หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : อาร์เซนอล VS ไบรท์ตัน

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง เพราะมีนักเตะบางรายเจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงน่าจะขยับ มาร์ติน โอเดการ์ด ถอยลงยืนเป็นตัวคุมเกมแดนกลาง เพื่อเปิดทางให้ เอมิล สมิธ โรว์ สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์นัดต้อนรับ ไบรท์ตัน ซึ่งตามหาชัยชนะไม่เจอมาหลายนัดแล้วในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 9 เม.ย.นี้


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาร์เซนอล VS ไบรท์ตัน

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

เวลา : 21.00 น.


อาร์เซนอล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 3-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-3 (เยือน)


มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ "ปืนใหญ่" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ คริสตัล พาเลซ 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นกลับมาเก็บชัยเพื่อเบียดแย่งพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป แม้จะมีนักเตะตัวหลักได้รับบาดเจ็บในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะ คีแรน เทียร์นีย์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง และ โธมัส ปาร์เตย์ มิดฟิลด์ตัวคุมเกม แต่ยังพร้อมขยับผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ ให้ไปช่วยยืนแทนได้ ส่วนแนวรุกยังคงอยู่กันแบบพร้อมเพรียง จึงพร้อมจัดเต็มในแดนหน้าอย่างแน่นอน

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อารอน แรมส์เดล, เซดริก โซอาเรส, เบน ไวท์, กาเบรียล มากัลเญส, กรานิท ชาก้า, อัลแบร์ แซมบี้ โลก็องก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, บูกาโย่ ซาก้า, เอมิล สมิธ โรว์, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อารอน แรมส์เดล ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งต่อไป หากไม่มีอาการเจ็บป่วยไปเสียก่อน

แนวรับ : น่าลุ้นได้ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ กลับมายืนเป็นแบ็กขวา แต่ยังไม่น่าจะฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อย จึงน่าจะให้ เซดริก โซอาเรส ลงไปทำหน้าที่ตามเดิม ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะขยับ กรานิท ชาก้า ลงไปยืนเล่นแทนไปก่อน เนื่องจาก คีแรน เทียร์นี่ย์ เจอโรคเดี้นงเล่นงานนั่นเอง ขณะที่คูกองหลังยังคงใช้ เบน ไวท์ กับ กาเบรียล มากัลเญส เหมือนเดิม

แดนกลาง : ไม่มี โธมัส ปาร์เตย์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงน่าจะให้ อัลแบร์ แซมบี้ โลก็องก้า ลงไปยืนแทนที่ของ กรานิท ชาก้า ซึ่งเตรียมขยับไปยืนเป็นแบ็กซ้าย และน่าจะขยับ มาร์ติน โอเดการ์ด ให้ถอยลงมาช่วยยืนเป็นตัวคุมเกมด้วยกัน

แนวรุก : พร้อมจัดตัวที่ดีที่สุดลงสนาม เพราะยังอยู่กันครบทั้งหมด โดยน่าจะให้ เอมิล สมิธ โรว์ ลงไปสวมบทเป็นตัวปั้นเกม และวาง บูกาโย่ ซาก้า ยืนเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาคนละด้านกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

กองหน้า : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมด้วย แม้จะยิงประตูได้ไม่เยอะ แต่มีประโยขน์ในแดนหน้า เพราะสามารถเป็นตัวชนกับแนวรับของทีมคู่แข่งฝั่งตรงข้าม และช่วยจ่ายบอลเพื่อทำทางให้เพื่อนร่วมทีมลุ้นสอยตาข่ายได้ด้วย


ไบรท์ตัน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ สเปอร์ส 0-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นอริช 0-0 (เหย้า)


เกรแฮม พ็อตเตอร์ กุนซือ ไบรท์ตัน จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ นอริช แบบไร้สกอร์ 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 7 เกม และเคยพบกับความพ่ายแพ้ถึง 6 นัดติดต่อกันเลยด้วย แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่พวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้ตามเดิม จึงได้จะได้เห็น นีล โมเปย์ กองหน้าตัวหลักได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไป


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-5-1-1

โรเบิร์ต ซานเชซ, โจเอล เฟลต์มันน์, ลูวิส ดังค์, มาร์ค คูคูเรลล่า, ทาริก แลมป์ตี้ย์, อดัม ลัลลาน่า, อีฟส์ บิสซูม่า, ปาสกาล โกรสส์, ซอลลี่ มาร์ช, เลอันโดร ทรอสซาร์, นีล โมเปย์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ โรเบิร์ต ซานเชซ สวมบทเป็นมือหนึ่งตามเดิม

