หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

แม้จะเป็นลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี แต่ว่าโค้ชอังกฤษในฐานะเจ้าถิ่นแท้ๆ กลับยังไม่เคยได้สัมผัสบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ของประเทศตัวเองแม้แต่คนเดียว นับตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก ก่อตั้งเมื่อปี 1992 เป็นต้นมา หลังเปลี่ยนชื่อมาจาก ดิวิชั่น 1 เมื่อ 30 ปีก่อนโน้นเลย ซึ่งถือว่าจุดวิกฤตของโค้ชชาวเมืองผู้ดีได้เหมือนกัน


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

สำหรับนิยายของ "โค้ชอังกฤษ" หมายถึงกุนซือสายเลือดชาวเมืองผู้ดีแบบแท้ๆ ไม่นับรวม 3 ชาติลูกหนังที่อยู่ภายใต้การดูแลของสหราชอาณาจักร ไล่ตั้งแต่ สกอตแลนด์, เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ เข้าไปด้วย ทำให้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตได้ขึ้นแท่นรั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะโค้ชลูกหนังที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล เพราะเคยนำทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยึดสถิติผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบัน


ทั้งนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เริ่มต้นคุมทัพ "ปีศาจแดง" ตั้งแต่ปี 1986 หรือในช่วงก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะเริ่มต้นฟาดแข้งกันเสียด้วยซ้ำ แม้จะต้องลงทุนใช้เวลาสร้างทีมเป็นเวลาหลายปี แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มผลิดอกออกผลในเวลาที่เหมาะสม ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของยอดโค้ชชาวสกอตสามารถเข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แบบต่อเนื่อง และยังคงเป็นทีมลูกหนังที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในยุคของ "พรีเมียร์ลีก" ได้มากที่สุดถึง 13 สมัยเลยทีเดียว


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

นับตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก เริ่มต้นฟาดแข้งในฤดูกาล 1992/1993 หลังจากนั้น "เฟอร์กี้" ได้นำทัพ "ปีศาจแดง" เข้าป้ายแชมป์ในช่วงซีซั่นดังกล่าวได้ทันที และต่อยอดไปสู่การป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 1993/1994 ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันไปเลยด้วย แม้จะชวดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน เพราะพลาดท่าเสียทีให้กับ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล 1995/1996 แต่ว่าหลังจากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาทวงบัลลังก์คืนได้ถึง 2 ซีซั่นซ้อนในช่วงฤดูกาล 1995/1996 และ 1996/1997 นั่นเอง


นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังได้ต่อยอดความสำเร็จจากการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกันในช่วงฤดูกาล 1998/1999, 1999/2000 และ 2000/2001 หลังจากนั้น "เฟอร์กี้" ได้พาทีมยึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ของเกาะอังกฤษได้อีกถึง 6 สมัยในฤดูกาล 2002/2003, 2006/2007, 2007/2008, 2008/2009, 2010/2011 และ 2012/2013 ก่อนจะตัดสินใจประกาศ "รีไทร์" เพื่อปลดเกษียณตัวเองจากเกมลูกหนังในปี 2013 ไปเลย หลังจากที่อยู่ปักหลักคุมทีมมานานถึง 26 ปีเลยทีเดียว แต่ได้คุมทีมลงสนามในยุคของพรีเมียร์ลีกได้ทั้งหมด 21 ปี


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

ในช่วงระหว่างที่ "เฟอร์กี้" ยังคงเรืองอำนาจ ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญหน้ากับบรรดาทีมคู่แข่งลุ้นแย่งตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ภายใต้การคุมทัพของพวกโค้ชต่างชาติตลอดเลยด้วย โดยเฉพาะ อาร์แซน เวนเกอร์ โค้ชชาวฝรั่งเศสที่เคยอยู่ปักหลักคุมทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ซึ่งถือว่าเป็นคู่ปรับตัวฉกาจในช่วงยุคสมัยเดียวกัน และยังคงเป็นเจ้าของสถิติกุนซือที่อยู่คุมทีมลูกหนังในศึกพรีเมียร์ลีกแบบยาวนานที่สุดจากการดูแลทัพลูกหนัง "ปืนใหญ่" เป็นเวลานานถึง 22 ปี เพราะได้เริ่มคุมทีมตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปี 2018 นั่นเอง ส่วนตอนนี้ยังไม่ได้ประกาศ "รีไทร์" เพื่อปลดเกษียณจากเกมลูกหนัง แต่ว่าไม่ได้รับงานคุมทีมในทุกระดับอีกเลย


โดย เวนเกอร์ เคยนำทัพ อาร์เซนอล ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 3 สมัยในช่วงฤดูกาล 1997/1998, 2001/2002 และ 2003/2004 ซึ่งยังคงรั้งสถิติเป็นกุนซือที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สุดเป็นอันดับ 3 เท่ากับผลงานของ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสที่เคยนำทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกจากการคุมทีมทั้ง 2 รอบได้ถึง 3 สมัยเหมือนกัน ไล่ตั้งแต่ในช่วงฤดูกาล 2004/2005, 2005/2006 และ 2014/2015


