หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

เก็บตกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจทั้ง 4 คู่เลย โดย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เสียฟอร์มแชมป์เก่า เพราะเจอทีเด็ดของ คาริม เบนเซม่า ซัดแฮตทริก จึงพลาดท่าแพ้ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด คาบ้านด้วยสกอร์ 1-3 ไปเลย ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตุนความได้เปรียบจากเกมแรกเอาไว้ได้เยอะพอสมควร หลังบุกไปชนะ "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิก้า 3-1 นั่นเอง


เบนฟิก้า แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3


กลับมาจัดเต็มในแนวรุกให้ 2 ตัวหลัก นั่นก็คือ ซาดิโอ มาเน่ และ หลุยส์ ดิอาซ กลับมาประสานงานร่วมกับ โมฮัมเม็ด ซาล่าห์ อีกครั้งในเกมบุกไปเยือนถิ่นเอสตาดิโอ ลา ดุซ ทำให้ "หงส์แดง" มีรูปแบบการเล่นที่ไหลลื่น และออกนำในช่วงครึ่งแรกไปก่อนถึง 2 ประตูจาก อิบราฮิม่า โคนาเต้ และ ซาดิโอ มาเน่ แม้ว่า เบนฟิก้า จะยิงไล่ตีตื้นในช่วงครึ่งหลังได้จาก ดาร์วิน นูเญซ แต่ "หงส์แดง" มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก หลุยส์ ดิอาซ และถ้าจะว่าไปแล้วทีมเยือนมีโอกาสสอยตาข่ายได้มากกว่านี้ด้วย เพราะมีโอกาสสับไกยิงประตูในช่วงตลอดเกมมากถึง 17 ครั้ง แต่ว่าติดเซฟของ โอดีสเซอัส วลาโชดิมอส นายด่านเจ้าถิ่นที่ป้องกันเอาไว้ได้หลายครั้งเลย สำหรับนัดที่ 2 “หงส์แดง” จะได้กลับไปเล่นที่ถิ่นแอนฟิลด์ของตัวเองในคืนวันที่ 13 เม.ย.กันต่อไป


หลังจบเกม เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พอใจผลงานของลูกทีมที่สามารถบุกไปกำราบ “เหยี่ยวลิสบอน” ในนัดแรกเอาไว้ก่อน เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าการบุกมาเยือนเจ้าบ้านที่เอสตาดิโอ ลา ดุซ ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว พร้อมเอ่ยปากชม โอดีสเซอัส วลาโชดิมอส นายทวารเจ้าถิ่นที่โชว์เซฟลูกยิงยากๆ ได้แบบเหนียวหนึบ ทำให้ทีมของเขาชวดยิงประตูให้ขาดไปได้มากกว่านี้แบบน่าเสียดาย


ด้าน เนลสัน เวริสซิโม่ กุนซือ “เหยี่ยวลิสบอน” สุดเซ็งที่เสียประตูที่ 3 เพราะทำให้มีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบลดน้อยลงไปด้วย โดยตอนแรกได้ตั้งเป้าหวังผลเสมอกับ ลิเวอร์พูล ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในยุโรป แต่ยังเชื่อว่ายังมีโอกาสลุ้นพลิกกลับมาเข้ารอบได้อยู่ เพราะว่าประตูในการผ่านเข้ารอบของ เบนฟิก้า ยังไม่ปิดตายเสียทีเดียว แม้จะต้องเจอกับงานที่ยากมากๆ เลยก็ตาม


แมนฯ ซิตี้ ชนะ แอต.มาดริด 1-0

แม้จะจัดทัพในรูปแบบการเล่นแบ 4-4-2 ตามแผนผังที่มีการเปิดเผยออกมา แต่ "ตราหมี" กลับมีการปรับหมากในช่วงระหว่างเกม โดยเล่นแบบเน้นเกมรับตามแผนมหาอุดแบบ 5-5-0 ไปเลยด้วย ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องพบกับความลำบากในการลุ้นยิงประตูไปด้วยเลย แม้จะได้ลงเล่นในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ของตัวเองก็ตาม เพราะกว่าจะหาทางเจาะเข้าก็ต้องรอจนถึงช่วงกลางครึ่งหลัง โดยมาได้ประตูชัยจาก เควิน เดอ บรอยน์ นั่นเอง หลังจากที่มีโอกาสลุ้นสอยตาข่ายในเกมนี้มากถึง 15 ครั้งเลยทีเดียว สำหรับนัดที่ 2 “เรือใบสีฟ้า” จะต้องบุกไปเยือน แอตเลติโก มาดริด ที่เอสตาดิโอ วานต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ในคืนวันที่ 13 เม.ย.กันต่อไป


