หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช

แม้จะมีโอกาสได้ย้ายไปค้าแข้งกับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลูกหนังลาลีกา สเปน ในฐานะ "เจ้าสโมสรยุโรป" จากการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้มากที่สุดถึง 14 สมัยเลยทีเดียว และยังคงเป็นหนึ่งในทีมลูกหนังระดับหัวแถวของโลกมานานแล้วด้วย แต่ว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าชาวเมืองน้ำหอมกลับตัดสินใจตอบปฏิเสธโอกาสดังกล่าวในช่วงวินาทีสุดท้าย เพราะว่าอยากจะอยู่รับใช้ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมต้นสังกัดปัจจุันในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ต่อไปมากกว่า เพื่อร่วมกันสร้างตำนานบาทใหม่ให้กับโลกของเกมฟุตบอลนั่นเอง


"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช
"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช

ก่อนหน้านี้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ได้แสดงทีท่าว่าอยากจะย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ในช่วงหลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อช่วงหลังจบฤดูกาลที่แล้วเป็นอย่างมาก เพราะว่าอยากจะก้าวเดินตามรอยเท้าของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะจอมเก๋าทีมชาติโปรตุเกสของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นนักเตะในดวงใจมาตั้งแต่เมื่อสมัยที่ "ไอดอล" ของเขาได้ปักหลักค้าแข้งกับ "ราชันชุดขาว" พร้อมกับจารึกสถิติต่างๆ ที่ยังคงเป็นตำนานมาจนถึงยุคปัจจุบันเอาไว้มากมายเลยด้วย จึงตั้งท่าพร้อมย้ายไปโชว์ฝีเท้าในประเทศสเปนแบบไม่มีค่าตัวได้ทุกเมื่อเลย และตอนนั้นไม่มีทีท่าว่าจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ "เปแอสเช" เลยด้วย โดยพร้อมนับถอยหลังเพื่อย้ายออกจากทีมต้นสังกัดปัจจุบันในช่วงหลังหมดข้อผูกมัดแบบฟรีๆ ไปเลย


แต่สุดท้ายดาวเตะวัย 23 ปีกลับตัดสินใจหักอก "ราชันชุดขาว" ไปแบบไร้เยื้อใย ทั้งๆ ที่มีข่าวว่าได้ตกลงรายละเอียดต่างๆ เอาไว้หมดแล้วด้วย ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องรอเก้อไปแบบสุดชอกช้ำใจ เนื่องจาก เอ็มบัปเป้ ได้จรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ "เปแอสเช" ออกไปอีกนานถึง 3 ปีเลยทีเดียว เพื่อจะได้อยู่ค้าแข้งในถิ่นปาร์ค เดส แปร็งซ์ ต่อไปอย่างน้อยจนกว่าจะหมดพันธะระหว่างกันในช่วงปี 2025 โน้นเลย และว่ากันว่าสาเหตุที่ทำให้กองหน้าชาวเมืองน้ำหอมเกิดอาการเปลี่ยนใจน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินๆ ทองๆ อยู่เหมือนกัน เพราะมีรายงานว่าจะได้รับเงินโบนัสเป็นค่าเซ็นสัญญาแบบกินเปล่าสูงถึง 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว แถมยังจะได้รับค่าเหนื่อยเป็นเงินก้อนใหญ่สูงถึงปีละ 50 ล้านยูโร หรือเฉลี่ยแล้วจะได้รับเงินค่าแรงสูงถึงเกือบสัปดาห์ละ 1 ล้านยูโรเลยด้วย จึงได้ขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่ได้รับเงินค่าจ้างมากที่สุดในโลกลูกหนังไปเลยอีกต่างหาก


"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช
"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช

แน่นอนว่าเรื่องของเงินๆ ทองๆ น่าจะมีส่วนทำให้ เอ็มบัปเป้ ไม่ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด เพื่อทำตามความฝันของตัวเองตั้งแต่เมื่อวัยเยาว์ โดยเลือกที่จะอยู่ปักหลักเป็นเศรษฐีลูกหนังกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต่อไปดีกว่า และน่าจะมีเหตุผลเรื่องของฟุตบอลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพราะว่าอยากจะร่วมสร้างตำนานบทใหม่ให้กับทีมต้นสังกัดปัจจุบันที่ยังคงมีความฝันสูงสุด นั่นก็คือการก้าวเท้าขึ้นไปยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นสมัยแรกให้ได้เสียที หลังจากที่เป็นฝ่ายชอกช้ำจากการเป็นผู้อกหักมาแบบต่อเนื่องเลย โดยเฉพาะในช่วงปี 2019 แม้จะสามารถตบเท้าผ่านเข้าถึงนัดชิงได้สำเร็จ แต่สุดท้ายกลับพลาดท่าแพ้ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แบบหวุดหวิดด้วยสกอร์ 0-1 จึงทำได้ดีที่สุดเพียงแค่สวมบท "พระรอง" จากการเข้าป้ายรองแชมป์นั่นเอง


