หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"เนย์มาร์" บนเส้นทางแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลก

แม้ว่าโลกลูกหนังจะมีการทุ่มเงินซื้อผู้เล่นฝีเท้าดีกันเป็นจำนวนมหาศาล แต่ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลของ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ยังคงยืนหยัดเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลที่มีค่าตัวที่สุดต่อไปเหมือนเดิม และคงจะเป็นเรื่องยากมากๆ อย่างแน่นอน หากจะมีใครก้าวเท้าขึ้นไปยึดตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะเจ้าของสถิติพ่อค้าแข้งที่มีมูลค่าจากการย้ายทีมมากที่สุดคนใหม่ในโลกยุคปัจจุบัน


"เนย์มาร์" บนเส้นทางแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลก
"เนย์มาร์" บนเส้นทางแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลก

ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ปี 1992 เนย์มาร์ หรือที่มีชื่อแบบเต็มๆ ว่า เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซานโต๊ส จูเนียร์ ได้ถือกำเนิดลืมตาดูโลกที่เมืองโมกี ดาส ครูเซส ในรัฐเซา เปาโล ประเทศบราซิล เพราะไม่ได้เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย จึงไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายเสียเท่าไรนัก แต่ว่าได้พรสวรรค์จากฝากฟ้าที่ดลบันดาลใจให้มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม และได้รู้จักกับเกมกีฬายอดนิยมของผู้คนทั่วโลก นั่นก็คือ "ฟุตบอล" ตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ ทำให้หนุ่มน้อยเลือดแซมบ้าตกหลุมรักเกมลูกหนังไปแบบเต็มๆ แม้จะเริ่มต้นเล่นจากการแบ่งข้างเตะกับเพื่อนๆ ตามท้องถนนในบ้านเกิดก็ตาม แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการลวดลายเพื่อเป็นการฝึกฝนทักษะของตัวเองไปในตัวด้วยเช่นกัน


เมื่อเข้าสู่ปี 2003 ครอบครัวของ เนย์มาร์ ได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองเซา วิเซนเต้ จึงมีโอกาสได้เล่นฟุตบอลแบบจริงจัง เพราะได้รับคัดเลือกให้มีชื่อเป็นนักเตะฝึกหัดในทีมเยาวชนของ โปรตุกีซ่า ซานติสต้า และสามารถโชว์ฝีเท้าในเกมระดับเด็กๆ ไปเข้าตาแมวมองของ เซา เปาโล ซึ่งเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลบราซิลในช่วงปีเดียวกัน จึงได้ย้ายไปฝึกวิชาลูกหนังกับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดินแดนแซมบ้าไปเลย และได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพื่อค้าแข้งให้กับทีมต้นสังกัดแรกในชีวิตเมื่อปี 2009 แถมยังมีโอกาสได้แจ้งเกิดจากการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้นอีกด้วย พร้อมกับก้าวเท้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของทีมทันที โดยในช่วงฤดูกาลแรกได้ฝากผลงานสุดแจ่ม เพราะยิงประตูได้มากถึง 14 ลูกจากการลงสนาม 48 เกมในทุกรายการ


หลังจากนั้น เนย์มาร์ สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของ เซา เปาโล เอาไว้ได้สำเร็จ และได้ระเบิดฟอร์มสุดเฉียบจากการยิงประตูในช่วงปี 2010 ได้มากถึง 42 ประตูเลยทีเดียว จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์เปาลิสเทา หรือแชมป์แห่งรัฐเซา เปาโล ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 2010-2012 นั่นเอง ทั้งนี้เด็กหนุ่มเลือดแซมบ้าเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกในช่วงปี 2011 เพราะได้นำสโมสรไปผงาดยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรอเมริกาใต้" จากการเฉือนชนะ เพนารอล ทีมยักษ์ใหญ่จากอุรกวัย ซึ่งเป็นคู่แข่งในนัดชิงโคปา ลิเบอตาโดเรส นั่นเอง พร้อมกับได้รับเสียงโหวตจากแฟนบอลทั่วโลกให้คว้า "ปุสกัส วอร์ด" ซึ่งเป็นรางวัลให้กับนักเตะที่ยิงประตูได้แบบสวยงามที่สุดในช่วงปีเดียวกันจากการสอยตาข่ายในถ้วยใบใหญ่ของดินแดนละตินได้นั่นเอง


ในช่วงปี 2012 ชื่อเสียงของ เนย์มาร์ ได้โด่งดังไปทั่วโลกเลย เพราะได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีปอเมริกาใต้ไปเลย จึงได้ต่อยอดไปสู่การค้าแข้งในระดับสูงในทวีปยุโรป เนื่องจาก "เจ้าบุญท่ม" บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน ได้ตัดสินใจทุ่มเงินสูงถึง 58 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวมาจาก เซา เปาโล ในปี 2013 หลังจากนั้นได้ยืนล่าตาข่ายร่วมกับ 2 รุ่นพี่จากดินแดนละตินเดียวกัน นั่นก็คือ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย กับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า และกลายเป็น 3 ประสานในแนวรุกกระฉ่อนโลกตามชื่อที่เรียกกันว่า MSN ซึ่งมาจากการนำตัวอักษรแรกจากชื่อของทั้ง 3 คนมาร่วมกันนั่นเอง พร้อมกับช่วยกันนำทีมต้นสังกัดเข้าป้าย "ทริปเปิ้ลแชมป์" ได้เป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรจากการกวาด 3 แชมป์รายการใหญ่ได้ในช่วงฤดูกาล 2014/2015 ไล่ตั้งแต่ แชมป์ลาลีกา, แชมป์โคปา เดล เรย์ รวมถึงการยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ด้วย


