หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

เก็บตกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2 เม.ย. 2022

สถานการณ์ของเกมฟาดแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกยังคงสนุกเหมือนเดิม โดย 2 ทีมลุ้นแชมป์ นั่นก็คือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าเก็บชัยได้เหมือนเดิม ส่วน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี พลาดท่าแพ้คาบ้านแบบผิดคาด ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงเสมอในถิ่นตัวเอง


ลิเวอร์พูล ชนะ วัตฟอร์ด 2-0


เกมนี้ ลิเวอร์พูล ได้ลงเล่นในฐานะแอนฟิลด์ และมีสถิติครองบอลเหนือกว่า วัตฟอร์ด ทีมเยือนแบบชัดเจนถึง 72% เลยทีเดียว โดยได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ดิโอโก้ โจต้า โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย แม้จะเป็นกองหน้าที่ไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีสถิติใช้ศีรษะพังประตูเป็นลูกที่ 7 ในทุกรายการเหนือกว่านักเตะ "หงส์แดง" ทุกคนเลยด้วย นับตั้งแต่ย้ายมาจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อเดือน ก.ย.ปี 2020 ก่อนจะมาได้ประตูปิดท้ายจากลูกจุดโทษของ ฟาบินโญ่ ในช่วงท้ายเกม


ทำให้ "หงส์แดง" สามารถขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงในช่วงก่อนเกมที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ จะบุกไปชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 ได้ด้วย โดยตอนนี้ยังคงรั้งรองจ่าฝูง แข่ง 30 นัด มี 72 คะแนน ไล่ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ แบบหายใจรดต้นคอเพียงแค่แต้มเดียวต่อไป ส่วน วัตฟอร์ด ยังคงต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นต่อไป เพราะยังอยู่ในพื้นที่สีแดงในอันดับ 18 แข่ง 30 นัด มี 22 แต้ม


หลังจบเกม เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ยอมรับว่า วัตฟอร์ด สร้างความลำบากให้กับทีมของเขาได้เกือบตลอดทั้งเกม เพราะเล่นกันได้แบบรัดกุมมีระเบียบวินัยสูงมาก แต่ลูกทีมยังคงช่วยกันเก็บชัยชนะได้สำเร็จ และได้เอ่ยปากกระตุ้นนักเตะให้ลุยกันต่อเพื่อลุ้นกวาดให้ครบทั้ง 4 แชมป์ในช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 เดือนของฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เป็นเป้าหมายหลักเลยนั่นเอง หลังจากที่คว้าแชมป์คาราบาว คัพ มาครองได้แล้วหนึ่งรายการ


เชลซี แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 1-4


แม้จะได้ลงเล่นในถิ่นสแตฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเองแท้ๆ และมีสถิติครองบอลเหนือกว่า เบรนท์ฟอร์ด ในช่วงตลอดทั้งเกมได้มากถึง 70% เลยด้วย แถมยังยิงประตูออกนำไปก่อนจาก อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ในช่วงต้นครึ่งหลังอีกต่างหาก แต่ว่าเจ้าบ้านกลับเกิดอาการสมาธิหลุด จึงโดนทีมเยือนยิงแซง 4 ประตูรวดจาก วิตาลี่ ยาเนลท์ ซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 ลูก, โยอาเน่ วิสซ่า และ คริสเตียน อิริคเซ่น ซึ่งกลับมานับหนึ่งเรื่องของการสอยตาข่ายในศึกพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งแล้วด้วย


ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องหยุดสถิติเก็บชัยชนะในศึกพรีเมียร์ลีกเอาไว้ที่ 6 เกมติดต่อกันเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงรั้งอันดับ 3 แข่ง 30 นัด มี 59 คะแนนเท่าเดิม ส่วน เบรนท์ฟอร์ด อยู่อันดับ 14 แข่ง 31 นัด มี 33 แต้ม


หลังจบเกม โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" ตำหนิลูกทีมประมาทกันเองในช่วงหลังจากที่ยิงขึ้นนำไปก่อน เพราะไม่ยอมถอยลงมาช่วยเล่นเกมรับนั่นเอง จึงเปิดโอกาสให้ทีมเยือนใช้เกมโต้กลับยิงแซง 4 ประตูรวด และเป็นฝ่ายแพ้คารังไปเลย แต่ยอมรับว่านักเตะดูเหนื่อยล้ามาจากการเดินทางกลับไปรับใช้บ้านเกิดในเกมระดับชาติด้วย


ด้าน โธมัส แฟรงค์ กุนซือ เบรนท์ฟอร์ด เอ่ยปากชื่นชมผลงานของลูกที่สามารถบุกไปกำราบ เชลซี ได้ด้วยสกอร์แบบขาดลอยถึง 4-1 แม้จะโดนยิงประตูขึ้นไปก่อน แต่ด้วยสปิริตของนักเตะที่พร้อมร่วมใจกันสู้เพื่อกลับมาคว้าชัยให้ได้ จึงยกให้เป็นเกมที่มีผลการแข่งขันดีที่สุดในฤดูกาลนี้ไปเลย


เบิร์นลีย์ แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-2


ยังคงเป็นทีมที่เล่นกับบอลได้เป็นอย่างดี หากดูจากสถิติครองบอลที่ทำได้เหนือกว่า เบิร์นลีย์ ในช่วงตลอดทั้งเกมถึง 76% เลยทีเดียว โดย "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ยิงได้ทั้ง 2 ประตูได้ตั้งแต่ในช่วงครึ่งแรกจาก เควิน เดอ บรอยน์ และ อิลกาย กุนโดกาน แถมทั้ง 2 ลูกมาจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซัดจัดการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมสอยตาข่ายให้เพื่อนร่วมทีมได้ทั้ง 2 แอสซิสต์เลยด้วย


ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูง แข่ง 30 นัด มี 73 คะแนน นำหน้า ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 เพียงแค่แต้มเหมือนเดิม โดยนัดต่อไปจะต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ในศึกพรีเมียร์ลีกช่วงสุดสัปดาห์หน้าด้วย ส่วน เบิร์นลีย์ ไม่พบกับชัยชนะเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 4 เกม จึงยังคงรั้งรองบ๊วยอันดับ 19 แข่ง 28 นัด มี 21 คะแนน


หลังจบเกม "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" พอใจผลงานของลูกทีมที่ช่วยกันเก็บชัยได้ตามเป้า แม้จะต้องออกแรงเหนื่อยอยู่สมควร และมีปัญหากับเรื่องของสนามที่หญ้ายาวเกินไป แต่ว่านักเตะสามารถปรับรูปแบบการเล่นได้อย่างรวดเร็ว และสามารถยิงประตูขึ้นนำได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกมด้วย จึงเป็นฝ่ายครองเกมเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด พร้อมกับเปิดเผยว่าทีมของเขาจะไม่ข้ามช็อตในเรื่องของการลุ้นแชมป์เป็นอันขาด โดยจะโฟกัสไปที่เกมนัดต่อไปเสียก่อน และหลังจากนั้นค่อยคิดถึงเกมดวลแข้งกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 10 เม.ย. เพราะมีโปรแกรมเฝ้ารังเผชิญหน้ากับ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 5 เม.ย.นี้ก่อนนั่นเอง ซึ่งเป็น 2 เกมหนักๆ ที่ต้องผ่านไปให้ได้ หากว่าอยากจะคว้า 3 แชมป์ที่ยังมีลุ้นอยู่ในช่วงฤดูกาลนี้ให้ได้ทั้งหมด เพราะยังมีลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ อีกหนึ่งรายการด้วยนั่นเอง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เลสเตอร์ 1-1


ได้ลงเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตัวเองก็จริง แต่ว่า "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เหนือกว่าทีมเยือนเลย และไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าตัวเก่งด้วย เพราะมีอาการป่วยในช่วงก่อนเกมนั่นเอง แม้ในช่วงครึ่งแรกจะไม่มีการยิงประตูเกิดขึ้น แต่เป็นฝั่ง "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ทว่าเจ้าบ้านสามารถตามทวงคืนได้แบบทันควันจาก เฟรด ซึ่งเป็นการยิงประตูฉลองการลงสนามรับใช้สโมสรครบ 100 เกมในศึกพรีเมียร์ลีกพอดีเลยด้วย หลังจากนั้น เลสเตอร์ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ในช่วงท้ายเกมจาก เจมส์ แมดดิสัน แต่ว่า อังเดร มาร์ริเนอร์ ผู้ตัดสินในเกมนี้ดูภาพช้าจาก VAR และปฏิเสธการให้ประตู เพราะมีการทำฟาวล์จากจังหวะที่ อิเฮียนาโช่ ไปชนกับ ราฟาเอล วาราน กองหลังเจ้าบ้านล้มลงเสียก่อน จึงลงเอยด้วยการแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน


ทำให้ "ปีศาจแดง" เริ่มมีโอกาสลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะยังคงรั้งอันดับ 6 แข่ง 30 นัด มี 51 คะแนน ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 คะแนน และลงเตะมากกว่า 2 เกมด้วย แม้ว่าตอนนี้จะมีคะแนนเท่ากับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 5 แต่มีผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า 3 ลูก และลงเตะมากกว่าหนึ่งเกมด้วย ส่วน เลสเตอร์ อยู่อันดับ 9 แข่ง 28 นัด มี 37 แต้ม


หลังจบเกม ราล์ฟ รังนิค กุนซือ "ปีศาจแดง" ยืนยันว่ายังไม่ถอดใจกับการไล่ล่าพื้นที่ท็อปโฟร์ใน 4 อันดับแรกบนหัวตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก เพราะยังมีโอกาสตามหลักทฤษฎีนั่นเอง และยอมรับว่าการขาดหายไปของผู้เล่นในแนวรุกหลายๆ คน ทำให้ไม่สามารถเร่งเกมได้เหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ และเปิดเผยสาเหตุที่ไม่ใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด เพราะว่านักเตะมีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ แต่ยังคงพร้อมทำให้ดีที่สุดเพื่อจบอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ด้าน เบรนแดน รอดเจอร์ส กุนซือ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ เชื่อว่าทีมของเขาสมควรเป็นฝ่ายชนะ และไม่น่าลงเอยด้วยผลเสมอเลยด้วย เพราะว่าควรจะได้ประตูที่ริบคืนกลับไป หลังจากที่ผู้ตัดสินมองว่า ราฟาเอล วาราน กองหลัง "ปีศาจแดง" โดนทำฟาวล์ไปก่อนแล้ว แต่ว่าเขามองว่านักเตะเจ้าถิ่นได้ใช้ความเก๋า จึงทำให้ผู้ตัดสินหลงเหลี่ยม และปฏิเสธการให้ประตูกับทีมของเขาไปด้วยเลย



ดู 22 ครั้ง