หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด

ได้รับการยกย่องให้เป็น 2 ปรมาจารย์ลูกหนังโลกในเกมระดับชาติมานานแล้ว สำหรับ โบร่า มิลูติโนวิช กุนซือชาวเซิร์บ และ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์ไรร่า กุนซือชาวบราซิเลียน เพราะว่าเคยผ่านงานคุมทีมฟุตบอลมาแบบโชกโชนเลย โดยเฉพาะงานคุมทีมระดับชาติในทวีปต่างๆ แถมยังครองสถิติเป็น 2 ยอดโค้ชที่สามารถนำทีมที่เคยคุมทีมผ่านเข้าไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้มากที่สุดถึง 5 ประเทศเท่ากันพอดีเลยด้วย


"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด
"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด

ตอนนี้ โบร่า มิลูติโนวิช กับ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์ไรร่า ได้ปลดเกษียณตัวเองจากการคุมทีมลูกหนังมานานหลายปี ซึ่งเป็นไปตามสภาพสังขารของรุ่นคุณปู่ด้วยวัยมากกว่า 70 ปีนั่นเอง โดยตำนานกุนซือชาวเซิร์บมีอายุมากถึง 77 ปีแล้ว ส่วนตำนานกุนซือชาวบราซิเลียนมีอายุมากถึง 79 ปีแล้วด้วย แต่ทั้งสองคนดังกล่าวได้เคยฝากผลงานจากการสร้างวีรกรรมในการคุมทีมระดับชาติเอาไว้มากมายเลย โดยเฉพาะการคุมทีมชาติต่างๆ ไปฟาดแข้งในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกมาแล้วหลายครั้ง


เริ่มต้นกันด้วย มิลูติโนวิช เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งกองกลางมาก่อนระหว่างปี 1958-1976 และเคยผ่านการค้าแข้งให้กับ 2 ทีมดังในฝรั่งเศส นั่นก็คือ โมนาโก กับ นีซ ด้วยเช่นกัน และได้ตัดสินใจเลิกเล่นเป็นนักเตะกับ ยูนาม ในลีกลูกหนังเม็กซิโกเป็นทีมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งเมื่อปี 1976 หลังจากนั้นได้เริ่มงานกุนซือจากการคุมทัพ ยูนาม ในปี 1977 และได้รับเริ่มรับงานคุมทีมชาติเป็นครั้งแรก เมื่อตอนที่ได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมชาติเม็กซิโกในปี 1983 จึงมีโอกาสนำทัพลูกหนัง "จังโก้" โชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 1986 เป็นครั้งแรกเมื่อตอนที่ประเทศเม็กซิโกสวมบทเป็นเจ้าภาพนั่นเอง โดยพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ต้องจอดป้ายเพียงเท่านั้น เพราะพลาดท่าแพ้ เยอรมันตะวันตก ในช่วงดวลจุดโทษตัดสินไปแบบหวุดหวิด


"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด
"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด

หลังจากนั้น มิลูติโนวิช ได้อำลาทีมชาติเม็กซิโกในช่วงหลังจบศึกฟุตบอลโลก 1986 และได้คุมทีมชาติคอสตาริกาไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี และสามารถพาทีมผ่านรอบแรกได้ด้วย แต่ต้องจอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น เพราะพลาดท่าแพ้ เชโกสโลวะเกีย ไปแบบยับเยินถึง 1-4 ทำให้โค้ชชาวเซิร์บต้องพเนจรลงเท้าอีกครั้ง โดยทีมชาติสหรัฐอเมริกาได้ดึงมามาทำหน้าที่เป็นกุนซือในปี 1991 เพื่อให้ช่วยปลุกปั้นสำหรับการฟาดแข้งในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่ได้สวมบทเป็นเจ้าภาพนั่นเอง และสามารถพาทีมผ่านรอบแรกได้สำเร็จ แต่พลาดท่าแพ้ "แซมบ้า" บราซิล ทีมแชมป์ในช่วงบั้นปลายด้วยสกอร์เพียง 0-1 เท่านั้น จึงต้องจอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแบบน่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย


เมื่อเข้าสู่ปี 1995 มิลูติโนวิช ได้แยกทางกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา และได้มุ่งหน้าไปที่ทวีปแอฟริกาเพื่อรับงานคุมทีมชาติไนจีเรียในปี 1997 ซึ่งได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศสได้ด้วย แม้จะพาทีมผ่านรอบแรกได้สำเร็จ แต่ยังคงจอดป้ายตรงจุดเดิมอีกครั้ง เพราะพลาดท่าแพ้ เดนมาร์ก 1-4 จึงต้องยุติเส้นทางเอาไว้เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง หลังจากนั้นได้มุ่งหน้าไปในทวีปเอเชียเพื่อคุมทีมชาติจีนในปี 2020 และสามารถพาทีมผ่านรอบคัดเลือกไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นจับมือกับประเทศเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน แถมยังเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของทัพลูกหนังแดนมังกรที่ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายอีกต่างหาก แต่ด้วยศักยภาพที่ไม่ได้เป็นแข็งแกร่งมากนัก จึงต้องจำใจตกรอบแรกไปแบบแพ้รวดทั้ง 3 เกมเลย และหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุมทีมลูกหนังอีกเลยนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา