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

แต่ว่า เวนเกอร์ กับ มูรินโญ่ ยังคงเป็นรองอันดับ 2 นั่นก็คือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า โค้ชชาวสเปนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งยังคงพาทีมยึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ของเกาะอังกฤษจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ได้ก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมเมื่อปี 2016 หลังจากนั้นได้ยึดแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วถึง 4 สมัยในช่วงฤดูกาล 2017/2018, 2018/2019, 2020/2021 รวมถึง 2021/2022 และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ด้วย เพราะว่าพร้อมเพิ่มสถิติของตัวเองต่อไปได้ทุกเมื่อเลยด้วย แม้จะมีสัญญาคุมทีมจนถึงช่วงกลางปี 2023 ซึ่งจะหมดอายุในช่วงซีซั่นหน้าเสียแล้ว แต่ว่าได้แสดงทีท่าพร้อมต่อสัญญาใหม่ได้ตลอดเลย


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

ส่วนอันดับ 4 มีมากถึง 7 คนที่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกคนละหนึ่งสมัย ไล่ตั้งแต่ "คิงเคนนี่" เคนนี่ เดลกลิช โค้ชชาวสกอตที่เคยนำทัพ แบล็คเบิร์น ทีมมหาเศรษฐีในยุคนั้นเข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการเฉือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคของ "เฟอร์กี้" ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 1994/1995 แต่ตอนนี้ "กุหลาบไฟ" ยังคงอยู่ในยุคตกต่ำจากการปักหลักอยู่ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ หรือลีกรองเบอร์ 2 ของอังกฤษจนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีโอกาสได้เลื่อนชั้นเพื่อหวนกลับคืนสู่ลีกสูงสุดของประเทศอีกเลย นับตั้งแต่กระเด็นตกชั้นเมื่อปี 2012 เป็นต้นมา


ขณะที่ 4 โค้ชชาวอิตาเลียเคยตบเท้ามาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้คนละหนึ่งสมัยด้วยเช่นกัน เริ่มต้นจาก คาร์โล อันเชลอตติ เมื่อตอนที่ย้ายมาคุมทัพ เชลซี ในฤดูกาล 2009/2010 และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้ตั้งแต่ช่วงซีซั่นแรกที่คุมทีมเลยด้วย หลังจากนั้น "มันโช่" โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้นำทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคที่เพิ่งเป็นทีมมหาเศรษฐีผงาดเข้าป้ายแชมป์ได้ในช่วงฤดูกาล 2011/2012 ต่อด้วย เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งเคยผ่านงานคุมทัพ เชลซี มาก่อน เมื่อตอนที่ย้ายมารับงานคุมทัพ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ยึดแชมป์ได้แบบหักปากกาเซียนในช่วงฤดูกาล 2015/2016 ตบท้ายด้วย อันโตนิโอ คอนเต้ เคยนำทัพ เชลซี ครองบัลลังก์แชมป์ได้ในฤดูกาล 2016/2017 ส่วนตอนนี้ยังคงโลดแล่นอยู่ในศึกพรีเมียร์ลีกจากการทำหน้าที่คุมทัพ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ และกำลังก่อร่างสร้างทีมเพื่อลุ้นแชม์พรีเมียร์ลีกกันต่อไป


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

ปิดท้ายด้วยอีก 2 คนที่เหลือ นั่นก็คือ มานูเอล เปเยกรินี่ โค้ชชาวชิลีที่เคยนำทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงฤดูกาล 2013/2014 และ เจอร์เกน คลอปป์ โค้ชชาวเยอรมันที่เคยนำทัพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาล 2019/2020 และเป็นการหวนกลับมายึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ของเมืองผู้ดีได้อีกครั้งหนึ่งด้วย นับตั้งแต่ได้ชูถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อตอนสมัยที่ยังใช้ชื่อการแข่งขันว่า ดิวิชั่น 1 เมื่อปี 1990 โน้นเลย ทั้งนี้ คลอปป์ ยังคงพร้อมนำทัพ "หงส์แดง" เดินหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไปด้วย เพราะได้ต่อสัญญาฉบับใหม่เพื่ออยู่คุมทีมต้นสังกัดปัจจุบันต่อไปจนถึงปี 2025 โน้นเลย


"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ
"แชมป์พรีเมียร์ลีก" โค้ชอังกฤษหลบไปเป็นเรื่องพวกต่างชาติ

เท่ากับว่า โค้ชชาวอิตาเลียน คือพวกต่างชาติที่สามารถเดินทางมาปักธงจากการยึดแชมป์พรีเมียร์ลีกบนเกาะอังกฤษได้มากที่สุดถึง 4 คน ไล่ตั้งแต่ คาร์โล อันเชลอตติ, โรแบร์โต้ มันชินี่, เคลาดิโอ รานิเอรี่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ ตามมาด้วยโค้ชชาวสกอต 2 คน นั่นก็คือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ เคนนี่ เดลกลิช และมาจากประเทศต่างๆ อีกชาติละหนึ่งคน ได้แก่ อาร์แซน เวนเกอร์ จากฝรั่งเศส, โจเซ่ มูรินโญ่ จากโปรตุเกส, มานูเอล เปเยกรินี่ จากชิลี, โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จากสเปน และ เจอร์เกน คลอปป์ จากเยอรมนี


สรุปคือบรรดาโค้ชอังกฤษในฐานะเจ้าถิ่นแท้ๆ กลับยังไม่เคยมีใครได้สัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศตัวเองแม้แต่คนเดียว และกลายเป็นเรื่องของพวกโค้ชชาวต่างชาติมาโดยตลอดเลย เพราะนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี 1992 มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลานานถึง 30 ปีแล้ว หลังจากนั้นมีโค้ชเพียงแค่ 11 คนที่ได้ชูถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี แถมยังเดินทางมาจากต่างแดนทั้งหมดเลยต่างหาก


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 106 ครั้ง