หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"หลุยส์ ดิอาซ" เมื่อความแร้นแค้นผลักดันสู่ซุปตาร์หงส์

ได้ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะระดับ "ซูเปอร์สตาร์" ของวงการลูกหนังโลกเรียบร้อยแล้ว สำหรับ หลุยส์ ดิอาซ ปีกทีมชาติโคลอมเบียของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แม้จะเพิ่งย้ายมาโชว์ฝีเท้าในศึกพรีเมียร์ลีกได้ไม่นานนัก แต่สามารถทำผลงานได้แบบน่าประทับใจเหลือเกิน เพราะมีสไตล์การเล่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความว่องไว และยิงประตูได้แบบเฉียบคมเลยด้วย จึงกลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลขวัญใจของแฟนบอลหลายๆ คนไปด้วยเลย


"หลุยส์ ดิอาซ" เมื่อความแร้นแค้นผลักดันสู่ซุปตาร์หงส์
"หลุยส์ ดิอาซ" เมื่อความแร้นแค้นผลักดันสู่ซุปตาร์หงส์

แต่กว่าจะมาเป็น หลุยส์ ดิอาซ ได้เหมือนอย่างทุกวันนี้ก็ต้องบอกว่าเรื่องราวชีวิตของแข้งหนุ่มวัยเบญจเพสอายุ 25 ปีต้องฝ่าฟันเรื่องราวต่างๆ มาแบบมากมายเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องของ "ความแร้นแค้น" จากการที่มีฐานะยากจนมาตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ และสามารถใช้เรื่องของ "ฟุตบอล" ปลดปล่อยตัวเองออกมาจากความขมขื่นเมื่อในอดีตได้สำเร็จ ซึ่งต้องยอมรับว่าเกมลูกหนังได้ช่วยให้เด็กหนุ่มจากโคลอมเบียมีชีวิตที่ดีขึ้นเยอะเลย ทั้งๆ ที่เคยเป็นเด็กขาดสารอาหารมาก่อนเมื่อครั้งอดีต แต่ด้วยความยากลำบากแสนเข็ญจากเมื่อครั้งวันวาน จึงมีส่วนผลักดันให้ได้ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นที่ยอมรับของผู้คนทั่วโลกได้สำเร็จ


ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน หลุยส์ ดิอาซ ได้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 13 มกราคม ปี ค.ศ. 1997 โดยถือกำหนดที่เมืองบาร์รานคัส ซึ่งถือว่าดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่ายากจนที่สุดในประเทศโคลอมเบียเลยด้วย และเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีนามว่า “วายู” อีกด้วย จึงได้สืบเชื้อสายเป็นคนในชนเผ่าพื้นเมืองไปโดยปริยาย และเป็นเพราะว่าดินแดนแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลจากความเจริญมากๆ จึงมีการบันทึกเอาไว้ว่าระหว่างปี 2008-2016 มีเด็กๆ ชาววายูต้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุของความอดอยากมากกว่า 4,770 คนเลยทีเดียว เพราะว่าร่างกายได้รับสารอาหารไม่เหมาะสมนั่นเอง แต่ว่ารัฐบาลโคลอมเบียกลับนิ่งเฉยกับปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอดเลย


ทำให้ ดิอาซ กลายเป็นเด็กหัวโตตัวลีบไปตามสภาพร่างกายที่ผอมบางเหลือเกิน จึงมีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่ามาตรฐานไปด้วยเลย แต่ด้วยหัวจิตหัวใจที่มีความชื่นชอบในกีฬา "ฟุตบอล" มาตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์ และได้ดวลแข้งกันพวกเพื่อนๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกันตามข้างถนนอยู่เป็นประจำเลยด้วย จึงได้มีโอกาสเดินทางไปทดสอบฝีเท้าเพื่อคัดตัวไปรับใช้ทีมชาติโคลอมเบียชุดสู้ศึกฟุตบอลชนเผ่าชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ของชาวชนเผ่าเมื่อปี 2015 ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบพิเศษ เพื่อตามหานักเตะตัวแทนของประเทศไปแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ของชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ ของชาติสมาชิกในดินแดนละติน แม้จะไม่ได้เป็นการแข่งขันในระดับใหญ่ๆ แต่เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับเด็กหนุ่มจากดินแดนที่ยากจนให้ได้ลงเล่นแบบทุ่มเทเต็มกำลัง เพื่อโอกาสสำกรับการชิงชัยเป็นตัวแทนของชนเผ่าวายู และในฐานะตัวแทนของประเทศบ้านเกิดนั่นเอง


สำหรับทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวมีหนึ่งในตำนานนักเตะระดับโลกได้ไปนั่งชมการแข่งขันอยู่แล้ว นั่นก็คือ คาร์ลอส วัลเดอร์ราม่า อดีตกองกลางทีมชาติโคลอมเบียในช่วงทศวรรษ 80-90 ซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่ทรงผมแบบฟูๆ เป็นสีทองนั่นเอง จึงได้เห็นฝีเท้าของ หลุยส์ ดิอาซ เมื่อตอนวัยเด็กด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่า จอห์น โปซิลโล่ ดิอาซ กุนซือทีมชาติโคลอมเบียชุดชาวชนเผ่าได้เลือกเด็กหนุ่มจากเมืองบาร์รานคัสไปติดทีมเพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไปเลย ท่ามกลางความสงสัยของทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้รับเลือกให้มีรายชื่อติดทีมไปด้วย ทั้งๆ ที่มีสภาพร่างกายที่ดูไม่แข็งแรง และเป็นคนขาดสารอาหารอีกด้วย


แต่ หลุยส์ ดิอาซ ได้ตอบคำถามดังกล่าวด้วยการโชว์ฝีเท้าออกมาให้เห็น โดยกุนซือ จอห์น โปซิลโล่ ดิอาซ ได้เคยเปิดเผยเอาไว้ว่าสภาพร่างกายของเด็กหนุ่มจากเมืองบาร์รานคัสมีความเสียเปรียบนักเตะของทีมคู่แข่งฝั่งตรงข้ามเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีแรงเบียดปะทะในยามที่ต้องดวลกันแบบตัวต่อตัวนั่นเอง แต่ถูกชดเชยด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะเรื่องของความเร็วจากการวิ่งสปีดไปกับลูกฟุตบอล และสามารถเลี้ยงหลบนักเตะฝั่งตรงข้ามได้แบบคล่องแคล่วว่องไวดีเหลือเกิน จึงได้ตัดสินใจเลือกให้เป็น 1 ใน 26 นักเตะชุดโคปา อเมริกา ของชาวชนเผ่าเมื่อปี 2015 ไปด้วยเลย


ตอนนั้นศึกฟุตบอลชนเผ่าชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ได้มีการจัดแข่งขันกันที่ประเทศชิลี ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางจากประเทศโคลอมเบียด้วยเครื่องบินนานถึง 5 ชั่วโมง แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แสนล้ำค่าของ หลุยส์ ดิอาซ ในวัยเด็กเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาสู่โลกกว้างเป้นครั้งแรกในชีวิตเลยด้วย แม้จะไม่สามารถพาทีมบ้านเกิดคว้าแชมป์ในรายการนี้ได้เหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ เพราะพลาดท่าแพ้ ปารากวัย ในเกมรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 0-1 แต่ถือว่าเด็กหนุ่มจากเมืองบาร์รานคัสโชว์ฟอร์มได้ดีอยู่เหมือนกัน และยิงประตูในทัวร์นาเมนต์ได้ 2 ลูกอีกต่างหาก