ส่วนในรายของ ปาร์ไรร่า ไม่เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อนเลย โดยได้เริ่มเข้าสู่วงการฟุตบอลจากการทำหน้าที่เป็นหนึ่งในสต๊าฟฟ์ให้กับหลายๆ ทีม และได้เริ่มดูแลทีมระดับชาติเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชียจากการสวมบทเป็นผู้ช่วยของ มาริโอ ซากัลโล่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกุนซือทีมชาติคูเวตระหว่างปี 1976-1978 ก่อนจะได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นไปสวมบทเป็นกนุซือแบบเต็มตัวเพื่อคุมทีมไปฟาดแข้งรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน แต่จอดป้ายเพียงแค่รอบแรกแบบสะกดคำว่าชนะไม่เป็น หลังจากนั้นยังคงหากินอยู่ในทวีปเอเชีย โดยได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นกุนซือทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และได้พาทีมไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี แต่ตกรอบแรกแบบหมดสภาพจากความปราชัย 3 เกมติดต่อกัน


"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด
"มิลูติโนวิช-ปาร์ไรร่า" ผู้คุมชาติลูกหนังลุยบอลโลมากที่สุด

เมื่อเข้าสู่ปี 1991 และเป็นเพราะว่าเคยผ่านงานคุมทีมระดับชาติมาแบบต่อเนื่อง ทำให้ ปาร์ไรร่า ได้รับความไว้วางใจจากทีมบ้านเกิดให้ทำหน้าที่คุมทัพลูกหนัง "แซมบ้า" บราซิล เพื่อสร้างทีมไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับพาทีมไปถึงฝั่งฝันได้สำเร็จจากการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในครั้งนั้นได้ด้วย ซึ่งในยุคนั้นนำทัพโดย 2 ตำนานกองหน้าร่างเล็ก นั้นก็คือ โรมาริโอ กับ เบเบโต้ โดยในรอบแรกสามารถเอาชนะ รัสเซีย 2-0, ชนะ แคเมอรูน 3-0 และเสมอ สวีเดน 1-1 ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ สหรัฐอเมริกา 1-0 ไปต่อกันที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนะ ฮอลแลนด์ 3-2 ส่วนในรอบรองชนะเลิศ ชนะ สวีเดน 1-0 และรอบชิงชนะเลิศ เฉือนชนะ อิตาลี ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน 3-2 หลังเสมอกันในช่วง 120 นาทีแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ บราซิล ได้ผงาดคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 4 ไปเลย


ทำให้ ปาร์ไรร่า ตัดสินใจอำลาทีมบ้านเกิดในช่วงที่ได้ก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด เพื่อไปรับงานคุมทีมระดับสโมสรอยู่หลายปี ก่อนจะหวนกลับมารับงานคุมทีมระดับชาติในทวีปเอเชียอีกครั้ง โดยได้รับการแต่งตั้งให้สวมบทเป็นกุนซือทีมชาติซาอุดิอาระเบียเพื่อไปฟาดแข้งรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่จอดป้ายเพียงรอบแรกแบบไม่พบกับชัยชนะแม้แต่นัดเดียว หลังจากนั้น ปาร์ไรร่า ได้รับความไว้วางใจจากทีมบ้านเกิดให้หวนกลับไปรับงานคุมทัพลูกหนัง "แซมบ้า" เป็นรอบที่ 2 ในปี 2003 ตามแผนการเตรียมตัวเดินทางไปฟาดแข้งรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศบราซิล เพื่อภาระกิจลุ้นป้องกันแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่ผงาดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 จากการยึดบัลลังก์เบอร์หนึ่งในศึกฟุตบอลโลก 2002 นั่นเอง


ทว่า ปาร์ไรร่า ไม่สามารถนำทีมบ้านเกิดไปถึงฝั่งฝันได้เหมือนอย่างที่หมายมั่นปั้นมือเอาไว้ เพราะพลาดท่าแพ้ ฝรั่งเศส ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 0-1 นั่นเอง จึงต้องโบกมืออำลางานคุมทีมบ้านเกิดไปเลย แต่ยังคงได้ความไว้วางใจให้ทีมระดับชาติในทวีปแอฟริกา เพราะได้รับการแต่งตั้งให้สวมบทเป็นกุนซือทีมชาติแอฟริกาใต้ในปี 2009 เพื่อเตรียมทีมสำหรับการลงเตะรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพด้วย แต่ว่าไม่สามารถผ่านรอบแรกได้เหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ จึงต้องก้าวเท้าลงจากตำแหน่งพร้อมกับเก็บข้าวของหวนคืนสู่บ้านเกิด และได้รับการแต่งตั้งให้สวมบทเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมชาติบราซิลในช่วงระหว่างฟาดแข้งรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2014 บนดินแดนแซมบ้านั่นเอง ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้วงการฟุตบอลในช่วงหลังจบทัวร์นาเมนต์ที่จบลงด้วยการเข้าป้ายอันดับ 4 บนดินแดนของตัวเองไปเลย

เท่ากับว่า มิลูติโนวิช กับ ปาร์ไรร่า ได้จารึกอยู่ในตำนานฟุตบอลโลกจากการคุมทีมชาติต่างๆ ไปเล่นรอบสุดท้ายได้มากที่สุดถึง 5 ประเทศนั่นเอง แต่ว่าโค้ชชาวบราซิเลียนดูเหนือกว่าตรงที่ได้ไปลุยรอบสุดท้ายถึง 6 ครั้ง เพราะเคยนำทัพลูกหนัง "แซมบ้า" ถึง 2 รอบ และนำทีมบ้านเกิดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1994 ได้ด้วย


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 75 ครั้ง