หลังจบเกม “เป๊ป” โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า กุนซือ “เรือใบสีฟ้า” ยืนยันว่าพร้อมนำทีมบุกไปชนะ “ตราหมี” ในนัดที่ 2 เพื่อการันตีการผ่านเข้ารอบไปเลย เพราะไม่ได้หวังแค่ผลเสมอในนัดต่อไปอยู่แล้ว และรู้สึกพอใจฟอร์มการเล่นของลูกทีมมากๆ แม้จะต้องเจอกับทีมระดับท็อปที่เล่นด้วยยากเหลือเกิน แต่ถือว่ายังได้รับผลการแข่งขันที่ดี และมีโอกาสจะยิงประตูที่ 2 และ 3 เพิ่มได้ด้วย แต่ต้องชมแนวรับของทีมเยือนที่เล่นกันได้อย่างแข็งแกร่ง จึงพร้อมพาทีมบุกไปชนะในเกมนัดต่อไป เพราะมั่นใจว่าทีมของเขาจะสามารถทำผลงานได้ดีกว่านี้นั่นเอง


ด้าน ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ “ตราหมี” ยอมรับว่าเสียดายที่ทีมของเขาบุกไปแพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-1 จึงรู้สึกผิดหวังผลการแข่งขันไปด้วยเลย เพราะว่าต้องการเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะให้ได้เหมือนกัน แต่ยอมรับว่าทีมของเขามีศักยภาพเป็นรอง "เรือใบสีฟ้า" ซึ่งเล่นกันได้แบบเพลินตาดีเหลือเกิน จึงหวังว่าเกมนัดที่ 2 จะเป็นโอกาสของพวกเขาบ้าง เพราะจะได้กลับไปเล่นในบ้านของตัวเอง และยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบได้อยู่ด้วย หากสามารถคว้าชัยในนัดหน้าด้วยสกอร์ที่มากกว่าหนึ่งประตูได้สำเร็จ


เชลซี แพ้ เรอัล มาดริด 1-3


เสียผิดฟอร์มแชมป์เก่าไปเยอะเลย ทั้งๆ ที่ได้ลงเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเองด้วยซ้ำ แต่ เชลซี กลับพลาดท่าโดนยิงนำไปก่อน 2 ประตูตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรกจากฝีเท้าของ คาริม เบนเซม่า ซัดเบิ้ลทั้งหมดเลย แต่หลังจากนั้น เชลซี ยิงไล่ตามมาได้จาก ไค ฮาเวิร์ตซ์ ในช่วงท้ายครึ่งแรก เข้าสู่ช่วงต้นครึ่งหลัง เรอัล มาดริด ซึ่งได้กุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ หายป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 แบบทันเวลามาได้ห่างไปอีกหนึ่งเม็ดจากความผิดพลาดของ เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูวิ่งขึ้นมาจ่ายบอลพลาดตรงเกือบกลางสนาม และเป็น คาริม เบนเซม่า วิ่งเข้าไปฉกเป็นการซัดแฮตทริกเหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมนี้ไปเลย สำหรับนัดที่ 2 เชลซี จะได้ต้องยกพลบุกไปเยือนถิ่นเอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ในคืนวันที่ 12 เม.ย.กันต่อไป


