนาม เพราะทำได้เพียงผลเสมอ จึงเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวในถิ่นของตัวเองจากเกมประเดิมสนามไปก่อน


คาดว่า "ปืนใหญ่" น่าจะอาศัยความได้เปรียบจากการที่ได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเอง เพื่อเก็บ 3 คะแนนเต็มต่อหน้ากองเชียร์ของตัวเองเอาไว้ได้ เพราะดูเหมือนว่า เลสเตอร์ จะต้องใช้เวลาเพื่อเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกนักเตะเจ้าถิ่นที่เต็มไปด้วยแข้งสายเลือดใหม่ที่พร้อมลงสนามเพื่อพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองกันทั้งนั้นเลย


ผลที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ เลสเตอร์ 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 520 ครั้ง