แนวรับ : ขาดเพียงแค่ อดัม เว็บสเตอร์ ได้รับบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ โจเอล เฟลต์มันน์, ลูวิส ดังค์ และ มาร์ค คูคูเรลล่า ลงไปยืนเป็นกองหลังด้วยกันทั้งหมดเลย

แดนกลาง : ไม่มี ยาคุบ โมเดอร์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงน่าจะให้ อดัม ลัลลาน่า ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ อีฟส์ บิสซูม่า และ ปาสกาล โกรสส์ ส่วนตัวริมเส้นทั้งสองฝั่งยังคงให้ ทาริก แลมป์ตี้ย์ ยืนอยู่ทางขวาคนละฝั่งกับ ทาริก แลมป์ตี้ย์ ทางด้านซ้าย

แนวรุก : น่าจะเลือก เลอันโดร ทรอสซาร์ สวมบทเป็นตัวปั้นเกม และให้ อเล็กซ์ แม็ค อัลลิสเตอร์ นั่งเป็น ตัวสำรองไปก่อน

กองหน้า : ยังคงดร็อป แดนนี่ เวลเบ็ค เพราะน่าจะไว้วางใจ นีล โมเปย์ ให้ลงไปยืนค้ำในแนวรุกมากกว่า


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 24 เกม ปรากฎว่า อาร์เซนอล มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 14 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 5 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้จากเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า "ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายชนะ 2-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า ไบรท์ตัน เปิดบ้านยันเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่ามีสถิติที่สูสีกัน โดยผลัดกันชนะ-แพ้ทีมละ 2 นัด และลงเอยด้วยผลเสมออีกหนึ่งเกม


ความน่าจะเป็น

แม้จะเจอปัญหานักเตะเจอโรคเดี้ยงในบางตำแหน่ง แต่ อาร์เซนอล สามารถตามหาทีมที่ลงตัวที่สุดได้แล้ว จึงพร้อมขยับผู้เล่นบางคนให้ลงไปทำหน้าที่แทนได้เลย เพื่อเป้าหมายหลักคือการกลับมาเก็บชัยให้ได้อีกครั้ง เพราะตอนนี้ยังคงต้องเบียดแย่งพื้นที่ใน 4 อันดับแรกให้ได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้กันแบบดุเดือด โดย สเปอร์ส, เวสต์แฮม และ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมเป็นคู่แข่งในการแย่งชิงพื้นที่ตรงนี้ได้ทุกเมื่อเลยด้วย ทว่า "ปืนใหญ่" ยังคงถือความได้เปรียบอยู่เล็กน้อย เพราะมีโปรแกรมลงสนามน้อยกว่าหนึ่งเกมนั่นเอง จึงอยู่ที่ว่าจะสามารถชิงความได้เปรียบจากเกมนัดตกค้าวที่อยู่ในมือได้หรือไม่


ส่วน ไบร์ทตัน ยังคงตามหาชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมาให้ได้ และยังคงเป็นทีมที่ลงเอยด้วยผลเสมอมากที่สุดถึง 13 เกม ซึ่งจำนวนที่เท่ากับ คริสตัล พาเลซ พอดีเลย แต่ยังคงเจอปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตกเสียที นั่นก็คือเรื่องของเกมรุกที่ฝืดแบบสุดๆ เพราะยิงประตูไม่ได้มาแล้วถึง 3 เกม และถ้าดูย้อนหลังกลับไปในช่วง 7 เกมล่าสุดจะพบว่าสอยตาข่ายได้เพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้เพียง 26 ลูกจากการลงสนามไปแล้ว 30 เกม หรือเฉลี่ยยิงได้นัดละไม่ถึงหนึ่งประตูเสียด้วยซ้ำ


คาดว่า "ปืนใหญ่" ยังคงพร้อมเกมรุกเข้าใส่ตามสไตล์ถนัดอยู่แล้ว และถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นจากการลงเล่นที่บ้านของตัวเองด้วย จึงอยู่ที่ว่าแนวรับของ ไบรท์ตัน จะต้านทานเอาไว้ได้ไหวหรือไม่ แต่ดูแล้วมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้สูงมาก ทำให้ "ปืนใหญ่" น่าจะเป็นฝ่ายกลับมาเก็บ 3 คะแนนเต็มได้อีกครั้ง เพราะดูแล้วมีความพ้รอมมากกว่า และมีแนวรุกที่เฉียบคมกว่าด้วย


ผลที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ ไบรท์ตัน 2-0

ดู 4 ครั้ง