แต่เมื่อเข้าปี 2017 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เนื่องจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้ประกาศทุ่มเงินสูงถึง 222 ล้านยูโร ซึ่งเป็นไปตามค่าฉีกสัญญาในเงื่อนไขของ เนย์มาร์ ที่ได้เซ็นเอาไว้กับ บาร์เซโลน่า นั่นเอง ทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องยอมปล่อยให้ย้ายไปร่วมทัพ "เปแอสเช" เป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปเลยด้วย โดยตอนนั้นได้ทุบสถิติเดิมของ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสเมื่อตอนที่ย้ายจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุส กลับไปร่วมทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมต้นสังกัดเก่าตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ในปี 2016 ด้วยค่าตัวสูงถึง 89 ล้านปอนด์ไปแบบกระจุยกระจายเลยด้วย และยังคงยืนหยัดเป็นเจ้าของสถิตินี้จนถึงปัจจุบันกันต่อไป


ทั้งนี้ เนย์มาร์ ได้เริ่มต้นโชว์ฟอร์มใหักับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในช่วงซีซั่นแรกได้แบบน่าประทับใจ เพราะยิงประตูตอนช่วงตลอดทั้งฤดูกาล 2017/2018 ได้มากถึง 28 ลูกจากการลงสนาม 30 เกมในทุกรายการ และสามารถพาทีมต้นสังกัดเข้าป้าย "ทริปเปิ้ลแชมป์" ในลีกลูกหนังฝรั่งเศสจากการกวาดได้ครบทั้ง 3 รายการเลย ไล่ตั้งแต่แชมป์ลีก เอิง, แชมป์เฟรนซ์ คัพ รวมถึง แชมป์เฟรนซ์ ลีก คัพ ทำให้ "เปแอสเช" มองไปไกลถึงการยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" เพราะว่าอยากจะได้สัมผัสแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกให้ได้เสียที จึงตัดสินใจลงทุนคว้าดาวเตะทีมชาติบราซิลมาร่วมทีมเพื่อให้ช่วยสานต่อความฝันดังกล่าวให้เป็นจริงเสียที แต่ว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถไปถึงฝั่งเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ได้สำเร็จ แม้จะมีการดึงอดีตคู่หูอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ให้ย้ายตามมาจาก บาร์เซโลน่า แบบไม่มีค่าตัวเลยด้วยก็ตาม


นอกจากผลงานในเกมระดับสโมสรที่อยู่ในระดับยอดเยี่ยมแล้ว ในเกมระดับชาติก็ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยตอนนี้ เนย์มาร์ ยังคงได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมชาติบราซิลมาตั้งแต่ปี 2015 หลังจากที่ได้รับโอกาสให้รับใช้ทีมบ้านเกิดมาตั้งแต่ปี 2010 และมีโอกาสได้จารึกชื่อเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัพลูกหนัง "แซมบ้า" อีกด้วย เพราะว่าตอนนี้สอยตาข่ายในเกมระดับไปได้แล้วทั้งหมด 74 เกมจากการลงสนาม 119 เกมในทุกรายการ แม้จะยังคงรั้งอันดับ 2 แต่ว่าตามหลัง "ไข่มุกดำ" เปเล่ ตำนานกองหน้ารุ่นคุณปู่ร่วมชาติเดียวกันเพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น จึงมีโอกาสยิงแซงเพื่อก้าวเท้าขึ้นไปจารึกชื่อเป็นเบอร์หนึ่งได้ทุกเมื่อเลย และพร้อมพาทีมไปลุ้นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน หากว่าไม่โชคร้ายเจออาการบาดเจ็บเล่นงานไปเสียก่อน


ด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ แม้ว่าช่วงหลังๆ จะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนแบบต่อเนื่อง จึงได้ลงสนามในเกมระดับสโมสรไม่เยอะเสียเท่าไรนัก แต่ว่า เนย์มาร์ ยังคงยืนหยัดเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลที่มีค่าตัวที่สุดในโลกจนถึงยุดปัจจุบันนี้กันต่อไป ซึ่งกินเวลามานานถึง 5 ปีแล้วด้วย เพราะว่ายังไม่มีนักเตะคนใดสามารถก้าวเท้าขึ้นมาทุบสถิติตามตัวเลขของตัวเงินเป็นจำนวนมหาศาลได้เลยนั่นเอง จึงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีใครหาญกล้าขึ้นมายึดสถิตินี้ได้ในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็นเหลือเกิน แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกฟุตบอลเสมอเลย เพียงแต่ว่าตอนนี้ดาวเตะวัย 30 ปียังคงมีมูลค่าจากการย้ายทีมมากที่สุดเหมือนเช่นเคย


สามารถเยียมชมบทความและกิจกรรมอื่นๆได้โดยกดที่นี้

ดู 72 ครั้ง