หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด

นี่คืออีกหนึ่งตำนานลูกหนังโลกที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ และเขาคนนั่นก็คือ เปเล่ หรือเจ้าของสมญานามแบบไทยๆ ว่า "ไข่มุกดำ" อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เคยฝากผลงานยิงประตูได้แบบถล่มทลาย และประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกของฟุตบอล โดยเฉพาะในเกมระดับชาติจากการนำทีมบ้านเกิดก้าวเท้าขึ้นไปรั้ง "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะแชมป์ฟุตบอลโลกได้ถึง 3 สมัย จึงยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ได้ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุดไปเลยด้วย


"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด
"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด

ย้อนหลังกลับไปในปี 1940 เปเล่ หรือที่มีชื่อจริงแบบยาวๆ ว่า เอ็ดสัน อรานเตส โด นาสซิเมนโต้ ได้ถือกำเนิดลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1940 และได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ ซานโต๊ส ทีมยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดเมื่อปี 1956 ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น โดยสร้างชื่อเสียงโด่งดังจากการเล่นในตำแหน่งกองหน้า และได้ฝากผลงานยิงประตูในลีกลูกหนังแดนแซมบ้าได้แบบเป็นกอบเป็นกำ จึงถูกเรียกตัวไปรับใช้ทีมชาติบราซิลเป็นครั้งแรกในปี 1957 พร้อมกับเป็นหนึ่งในสมาชิกชุดเดินทางไปฟาดแข้งรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน โดยตอนนั้น "ไขมุกดำ" เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในทีมด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น แม้ว่าในช่วงรอบแรกจะยังสามารถฉายฟอร์มเด่นออกมาได้ เพราะยังอยู่ภายใต้ร่มเงาของพวกรุ่นพี่ ซึ่งตอนนั้นมี มาริโอ ซัลกาโล่ กับ วาว่า เป็นตัวชูโรงอยู่นั่นเอง


แต่หลังจากที่ลูกหนัง "แซมบ้า" ได้ตบเท้าผ่านรอบแรกไปสู่รอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ ทำให้ เปเล่ สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้เสียที โดยได้ฝากผลงานยิงประตูในเกมรอบน็อคเอาท์ได้ทุกนัดเลย ไล่ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นคนยิงประตูชัยเฉือนชนะ เวลส์ 1-0 ส่วนในรอบรองชนะเลิศได้จัดการ "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมไล่ต้อน ฝรั่งเศส 5-2 และปิดท้ายด้วยนัดชิงได้ซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 เม็ดในเกมที่ไล่ถลุง สวีเดน ชาติเจ้าภาพด้วยสกอร์ 5-2 ทำให้ "ไข่มุกดำ" ได้นำทีมชาติบราซิลผงาดคว้าตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยแรกได้ครองได้ด้วย พร้อมกับฝากผลงานยิงประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ทั้งหมด 6 ประตู เท่ากับ เฮลมุต ราห์น ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนีผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่เป็นรอง ฌูลส์ ฟองแต็ง ตำนานกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสที่ได้เข้าป้ายดาวซัลโวจากการสอยตาข่ายได้มากถึง 13 ประตูเลยทีเดียว


"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด
"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด

เมื่อได้เริ่มต้นนับหนึ่งในฐานะแชมป์โลกเป็นสมัยแรกได้สำเร็จ หลังจากนั้นทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ได้ยกพลไปป้องกันบัลลังก์แชมป์ในศึกฟุตบอลโลก 1962 ที่ประเทศชิลีกันต่อเลย โดยคราวนี้ เปเล่ ได้ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นดาวเด่นประจำทีมแบบเต็มตัวไปเลย แม้จะทำผลงานได้ต่ำกว่าที่ถูกหมายคาดเอาไว้จากการสอยตาข่ายในช่วงตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ได้เพียงแค่ลูกเดียว นั่นก็คือการสังหารได้หนึ่งเม็ดในเกมประเดิมสนามรอบแรกที่ชนะ เม็กซิโก 2-0 นั่นเอง แต่ถือว่ายังมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมบ้านเกิดเข้าป้ายแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน เพราะเป็นฝ่ายเอาชนะทีมคู่แข่งในรอบต่างๆ ได้จนไปถึงนัดชิงที่ไล่สอนเชิงเอาชนะ เชโกสโลวะเกีย 3-1 ทำให้ "ไข่มุกดำ" ได้ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 2 จากการลงเล่นในรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันไปเลยด้วย


หลังจากนั้น เปเล่ ยังคงเป็นหนึ่งในตัวหลักของทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ชุดเดินทางไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 1966 ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อลุ้นป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันไปเลย แต่ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้สำเร็จ เพราะจอดป้ายเพียงแค่รอบแรกไปแบบหมดสภาพแชมป์เก่า 2 สมัยซ้อนไปเลยด้วย โดยในเกมประเดิมสนามรอบแรก "ไข่มุกดำ" ยิงได้หนึ่งเม็ดเป็นประตูปิดท้ายนัดที่ชนะ บัลแกเรีย 2-0 แต่ว่านัดที่ 2 พลาดท่าแพ้ ฮังการี ไปแบบหมดรูปด้วยสกอร์ 1-3 ส่วนนัดที่ 3 เป็นฝ่ายปราชัยให้กับ โปรตุเกส 1-3 ทำให้ทีมชาติบราซิลหมดสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์จากการกระเด็นตกรอบแรก จึงเปิดทางให้ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ในฐานะชาติเจ้าภาพไปถึงบัลลังก์แชมป์โลกเป็นสมัยแรกในช่วงบั้นปลายได้สำเร็จจากการยิงแซงชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมันตะวันตก ในช่วงต่อเวลาพิเศษของรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 2-4


