หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น

ยังคงความเป็นหนึ่งในยอดทีมลูกหนังแห่งยุคนี้เอาไว้ได้ต่อไป สำหรับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นเจ้าของตำแหน่ง "ดับเบิ้ลแชมป์" จากเมื่อช่วงฤดูกาล 2021/2022 เพราะสามารถยึดแชมป์ได้ถึง 2 รายการ นั่นก็คือ แชมป์ลาลีกา สเปน รวมถึง แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเอง


"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น
"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น

ตอนนี้ เรอัล มาดริด ยังคงเป็นเจ้าสถิติคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองกระทิงดุได้มากที่สุดถึง 35 สมัยเข้าไปแล้ว จึงได้รั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ของวงการฟุตบอลสเปนเหนือกว่าทีมคู่ปรับตลอดกาล นั่นก็คือ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2 เพราะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้ทั้งหมด 26 สมัย ทำให้ต้องเป็นฝ่ายไล่ตามหลังอยู่พอสมควร ส่วนอันดับ 3 เป็นของ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ทีมคู่ปรับร่วมเมืองเดียวกับ "ราชันชุดขาว" ซึ่งตามมาแบบห่างๆ ด้วยจำนวน 11 ครั้ง


นอกจากนี้ "ราชันชุดขาว" ยังคงยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" จากการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้มากที่สุดถึง 14 สมัยเลยทีเดียว นับตั้งแต่ตอนที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ซึ่งเป็นชื่อของเกมฟาดแข้งรายการนี้เมื่อสมัยก่อนนั่นเอง โดยอยู่เหนือกว่า "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังอิตาลี ซึ่งไล่ตามหลังมาเป็นอันดับ 2 อยู่ถึงหนึ่งเท่าตัวจากการคว้าถ้วยใบใหญ่ที่สุดของทวีปได้ทั้งหมดถึง 7 ครั้งด้วยกัน


ทั้งนี้ เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทัพของ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือจอมเก๋าชาวอิตาเลียนยังคงมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งมากๆ หลังจากที่หวนกลับมาคุมทีมเป็นรอบที่ 2 และสามารถพาทีมประสบความสำเร็จจากเมื่อช่วงซีซั่นก่อนได้แบบน่าประทับใจ ไล่ตั้งแต่แนวรับไปจนถึงแนวรุก โดยเฉพาะ "แดนกลาง" ซึ่งยังคงมี 3 มิดฟิลด์จอมเก๋าพร้อมช่วยกันยืนคุมเกมต่อไป ไม่ว่าจะเป็น คาเซมิโร่, โทนี่ โครส รวมถึง ลูก้า โมดริช นอกจากนี้ยังมีกองกลางสายเลือดใหม่ให้เลือกใช้งานได้อีก 3 คนเลยด้วย นั่นก็คือ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า และ โอเรเลียง ชูเอเมนี่ สมาชิกใหม่ที่เตรียมลงสนามรับใช้สโมสรตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป


"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น
"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น

สำหรับ 3 ประสานในแดนกลางของ "ราชันชุดขาว" ซึ่งยังคงยืนคุมเกมร่วมกันจนถึงปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน หลังจากที่มีการทุ่มเงินคว้า ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชียมาจาก "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เมื่อปี 2012 ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ และตามติดมาด้วย คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลจากตอนที่ดึงมาจาก เซา เปาโล ในปี 2013 ด้วยค่าตัวไม่แพงมากนัก ก่อนจะปิดท้ายด้วยการคว้า โทนี่ โครส มิดฟิลด์ชาวเยอรมนีมาจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร


หลังจากนั้นทั้ง 3 คนดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ เรอัล มาดริด ประสบความสำเร็จจากการกวาดถ้วยแชมป์ได้มากมายเลย โดยเฉพาะแชมป์ลาลีกาถึง 3 สมัยในปี 2017, 2020 และ 2022 แถมยังช่วยกันยึดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีก 4 สมัยในปี 2016, 2017, 2018 และ 2022 นับตั้งแต่ โครส ย้ายมาร่วมทัพทีหลังในช่วงปี 2014 ซึ่งก่อนหน้านี้ โมดริช กับ คาเซมิโร่ เคยช่วยกันพาทีมยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในช่วงปี 2014 ได้มาก่อนแล้วด้วย


แม้ว่า 3 กองกลางจอมเก๋าจะยังคงประสานงานได้แบบเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างมาก แต่เป็นเพราะเรื่องของกาลเวลาที่ได้ผ่านพ้นไป จึงมีอายุเพิ่มมากขึ้นไปตามยุคสมัยด้วยเช่นกัน เพราะมีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 3 นำหน้าทั้งหมดเลย ทำให้ เรอัล มาดริด ได้มีการวางแผนถ่ายเลือดใหม่ในแผงมิดฟิลด์มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วด้วยการลงทุนดึงกองกลางฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพเพื่อช่วยเติมความสดนั่นเอง


ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2016 เรอัล มาดริด ได้เริ่มต้นถ่ายเลือดใหม่ในแดนกลางด้วยการคว้าตัว เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ มิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัยมาจาก เพนารอล เพื่อนำปลุกปั้นในทีมเยาวชนก่อนจะให้เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่กับชุดใหญ่จนถึงปัจจุบันที่มีอายุเข้าสู่วัย 23 ปีแล้วด้วย และสามารถขยับขึ้นไปช่วยเกมรุกจากการสวมบทเป็นปีกตัวริมเส้นได้ด้วย หลังจากนั้นได้คว้า เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจาก แรนส์ เมื่อปี 2021 ซึ่งตอนนี้เพิ่งจะมีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น โดยทั้ง 2 คนดังกล่าวมีค่าตัวที่ไม่ได้แพงมากนัก