ด้วยเหตุนี้ บาร์รันกีย่า ทีมลูกหนังในระดับดิวิชั่น 2 ของโคลอมเบีย จึงได้ตัดสินใจคว้า หลุยส์ ดิอาซ เข้ามาร่วมทัพในปี 2016 ซึ่งเป็นสโมสรแรกในอาชีพค้าแข้งไปด้วยเลย และมีการจับตัวเข้าสู่โปรแกรมขุนให้โตด้วยการให้รับประทานอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการเข้าไปเยอะๆ เพื่อจะได้มีน้ำหนักเพิ่มมากกว่าเดิมสัก 10 กิโลกรัม เพราะจะได้มีแรงเบียดปะทะกับนักเตะของทีมฝั่งตรงข้ามได้นั่นเอง โดยกุนซือ เฟอร์เนล ดิอาซ ได้เคยเปิดเผยว่าอดีตลูกทีมของเขาสามารถยิงไกลจากนอกกรอบได้ดีเลยทีเดียว และใช้เท้าทั้ง 2 ข้างเล่นฟุตบอลได้เลยด้วย จึงได้มีโอกาสย้ายไปอยู่ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศในเวลาต่อมา


เนื่องจาก แอตเลติโก้ จูเนียร์ ได้คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2017 และโชว์ฟอร์มในลีกสูงสุดของประเทศได้อย่างโดดเด่น จึงถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติโคลอมเบียชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2018 และเป็นเหมือนใบเบิกทางให้ได้ไปสู่โลกกว้างที่ไกลกว่าเดิมอีกครั้งในปี 2019 โดย ปอร์โต้ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกลูกหนังโปรตุเกสได้คว้าตัวให้ย้ายมาโชว์ฝีเท้าในทวีปยุโรปด้วยค่าตัว 7 ล้านยูโร พร้อมกับฝากผลงานยิงประตูได้มากถึง 41 ลูก และทำได้อีก 19 แอสซิสต์จากการลงสนามในทุกรายการไปทั้งหมด 125 เกม จึงกลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่ได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ไปเลยด้วย


นอกจากนี้ หลุยส์ ดิอาซ ยังได้ฝากผลงานสุดยอดเยี่ยมจากการลงเตะเกมระดับชาติในศึกฟุตบอลโคปา อเมริกา 2021 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝันเป็นอย่างมาก เพราะว่าโชว์ฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมจากการคว้ารางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าจากการสอยตาข่ายได้ด้วยจำนวน 6 ประตูเท่ากันพอดี หลังจากนั้น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ลงทุนคว้ามาเสริมทัพในช่วงปี 2022 ด้วยค่าตัวเบี้องต้นอยู่ที่ตัวเลข 37 ล้านปอนด์ และกลายเป็นที่รักของเหล่าสาวก "เดอะค็อป" ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วจากสไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยมุ่งมั่นเหลือเกิน และพร้อมทุ่มเทแบบสุดกำลังอีกต่างหาก


ทั้งนี้ หลุยส์ ดิอาซ ได้เคยเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องเล่นแบบทุ่มเทเต็มร้อยตลอดเป็นเพราะว่า "ฟุตบอล" ได้ให้ชีวิตใหม่กับเขานั่นเอง จึงอยากจะเล่นให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการล้างแค้นความยากจนเมื่อครั้งวัยเยาว์ที่แทบจะไม่ต้องคิดถึงเรื่องของเกมลูกหนังเลยด้วยซ้ำ เพราะทำได้เพียงแค่คิดถึงเรื่องของปากท้องเพื่อให้มีชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น แต่ว่าตอนนี้มีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าบนสังเวียนแข้งตามความฝันแล้ว จึงอยากจะทำผลงานในสนามให้ดีที่สุดไปด้วยเลย เพื่อที่จะได้เป็นที่จดจำของทุกคนด้วยเช่นกัน


นี่คือ หลุยส์ ดิอาซ จากเด็กหนุ่มที่ต้องเผชิญหน้ากับความแร้นแค้น แต่ได้ใช้ฟุตบอลในการผลักดันตัวเองให้ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นหนึ่งใน "ซุปตาร์" ของทัพลูกหนัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในยุคปัจจุบันได้สำเร็จ


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 58 ครั้ง