หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า พร้อมคืนทัพใหญ่ให้ ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง กลับมาสวมบทเป็นกองหน้านัดเยือน เรอัล โซเซียดัด ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 21 เม.ย.นี้ เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยเบียดแย่งอันดับ 2 ต่อไป หลังฟอร์มหลุดมาตั้งแต่ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า ยูโรปาลีก


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า

ลาลีกา สเปน

เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า

สนาม : รีเล่ อารีน่า

เวลา : 02.00 น.


เรอัล โซเซียดัด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลาลีกา สเปน : ชนะ เดปอร์ติโบ อลาเบส 1-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : เสมอ เซบีญ่า 0-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เอสปันญอล 1-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เอลเช่ 2-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ เรอัล เบติส 0-0 (เหย้า)


อิมาญอล อัลกัวซิล กุนซือ เรอัล โซเซียดัด จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ เรอัล เบติส 0-0 ในศึกลาลีกา โดยยังอยู่ในช่วงฟอร์มดีจากการไร้พ่ายในเกมลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุมาแล้ว 5 นัด และต้องการเก็บชัยเพื่อเบียดแย่งพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป แม้จะมีนักเตะขาดหายไปบ้าง แต่ว่าเป็นพวกดาวดังเพียงแค่ไม่กี่ราย โดยเฉพาะ มิเกล โอยาซาร์บัล ยังไม่หายเดี้ยง รวมถึง ดาบิด ซิลวา ติดโทษแบน จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามเหมือนเดิม เพราะว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อเล็กซ์ เรมิโร่, โฆเซบ้า ซัลดัว, อิกอร์ ซูเบลเดีย, โรบิน เลอ นอร์มานด์, ดิเอโก้ ริโก้, มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, ราฟินญ่า, อัดนาน ยานูไซจ์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อเล็กซ์ เรมิโร่ สวมบทเป็นมือหนึ่งเพื่อยืมเฝ้าเสาต่อไปตามเดิม

แนวรับ : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อิกอร์ ซูเบลเดีย กับ โรบิน เลอ นอร์มานด์ ยืนเป็นกองหลังคู่กัน ส่วนแบ็กขวาน่าจะดร็อป อันโดนี้ โกโรซาเบล เพื่อให้ โฆเซบ้า ซัลดัว พ้นโทษแบนกลับมายืนประจำการอีกครั้ง และวาง ดิเอโก้ ริโก้ เป็นแบ็กซ้ายเหมือนเช่นเคย

แดนกลาง : ไร้เงาของ ดาบิด ซิลวา ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในนัดล่าสุด จึงน่าจะให้ อัดนาน ยานูไซจ์ ลงไปสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ และพร้อมให้ มิเกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้ และ ราฟินญ่า ยืนคุมแผงมิดฟิลด์ด้วยกันทั้งหมดเลย

กองหน้า : หมดสิทธิ์ใช้งาน มิเกล โอยาซาร์บัล ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังใช้งาน 2 กองหน้าตัวหลัก นั่นก็คือ อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ให้ยืนจับคู่ล่าตาข่ายได้ตามปกติ


บาร์เซโลน่า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซบีญ่า 1-0 (เหย้า)

ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : เสมอ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 1-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน :ชนะ เลบันเต้ 3-2 (เยือน)

ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : แพ้ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-3 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : แพ้ กาดิช 0-1 (เหย้า)


ชาบี้ เอร์นันเดซ กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่แพ้ กาดิช คาบ้านด้วยสกอร์ 0-1 ในศึกลาลีกา เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังเสียศูนย์จากการกระเด็นตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า ยูโรปาลีก จึงพบกับความพ่ายแพ้มา 2 เกมซ้อน และเพื่อเบียดแย่งตำแหน่งรองจ่าฝูงต่อไป เพราะตอนนี้มีหลายๆ ทีมกำลังขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งชิงอันดับ 2 นั่นเอง แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง ซึ่งได้พักจากการถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองในนัดล่าสุด จึงน่าจะได้กลับมายืนล่าตาข่ายในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น, เซร์จิโญ่ เดสต์, โรนัลด์ อเราโฆ่, เกราร์ด ปิเก้, ฆอร์ดี้ อัลบา, เฟรงกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเกตส์, กาบี้, อุสมาน เดมเบเล่, ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง, เฟร์ราน ตอร์เรส


