หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

ส่องทำเนียบ ดาวซัลโว บอลโลก ในแต่ละครั้ง

เตรียมฟาดแข้งกันเป็นครั้งที่ 22 ในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน สำหรับมหกรรมลูกหนังโลกที่จะจัดเตะกันในช่วงทุกๆ 4 ปี นั่นก็คือ ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ซึ่งประเทศกาตาร์จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการชิงชัยในช่วงระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 18 ธันวาคมนี้นั่นเอง ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่แข่งกันในช่วงฤดูหนาวตอนปลายปีด้วย เพราะได้โยกเวลาเตะจากฤดูร้อนในช่วงกลางปีเหมือนอย่างที่เคยจัดแข่งกันตามธรรมเนียมปฏิบัติ เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนบนดินแดนเอเชียในบริเวณตะวันออกกลางของชาติเจ้าภาพนั่นเอง


ส่องทำเนียบ ดาวซัลโว บอลโลก ในแต่ละครั้ง
ส่องทำเนียบ ดาวซัลโว บอลโลก ในแต่ละครั้ง

นอกจากเรื่องของการลุ้นเพื่อตามหาชาติลูกหนังที่จะได้ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกในช่วงบั้นปลายแล้ว ในเกมการแข่งขันรอบสุดท้ายยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือเรื่องของ "ดาวซัลโว" เพื่อลุ้นกันว่าใครจะเป็นคนยิงประตูได้มากที่สุดจากการแข่งขันในแต่ละครั้ง ซึ่งจะได้รับรางวัล "รองเท้าทองคำ" ในฐานะดาวยิงสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์ไปครองด้วยเช่นกัน ลองไปส่องทำเนียบ "ดาวซัลโวบอลโลก" กันดูหน่อยว่ามีรายชื่อของนักเตะคนใดติดโผบ้างตั้งแต่เมื่อตอนอดีตกาลจนครั้งล่าสุดเมื่อ 4 ปีก่อน


สำหรับเกมฟาดแข้งรอบสุดท้ายของมหกรรมลูกหนังโลกที่จะจัดเตะกันในช่วงทุกๆ 4 ปี เริ่มต้นจัดชิงชัยเป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลโลก 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย ปรากฎว่า กิลแลร์โม่ สตาบิเล่ ตำนานกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าผู้ล่วงลับไปแล้วคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ในครั้งนั้นไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 8 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อุรุกวัย ในฐานะชาติเจ้าภาพที่ได้ประเดิมถ้วยแชมป์ไปเลย


ครั้งที่ 2 ในศึกฟุตบอลโลก 1934 ที่ประเทศอิตาลี ปรากฎว่า โอลด์ริช เนเยดลี่ อดีตกองหน้าทีมชาติเชโกสโลวะเกียในยุคนั้นคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 5 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของชาติเจ้าภาพ นั่นก็คือ อิตาลี ไปเลยด้วย


ครั้งที่ 3 ในศึกฟุตบอลโลก 1938 ที่ประเทศฝรั่งเศส ปรากฎว่า เลโอนิดาส อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิลผู้ล่วงลับไปแล้วคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 7 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อิตาลี ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน


ครั้งที่ 4 ในศึกฟุตบอลโลก 1950 ที่ประเทศบราซิล ปรากฎว่า เอเดเมียร์ อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิลคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 8 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อุรุกวัย


ครั้งที่ 5 ในศึกฟุตบอลโลก 1954 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฎว่า ซานดอร์ ค็อคซิช ตำนานกองหน้าทีมชาติฮังการีคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 11 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ เยอรมันตะวันตก ในช่วงยุคสมัยนั้น หรือ เยอรมนี ในยุคปัจจุบัน


ครั้งที่ 6 ในศึกฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน ปรากฎว่า ฌูสท์ ฟองแต็ง ตำนานกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 13 ประตู ซึ่งเป็นสถิติดาวซัลโวที่สอยตาข่ายในครั้งเดียวได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบันเลยด้วย ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ บราซิล


ครั้งที่ 7 ในศึกฟุตบอลโลก 1962 ที่ประเทศชิลี ปรากฎว่าเป็นครั้งแรกที่มีนักเตะได้ครองตำแหน่ง "ดาวซัลโว" มากกว่าหนึ่งคน และได้ร่วมกันถึง 6 คนเลยด้วย ไล่ตั้งแต่ ลิโอเนล ซานเชซ ของ ชิลี, ฟลอเรียน อัลเบิร์ต ของ ฮังการี, วาเลนติน อีวานอฟ ของ สหภาพโซเวียต, ดราซาน เยอร์โควิช ของ ยูโกสลาเวีย และ 2 นักเตะทีมชาติบราซิล นั่นก็คือ การรินช่า กับ วาว่า ด้วยจำนวน 4 ประตูเท่ากันทั้งหมดเลย ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ บราซิล ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน


ครั้งที่ 8 ในศึกฟุตบอลโลก 1996 ที่ประเทศอังกฤษ ปรากฎว่า ยูเซบิโอ ตำนานกองหน้าทีมชาติโปรตุเกสคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 9 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อังกฤษ ในฐานะชาติเจ้าภาพ


ครั้งที่ 9 ในศึกฟุตบอลโลก 1970 ที่ประเทศเม็กซิโก ปรากฎว่า แกรด์ มุลเลอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมันตะวันตกคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 7 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ บราซิล และเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 3 อีกต่างหาก


ครั้งที่ 10 ในศึกฟุตบอลโลก 1974 ที่ประเทศเยอรมันตะวันตก ปรากฎว่า เกอร์เซกอร์ซ ลาโต้ ตำนานกองหน้าทีมชาติโปแลนด์คว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 7 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ เยอรมันตะวันตก เป็นสมัยที่ 2 ด้วยเช่นกัน


ครั้งที่ 11 ในศึกฟุตบอลโลก 1978 ที่ประเทศอาร์เจนติน่า ปรากฎว่า มาริโอ แคมเปส ตำนานกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อาร์เจนติน่า และเป็นครั้งแรกที่นักเตะจากทีมแชมป์โลกได้ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดไปด้วยเลย


ครั้งที่ 12 ในศึกฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน ปรากฎว่า เปาโล รอสซี่ ตำนานกองหน้าทีมชาติอิตาลีคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อิตาลี เป็นสมัยที่ 3


ครั้งที่ 13 ในศึกฟุตบอลโลก 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก ปรากฎว่า แกรี่ ลินิเกอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อาร์เจนติน่า เป็นสมัยที่ 2


ครั้งที่ 14 ในศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี ปรากฎว่า ซัลวาตอเร่ สคิลลาชี่ อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ เยอรมันตะวันตก เป็นสมัยที่ 3


ครั้งที่ 15 ในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรากฎว่ามี 2 คน นั่นก็คือ โอเล็ก ซาเลนโก้ อดีตกองหน้าทีมชาติรัสเซีย กับ ฮริสโต้ สตอยคอฟ ตำนานกองหน้าทีมชาติบัลแกเรียคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตูเท่ากันพอดี ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ บราซิล เป็นสมัยที่ 4


ครั้งที่ 16 ในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ปรากฎว่า ดาวอร์ ซูเคอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติโครเอเชียคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ ฝรั่งเศส


ครั้งที่ 17 ในศึกฟุตบอลโลก 2002 ที่ทวีปเอเชียจากการร่วมกันเป็นเจ้าภาพของ 2 ประเทศ นั่นก็คือ ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ ปรากฎว่า โรนัลโด้ ตำนานกองหน้าทีมชาติคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 8 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ บราซิล เป็นสมัยที่ 5


ครั้งที่ 18 ในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี ปรากฎว่า มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนีคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 5 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ อิตาลี เป็นสมัยที่ 4


ครั้งที่ 19 ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ปรากฎว่า โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนีคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 5 ประตู แม้จะยิงได้เท่ากับอีก 3 คน นั่นก็คือ ดาบิด บีญ่า ของ สเปน ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ของ อุรุกวัย และ เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ของ ฮอลแลนด์ แต่ว่าถูกตัดสินด้วยการทำ "แอสซิสต์" จากการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมสอยตาข่ายได้มากกว่าคนอื่นๆ ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ สเปน


ครั้งที่ 20 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ปรากฎว่า ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางทีมชาติโคลอมเบียคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ เยอรมนี เป็นสมัยที่ 4


และล่าสุดครั้งที่ 21 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ปรากฎว่า แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษคว้าตำแหน่ง "ดาวซัลโว" ไปครองจากการยิงได้ทั้งหมด 6 ประตู ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ ฝรั่งเศส เป็นสมัยที่ 2 ไปเลย


นี่คือรายชื่อในทำเนียบ "ดาวซัลโว" ในแต่ละครั้งของศึกฟุตบอลโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่เคยมีใครคว้ารางวัล "รองเท้าทองคำ" ได้ถึง 2 ครั้งแม้แต่คนเดียว


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 112 ครั้ง