หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

ส่องกล้องมองเกมพรีเมียร์ลีก 9-10 เม.ย.2022

อัปเดตเมื่อ 13 เม.ย.

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมลงเตะเกม "บิ๊กแมทช์" นัดบุกไปเยือน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ โดยมีตำแหน่งจ่าฝูงเป็นเดิมพัน ส่วน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยังต้องเดินหน้าเก็บชัยเพื่อลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี หมายมั่นปั้นหวังกลับมาคว้าชัยเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้หวนคืนมาอีกครั้ง


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 9 เม.ย.2022

เอฟเวอร์ตัน VS แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : กูดิสัน ปาร์ค

เวลา : 18.30 น.

เรทเปิด : แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อครึ่งลูก (0.5)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เอฟเวอร์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 (เหย้า)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เวสต์แฮม 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบิร์นลีย์ 2-3 (เยือน)


ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นไปเลย เพราะชนะแค่นัดเดียวจากลงเล่น 7 เกมหลังสุด และพบกับความพ่ายแพ้ถึง 6 เกมอีกต่างหาก แถมยังไม่สามารถจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามได้แบบเต็มที่ เนื่องจากว่ามีผู้เล่นขาดหายไปจากปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องขออาการบาดเจ็บนั่นเอง


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ วัตฟอร์ด 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ สเปอร์ส 3-2 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า)


ฟอร์มการเล่นไม่คงเส้นคงวาเอาเสียเลย ทำให้อันดับบนตารางคะแนนต้องหลุดจากกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกห่างออกไปเรื่อยๆ แต่ยังคงมีโอกาสกลับไปอยู่ตรงจุดเดิมได้เหมือนกัน หากสามารถกลับมาเก็บชัยได้แบบรัวๆ และเกมนี้จะได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หายป่วยกลับมายืนเป็นกองหน้าเพื่อช่วยล่าตาข่ายตามเดิมด้วย


ชี้เป้าตามทัศนะ

ทั้งสองทีมมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือต้องการเก็บชัยชนะให้ได้ แม้ว่า เอฟเวอร์ตัน จะได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเอง แต่ด้วยปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าแบบต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ของทีมดูย่ำแย่กว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเล่นกันแบบผีเข้าผีออกอยู่พอสมควร คาดว่า "ปีศาจแดง" น่าจะมีทีเด็ดทีขาดที่ดีกว่า จึงน่าจะบุกไปเบียดคว้าชัยได้สำเร็จ


ผลที่คาด : เอฟเวอร์ตัน แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 9 เม.ย.2022

อาร์เซนอล VS ไบรท์ตัน

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

เวลา : 21.00 น.

เรทเปิด : อาร์เซนอล ต่อหนึ่งลูก (1.0)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ อาร์เซนอล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 3-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-3 (เยือน)


พบกับความพ่ายแพ้แบบยับเยินจากเกมนัดก่อน แต่ยังคงพร้อมแก้ตัวเพื่อกลับมาคว้าชัยให้ได้อีกครั้ง และจะได้ลุ้นเบียดแย่งพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป แม้จะมีนักเตะตัวหลักขาดหายอย่างน้อยถึง 2 ราย นั่นก็คือ โธมัส ปาร์เตย์ กับ คีแรน เทียร์นีย์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงานทั้งคู่เลย แต่พวกแข้งดังรายอื่นๆ ยังคงอยู่กันครบ จึงพร้อมช่วยกันเล่นเพื่อกลับมาเก็บ 3 คะแนนห้ได้ตามเป้า


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ไบรท์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ สเปอร์ส 0-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นอริช 0-0 (เหย้า)


ผลงานย่ำแย่แบบต่อเนื่องเลย เพราะตามหาชัยชนะมาเจอมาแล้วถึง 7 เกม แม้ว่าเกมล่าสุดจะไม่แพ้จากการลงเอยด้วยผลเสมอ แต่ว่าก่อนหน้านี้แพ้ถึง 6 เกมซ้อน และมีปัญหาเรื่องเกมรุกสุดฝืนเหลือเกิน หลังจากที่ยิงประตูไม่ได้มาแล้วถึง 3 เกม และสอยตาข่ายได้เพียงลูกเดียวจาก 7 นัดหลังสุดอีกด้วย


ชี้เป้าตามทัศนะ

สถานการณ์ของ ไบรท์ตัน ยังคงปักหลักอยู่ตรงกลางตารางคะแนน ซึ่งไม่ถึงขั้นที่จะต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น ส่วน อาร์เซนอล พร้อมกลับมามุ่งมั่นเพื่อกลับมาคว้าชัยเพื่อไล่ล่าพื้นที่ "ท็อปโฟร์"กันต่อไป และถือว่าความได้เปรียบจากการลงเล่นในถิ่นของตัวเองด้วย คาดว่า "ปืนใหญ่" น่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ตามเป้าไปเลย


ผลที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ ไบรท์ตัน 2-0


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 9 เม.ย.2022

เซาแธมป์ตัน VS เชลซี

สนาม : เซนต์ แมร์รีส์ สเตเดี้ยม

เวลา : 21.00 น.