"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น
"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น

ส่วนในช่วงปี 2022 "ราชันชุดขาว" ได้ลงทุนแบบจัดหนักด้วยการคว้า โอเรเลียง ชูเอเมนี่ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสมาจาก โมนาโก ด้วยมูลค่าสูงถึง 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว เพราะว่าเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่ได้รับความสนใจจากพวกยักษ์ใหญ่หลายสโมสร เพราะสามารถทำผลงานในช่วงฤดูกาลที่แล้วได้แบบโดดเด่นตามประสามิดฟิลด์ตัวคุมเกมได้แบบเฉียบขาด และกล้าเล่นแบบเกินวัย 22 ปีอีกด้วย ทำให้ทีมมหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกลาลีกาต้องตัดสินใจซื้อเข้ามาเสริมทัพเพื่ออนาคตเสียเลย


หากลองส่องอายุในสัญญาของ 3 ประสานจอมเก๋าจะพบกับ โมดริช ในวัย 36 ปี และ โครส ในวัย 32 ปีใกล้จะหมดข้อผูกมัดกับสโมสรในช่วงกลางปีหน้าเสียแล้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้เซ็นกันเอาไว้จนถึงช่วงกลางปี 2023 นั่นเอง ส่วนในรายของ คาเซมิโร่ ในวัย 30 ปียังคงมีสัญญากับทีมต้นสังกัดปัจจุบันอีกนานพอสมควร เพราะว่าสัญญาปัจจุบันจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2025


ด้วยเหตุนี้ เรอัล มาดริด จึงต้องค่อยๆ ลงมือถ่ายสายเลือดใหม่ในแดนกลาง ถ้าดูจากอายุอานามของ 3 ประสานจอมเก๋า โดยเปิดโอกาสให้ 2 มิดฟิลด์รุ่นใหม่ นั่นก็คือ วัลเวร์เด้ กับ คามาวิงก้า ได้สอดแทรกลงไปเล่นเป็นตัวจริงในหลายๆ เกมเมื่อช่วงฤดูกาลก่อน เพื่อจะได้เก็บประสบการณ์จากการลงสนามร่วมกับ 3 รุ่นพี่ไปในตัวด้วย และจะได้ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นตัวหลักของสโมสรในอนาคตกันต่อไป


"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น
"มาดริด" จุดแข็งตรงแดนกลาง2เจเนอเรชั่น

ขณะที่ ชูเอเมนี่ ถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในแกนหลักของ เรอัล มาดริด ในยุคถัดไปอย่างแน่นอน หลังจากที่มีการลงทุนซื้อมาร่วมทัพเป็นเงินจำนวนมหาศาลเลยนั่นเอง แต่ว่าในช่วงฤดูกาล 2022/2023 จะต้องเรียนรู้จาก 3 แข้งเก๋าในฐานะรุ่นพี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน เพราะยังมีเวลาพัฒนาฝีเท้าให้เก่งกาจมากกว่านี้ได้อีก หากดูจากอายุอานามที่เพิ่งจะมีวัยเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น


เท่ากับว่า "ราชันชุดขาว" มีผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางระดับคุณภาพให้เลือกใช้งานได้มากถึง 6 คน และสามารถแบ่งออกเป็น 2 เจเนอเรชั่นตามช่วงของอายุได้เลยด้วย ไล่ตั้งแต่ 3 แข้งเก๋าที่มีตัวเลข 3 นำหน้าด้วย ได้แก่ โมดริช, โครส และ คาซิเมโร่ ซึ่งเล่นกันได้แบบเข้าขารู้ใจกันมานานหลายปีแล้ว ส่วน 3 แข้งรุ่นใหม่ในวัย 20 ปีต้นๆ ประกอบไปด้วย วัลเวร์เด้, คามาวิงก้า และ ชูเอเมนี่ ซึ่งพร้อมลงไปเล่นกับพวกรุ่นพี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดอย่างแน่นอน


แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของ เรอัล มาดริด คือการคว้าแชมป์ให้ได้ทุกรายการที่ขวางหน้า โดยเฉพาะการลุ้นป้องกันแชมป์ลาลีกา และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จึงจำเป็นต้องมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้นั่นเอง แม้จะมี 3 ประสานในแดนกลางเป็นจุดแข็งอยู่แล้ว แต่ยังคงมีการเสริมทัพด้วยแข้งรุ่นใหม่เพื่อเติมความสด และจะได้มีนักเตะให้เลือกใช้งานได้แบบหลากหลายมากยิ่งขึ้นไปด้วย

ด้วยส่วนผสมของ 3 แข้งเก๋าในแดนกลาง ซึ่งพร้อมบวก 3 มิดฟิลด์รุ่นใหม่อยู่แล้ว ทำให้ "ราชันชุดขาว" ยังคงมีจุดแข็งตรงแดนกลาง เพราะว่ามีผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางให้เลือกใช้งานได้ถึง 2 เจเนอเรชั่นเลยนั่นเอง เพื่อเอาไว้รับมือกับการโปรแกรมหนักๆ ที่จะต้องลงสนามเพื่อตามล่าความสำเร็จในช่วงฤดูกาลหน้ากันต่อไป


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 71 ครั้ง