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น ยืนเฝ้าเสาเหมือนเดิม

แนวรับ : น่าจะได้ เกราร์ด ปิเก้ ฟิตกลับมาคุมหลัง แต่ถ้าลงเล่นไม่ได้จะให้ เอริค การเซีย หรือไม่ก็ เกลมองต์ ลองก์เลต์ คนใดคนหนึ่งลงไปทำหน้าที่ต่อไป ส่วนในรายของ โรนัลด์ อเราโฆ่ พ้นโทษแบนพร้อมกลับมายืนคู่กันไปเลย ด้านแบ็กซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของจอมเก๋า นั่นก็คือ ฆอร์ดี้ อัลบา ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เซร์จิโญ่ เดสต์ ทางด้านขวาเหมือนเดิม

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เปดรี้ ได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาว แต่ยังพร้อมใช้ 3 ประสาน เฟรงกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และ กาบี้ ยืนคุมเกมร่วมกันต่อไป

แนวรุก : เตรียมปรับบางจุด โดยน่าจะดร็อป เมมฟิส เดปาย กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนในรายของ อดาม่า ตราโอเร่ ไม่น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน จึงน่าจะให้ อุสมาน เดมเบเล่ สวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาคนละด้านกับ เฟร์ราน ตอร์เรส ทางฝั่งซ้าย และจะให้ ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง กลับมายืนเป็นกองหน้าอีกครั้ง



สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 186 เกม ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า มีสถิติเหนือกว่าเยอะ ชนะ 108 เกม เสมอ 43 เกม แพ้ 35 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกลาลีกาเมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า บุกไปชนะได้ถึง 6-1


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า เปิดบ้านชนะ 4-2 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า "เจ้าบุญทุ่ม" เป็นฝ่ายเก็บชัยได้ถึง 4 เกม และเสมออีกหนึ่งเกม


ความน่าจะเป็น

เกิดอาการฟอร์มหลุดแบบดื้อๆ เลย สำหรับ บาร์เซโลน่า นับตั้งแต่ตกรอบฟุตบอลยุโรป จึงหมดลุ้นคว้าแชมป์ในฤดูกาลเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งภาระกิจที่ต้องค้นคว้ากันต่อไป นั่นก็คือการเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรก เพื่อคว้าโควตาไปโชว์ฝีเท้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงฤดูกาลหน้านั่นเอง โดยเฉพาะการแย่งตำแหน่งรองจ่าฝูงในอันดับ 2 ที่กำลังแย่งชิงกันอยู่หลายทีมเลยด้วย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะว่าพวกแข้งดังยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมดเลย


ด้าน เรอัล โซเซียดัด ถือว่าเป็นทีมแกร่งอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในยามลงเล่นที่บ้านของตัวเอง ซึ่งจะทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว และตอนนี้ไม่แพในศึกลาลีกามาแล้ว 5 เกมซ้อน จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนกัน เพื่อลุ้นคว้าชัยทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปช่วงฤดูกาลหน้า เพราะยังมีโอกาสลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" เพื่อคว้าโควตาไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยเช่นกัน


คาดว่า "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่ได้เจองานง่ายอย่างแน่นอน แต่ยังพร้อมเค้นฟอร์มเพื่อกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง เพราะว่า เรอัล โซเซียดัด เป็นทีมที่แพ้ยากในยามเผชิญหน้ากับทีมใหญ่ๆ และเล่นเกมรับได้แบบเหนียวแน่น เพราะเพิ่งเสียประตูไปเพียง 30 ลูก แต่ว่าแนวรุกไม่ค่อยดุดันจากการยิงได้เพียง 32 ลูก จึงน่าจะมีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : เรอัล โซเซียดัด เสมอ บาร์เซโลน่า 1-1

ดู 13 ครั้ง