นับตั้งแต่กลุ่มทุนจากประเทศกาตาร์ในนามของ กาตาร์ สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ส หรือที่มีชื่อย่อว่า QSI ได้ตัดสินใจทุ่มเงินเพื่อเทคโอเวอร์ "เปแอสเช" เพื่อก้าวเท้าเข้ามาบริหารงานทีมลูกหนังประจำเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสในปี 2011 หลังจากนั้น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้ทุ่มเงินสร้างทีมด้วยการลงทุนคว้านักเตะฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพแบบต่อเนื่องเลย โดยเฉพาะ เนย์มาร์ ดาวเตะทีมชาติบราซิล ซึ่งยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลกเมื่อตอนที่ย้ายมาจาก "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน ด้วยค่าฉีกสัญญาสูงถึง 222 ล้านยูโรเลยทีเดียว และได้ทุ่มเงินคว้า เอ็มบัปเป้ มาจาก โมนาโก ในปี 2018 ด้วยค่าตัวสูงถึง 180 ล้านยูโร และยังคงเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดอันดับ 2 ในวงการฟุตบอลจนถึงปัจจุบันนี้อยู่ด้วย นอกจากนี้ยังได้ทุ่มเงินค่าเหนื่อยก้อนใหญ่เพื่อคว้า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าเข้ามาเสริมแนวรุกในช่วงหลังหมดสัญญากับ บาร์ซ่า เมื่อช่วงหลังจบฤดูกาลที่แล้วด้วย


"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช
"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช

แต่ตอนนี้ "เปแอสเช" ยังไม่สามารถก้าวเท้าขึ้นไปยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ได้เหมือนอย่างที่ฝันเอาไว้ นับตั้งแต่กลุ่มทุนจากประเทศกาตาร์ได้เข้ามาดูแลสโมสรมานานถึง 10 ปีแล้ว โดยในช่วงระหว่างปี 2012-2016 จอดป้ายเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนในช่วงระหว่างปี 2016-2019 หยุดเส้นทางเอาไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น แม้ว่าในปี 2020 จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก แต่ทำได้ดีที่สุดเพียงตำแหน่งรองแชมป์เท่านั้น หลังจากนั้นในปี 2021 ไปได้ไกลที่สุดถึงรอบรองชนะเลิศ และเมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้วกลับมากระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง แถมยังมีการเปลี่ยนตัวกุนซือแบบต่อเนื่องเลยด้วย ไล่ตั้งแต่ คาร์โล อันเชลอตติ, โลรองต์ บลองก์, อูไน เอเมรี่, โธมัส ทูเคิ่ล รวมถึง เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ซึ่งเป็นรายล่าสุดที่ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง เพื่อหลีกทางให้ คริสตอฟ กัลติเยร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสที่เคยสร้างชื่อจาการนำทัพ ลีลล์ คว้าแชมป์ลีก เอิง ในช่วงฤดูกาล 2020/2021 ได้ก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมกันต่อไป


ขณะเดียวกัน เอ็มบัปเป้ มีโอกาสสร้างตำนานเป็นเจ้าของสถิติใหม่ของ "เปแอสเช" ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการยิงประตูได้ถึง 3 รายการเลยด้วย นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โมนาโก เมื่อปี 2018 ปรากฎว่าดาวเตะวัย 23 ปีสอยตาข่ายให้สโมสรจากการลงเล่นในทุกรายการไปแล้วทั้งหมด 171 ลูก โดยสามารถแยกย่อยออกเป็นการยิงประตูในศึกลีก เอิง ได้มากถึง 119 ลูกเลยทีเดียว และซัลโวในเกมระดับสโมสรยุโรปถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีก 27 ลูกด้วย จึงยังคงรั้งอันดับ 2 ในฐานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร เพราะเป็นรองเพียง เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าจอมเก๋าทีมชาติอุรุกวัยที่เคยค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ระหว่างปี 2013-2020 แค่คนเดียวเท่านั้น


"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช
"เอ็มบัปเป้" ผู้เมินมาดริดเพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้เปแอสเช

ทั้งนี้ คาวานี่ ในวัย 35 ปียังคงเป็นเจ้าของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากการซัลโวตาข่ายในทุกรายการได้ทั้งหมด 200 ประตูพอดีเลย และเป็นเจ้าของสถิตินักเตะ "เปแอสเช" ที่ยิงประตูในศึกลีก เอิง ได้มากที่สุดถึง 138 ลูกเลยด้วย รวมถึงการสอยตาข่ายในเกมระดับสโมสรยุโรปได้มากที่สุดถึง 30 ลูกอีกต่างหาก เท่ากับว่า เอ็มบัปเป้ ไล่ตามหลังผลงานของดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยอีกเพียงแค่ไม่เท่าไร และมีโอกาสแซงหน้าสถิติของหัวหอกรุ่นพี่เพื่อก้าวเท้าขึ้นไปจารึกชื่อเป็นตำนานในฐานะเจ้าของตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลคนใหม่ของถิ่นปาร์ค เดส แปร็งซ์ ได้ทุกเมื่อเลยด้วย หากยังคงอยู่ค้าแข้งกับสโมสรต่อไปจนถึงกว่าจะหมดสัญญาในอีก 3 ปีข้างหน้า


เพราะได้ตัดสินใจไม่ย้ายไปซบ เรอัล มาดริด เหมือนอย่างที่เคยตั้งเอาไว้ ทำให้ เอ็มบัปเป้ ต้องก้าวเท้าเดินบนเส้นทางที่ได้เลือกแล้วกันต่อไป เพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้กับ "เปแอสเช" ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการผงาดยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" เป็นครั้งแรกให้ได้เสียที รวมถึงเรื่องของการจารึกชื่อเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรคนใหม่ที่อยู่เพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น หากไม่ตัดสินใจทิ้งเงินค่าเหนื่อยก้อนใหญ่เพื่อย้ายออกจากถิ่นปาร์ค เดส แปร็งซ์ ไปเสียก่อน


สามารถเยียมชมบทความและกิจกรรมอื่นๆได้โดยกดที่นี้

ดู 18 ครั้ง