"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด
"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด

แม้จะมีอายุมากถึงไปตามกาลเวลา แต่ เปเล่ ยังคงถูกเรียกตัวให้ไปรับใช้ทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ในศึกฟุตบอลโลก 1970 ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นการโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 4 ไปเลยด้วย โดยหมายมั่นปั้นมือหวังแก้จากการกระเด็นตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลก 1966 แบบหมดสภาพแชมป์เก่านั่นเอง และสามารถแก้ตัวได้สำเร็จจากการทะยานไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ไล่ตั้งแต่การเก็บชัยในรอบแรกได้ทั้ง 3 เกมเลย ส่วนในรอบน็อคเอาท์เริ่มต้นด้วยการชนะ เปรู ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 4-2 และต่อด้วยเกมที่คว้าชัยเหนือ อุรุกวัย 3-1 ในเกมรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะปิดท้ายในนัดชิงด้วยการไล่ต้อนชนะ "อัซซูรี่" อิตาลี 4-1 ทั้งนี้ "ไข่มุกดำ" ได้ฝากผลงานยิงประตูในช่วงตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ไปทั้งหมด 4 ลูกด้วยกัน และได้ตัดสินใจเลือกรับใช้บ้านเกิดในปี 1971


ทำให้ เปเล่ ได้จารึกชื่อเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้มากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังด้วยจำนวน 3 ครั้งแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยผ่านการลงสนามโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายไปทั้งหมด 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 1958, 1962, 1966 และ 1970 และมีสถิติเหนือกว่าพวกอดีตนักเตะที่เคยคว้าแชมป์โลกได้ 2 สมัยหลายคนเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาอดีตนักเตะ "แซมบ้า" ทั้งนั้นเลย ไล่ตั้งแต่พวกเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันอย่าง เบลลินี่, คาสติลโญ่, ดิดี้, ดยัลม่า ซานโต๊ส, โจวานนี่ แฟรรารี่, การ์รินช่า, กิลมาร์, เมาโร่, นิลตัน ซานโต๊ส, เปเป้, ซิโต้, โซซีโม่, วาว่า และ มาริโอ ซากัลโล่ รวมถึง 2 ตำนานดาวเตะรุ่นน้อง นั่นก็คือ คาฟู กับ โรนัลโด้ จากชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 และ 2002 นั่นเอง


"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด
"เปเล่" ตำนานแข้งผู้ชูถ้วยแชมป์บอลโลกมากสุด

นอกจากนี้ยังมีนักเตะจากชาติต่างๆ อีก 4 คนที่เคยได้แชมป์ฟุตบอลโลกถึง 2 สมัยด้วยเช่นกัน ไล่ตั้งแต่ 3 อดีตตัวหลักทีมชาติอิตาลีในยุคดึกดำบรรพ์ ไล่ตั้งแต่ กุยโด้ มาเซตติ, โจวานนี่ แฟร์รารี่ และ จูเซ็ปเป้ เมียซซ่า ซึ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ถึง 2 สมัยซ้อนในปี 1934 และ 1938 ส่วนอีกหนึ่งคนก็คือ ดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า ตำนานกองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่าในชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1978 และ 1986


ทั้งนี้ "ไข่มุกดำ" ยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักเตะอายุน้อยสุดที่ยิงประตูให้ทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ในเกมอุ่นแข้งนัดที่เปิดบ้านเฉือนชนะ อาร์เจนติน่า ทีมคู่ปรับตลอดกาลด้วยสกอร์ 2-1 เมื่อปี 1957 ด้วยวัยเพียง 16 ปี 9 เดือน และยังเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติบราซิลอยู่ด้วย เพราะฝากผลงานจากการยิงในเกมระดับชาติระหว่างปี 1958-1971 ได้ทั้งหมด 77 ลูกจากการลงสนาม 92 เกม แต่มีโอกาสสูญเสียสถิตินี้ได้เหมือนกัน เนื่องจาก เนย์มาร์ กองหน้ารุ่นลูกในยุคปัจจุบันไล่ตามหลังมาแบบติดๆ เพราะว่ายิงให้ทีมบ้านเกิดไปแล้ว 74 ลูกจากการลงสนาม 119 เกม จึงไล่จี้เหลือเพียงแค่ 3 ลูกเท่านั้น


แต่ เปเล่ ยังคงรั้ง "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะตำนานลูกหนังโลกจากการเป็นเจ้าของสถิติที่ยังไม่มีใครสามารถแซงหน้าได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เพราะยังคงได้ขึ้นแท่นเป็นนักตะที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้มากที่สุดถึง 3 สมัยนั่นเอง


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 37 ครั้ง