หลังจบเกม โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" สุดผิดหวังผลงานของลูกทีมที่พลาดท่าพ่ายคาบ้านแบบสิ้นลายแชมป์เก่า โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นในช่วงครึ่งแรกที่เล่นกันแบบต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งบอล รวมถึงวิธีการส่งบอล และความปรารถนาในช่วงครึ่งแรกที่ห่างไกลจากผลงานที่ควรจะเป็น จึงต้องพยายามพัฒนาฟอร์มการเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกเกมนัดต่อไปที่จะพบกับ เซาแธมป์ตัน ช่วงสุดสัปดาห์นี้ และถ้าผลงานยังไม่ดีขึ้นก็ขอให้ลืมเรื่องพลิกกลับมาคว้าชัยในนัดที่ 2 ซึ่งจะออกไปเยือน เรอัล มาดริด ในช่วงกลางสัปดาห์หน้าไปได้เลย


ด้าน คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือ "ราชันชุดขาว" เอ่ยปากชมลูกทีมทีเล่นกันได้ดีมากๆ และเปิดเผยว่าเกมสวนกลับคือทีเด็ดที่ช่วยให้พิชิตชัยเหนือ เชลซี ได้แบบสวยงาม เพราะสามารถตั้งเกมจากแดนหลังได้เป็นอย่างดี และมีความอันตรายในจังหวะสวนกลับ จึงได้ 2 ประตูแรกจากการหาพื้นที่ว่างของ คาริม เบนเซม่า กับ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่เล่นกันได้แบบเข้าตารู้ใจกันเป็นอย่างมาก แม้จะฉวยความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ได้ก่อน แต่ยังคงให้ความเคารพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ในฐานะแชมป์เก่า จึงไม่สามารถมองข้ามเกมนัดต่อไปได้เลย


บียาร์เรอัล ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 1-0


พบกับความพ่ายแพ้ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้เรียบร้อยแล้ว โดย บาเยิร์น มิวนิค บุกไปเจอทีเด็ดของ บียาร์เรอัล ในฐานะแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อช่วงซีซั่นก่อน ซึ่งได้ลงเล่นในถิ่นเอสตาดิโอ เด ลา เซรามิก้า ของตัวเอง โดยเจ้าถิ่นมาได้ประตูชัยตั้งแต่ช่วงต้นเกมจาก อาร์เนาท์ ดานยูม่า หลังจากนั้นทีมเยือนมีโอกาสลุ้นยิงประตูได้มากถึง 22 ครั้งเลยทีเดียว แต่ว่าแนวรับของเจ้าบ้านต้านทานเอาไว้ได้ทั้งหมดเลย สำหรับนัดที่ 2 “เสือใต้” จะได้กลับไปเป็นเจ้าบ้านเตะกันที่อัลลิอันซ์ อารีน่า ในคืนวันที่ 12 เม.ย.กันต่อไป


หลังจบเกม ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือ "เสือใต้" ยอมรับว่าทีมของเขาสมควรเป็นฝ่ายแพ้ เพราะทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น และขาดพลังในการป้องกัน จึงมีโอกาสเข้าทำน้อยมากๆ ในช่วงตลอดครึ่งแรก ส่วนในครึ่งหลังเล่นกันได้แบบไร้ระเบียบแบบแผนอย่างชัดเจน ซึ่งตรงข้ามกับเจ้าบ้านที่เล่นด้วยความมุ่งมั่นมากกว่า และสามารถแพ็คเกมได้แบบเหนียวแน่นในช่วงหลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเกม จึงหวังว่าเกมนัดที่ 2 จะแก้ตัวได้เพื่อจะได้พลิกกลับมาคว้าชัยผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ


ด้าน อูไน เอเมรี่ กุนซือ "เรือดำน้ำ" สดุดีผลงานของลูกทีมที่สามารถเก็บชัยเหนือ บาเยิร์น มิวนิค และเป็นการมอบความสุขให้กับแฟนบอลทุกคนได้เลยด้วย เพราะทีมของเขามีความกระตือรือร้นอยากที่จะลงเตะเป็นอย่างมาก และมีประสบการณ์ในเกมระดับสโมสรยุโรปมากขึ้นจากตอนที่คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน จึงหวังทำผลงานในนัดต่อไปที่จะบุกไปเยือน "เสือใต้" ช่วงกลางสัปดาห์หน้าให้ได้ดีกว่านี้ เพื่อจะได้ทะยานผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปเลย

ดู 36 ครั้ง