เรทเปิด : เชลซี ต่อครึ่งควบลูก (0.75)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เซาแธมป์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ วัตฟอร์ด 1-2 (เหย้า)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-4 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 (เยือน)


ฟอร์มหลุดแบบต่อเนื่องเลย เพราะสะกดคำว่าชนะในศึกพรีเมียร์ลีกไม่เป็นมาแล้วถึง 4 เกม ทำให้ "นักบุญ" พร้อมมุ่งมั่นเพื่อกลับมาคว้าชัยให้ได้อีกครั้ง แต่จะไร้ อาร์มันโด้ โบรย่า กองหน้าตัวเก่ง เพราะหมดสิทธิ์ลงสนามตามเงื่อนไขที่ยืมตัวมาจาก เชลซี นั่นเอง


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เชลซี

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ ลีลล์ 2-1 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 1-4 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : แพ้ เรอัล มาดริด 1-3 (เหย้า)


สูญเสียความเชื่อมั่นไปพอสมควร เพราะว่าพบกับความพ่ายแพ้คาถิ่นของตัวเองมาแล้วถึง 2 เกมซ้อน แต่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ยังคงพร้อมมุ่งมั่นเพื่อหวังกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง และจะได้เรียกความมั่นใจในช่วงก่อนลงเตะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตอนกลางสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นเหมือนเกมชี้ชะตาผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเลยด้วย


ชี้เป้าตามทัศนะ

เป็นช่วงฟอร์มดร็อปของทั้งสองทีมเลย จึงต้องแย่งกันเก็บชัยเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้อีกครั้ง แม้ว่า เซาแธมป์ตัน จะได้ลงเล่ในถิ่นของตัวเอง แต่ เชลซี มีศักยภาพในเรื่องของตัวผู้เล่นที่เหนือกว่า จึงน่าจะบุกไปคว้าชัยได้ด้วยสกอร์ไม่ขาดลอย


ผลที่คาด : เซาแธมป์ตัน แพ้ เชลซี 1-2


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 10 เม.ย.2022

แมนฯ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 22.30 น.

เรทเปิด : เสมอ


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แมนฯ ซิตี้

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : เสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : ชนะ แอต.มาดริด 1-0 (เหย้า)


เกมนี้ห้ามเป็นอันขาด ถ้าหากว่า "เรือใบสีฟ้า" ไม่อยากหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูง เพราะว่าโดน ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 ทำคะแนนไล่จี้แบบหายใจรดต้นคอมาแบบต่อเนื่องเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น จึงพร้อมขนพวกแข้งหลักลงสนามไปท้าชนอย่างแน่นอน เพราะยังใช้งานพวกดาวดังได้เกือบทั้งหมดเลย


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 2-0 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : ชนะ เบนฟิก้า 3-1 (เยือน)


หมายมั่นปั้นมือหวังเก็บชัยให้ได้ เพื่อจะได้ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงให้ได้เสียที และยังคงโชว์ฟอร์มในศึกพรีเมียร์ลีกได้ดีแบบต่อเนื่อง โดยไร้พ่ายมาแล้วถึง 11 เกม และเก็บชัยได้ถึง 10 เกมติดต่อกันเลยด้วย นอกจากนี้ "หงส์แดง" ยังคงพร้อมผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม เพราะไม่มีพวกดาวดังได้รับบาดเจ็บเลยด้วย


ชี้เป้าตามทัศนะ

เพราะว่ามีตำแหน่งจ่าฝูงเป็นเดิมพัน ทำให้ทั้งสองทีมพร้อมทุ่มเทกันแบบเต็มที่ แต่อาจจะมีการวางแท็คติกการเล่นที่รัดกุมด้วยเช่นกัน ดังนั้นเกมคู่นี้จึงมีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นกันไป


ผลที่คาด : แมนฯ ซิตี้ เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

ดู 14 ครั้ง