หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : บาร์เซโลน่า VS เรอัล มายอร์ก้า

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง โดยแนวรุกอาจให้ อดาม่า ตราโอเร่ ลงไปประสานงานกับ เฟร์ราน ตอร์เรส และ ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง นัดต้อนรับ "ชาวเกาะ" เรอัล มายอร์ก้า ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 1 พ.ค. เพื่อลุ้นกอบกู้ศักดิ์ศีด้วยการกลับมาคว้าชัยนัดเหย้าให้ได้อีกครั้ง หลังแพ้คาบ้านมาแล้วถึง 3 เกมติดต่อกัน


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : บาร์เซโลน่า VS เรอัล มายอร์ก้า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : บาร์เซโลน่า VS เรอัล มายอร์ก้า

ลาลีกา สเปน

บาร์เซโลน่า VS เรอัล มายอร์ก้า

สนาม : คัมป์ นู

เวลา : 02.00 น.


บาร์เซโลน่า

ชาบี้ เอร์นันเดซ กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมอย่างแน่นอน เพราะยังคงใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายราย โดยตั้งเป้าหวังกลับมาเก็บชัยในบ้านให้ได้อีกครั้ง หลังพบกับความพ่ายแพ้คารังจากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้วถึง 3 เกมซ้อน และต้องพยายามคว้าชัยเพื่อลุ้นเข้าป้ายอันดับ 2 ซึ่งยังคงต้องแย่งชิงกับหลายๆ ทีมเลยด้วย แต่ยังถือว่าทำผลงานในภาพรวมได้ดีเลยทีเดียว นับตั้งแต่เปลี่ยนตัวกุนซือเมื่อตอนที่แยกทางกับ โรนัลด์ คูมัน ในช่วงปลายปีที่แล้ว


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น, ดานี่ อัลเวส, โรนัลด์ อเราโฆ, เอริค การ์เซีย, ฆอร์ดี้ อัลบา, เฟรงกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเกตส์, กาบี้, อดาม่า ตราโอเร่, ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง, เฟร์ราน ตอร์เรส


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น ในฐานะมือหนึ่ง หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนไปเลยก่อน

แนวรับ : รอเช็กสภาพความฟิตของ เกราร์ด ปิเก้ และไม่น่าจะให้ เกลมองต์ ลองก์เล่ต์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วย โดยพร้อมส่ง โรนัลด์ อเราโฆ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอริค การ์เซีย ส่วนแบ็กขวาหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์จิโญ่ เดสต์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงน่าจะให้ ดานี่ อัลเวส แข้งจอมเก๋าลงไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฆอร์ดี้ อัลบา ในตำแหน่งแบ็กซ้าย

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เปดรี้ ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทัพในแผงมิดฟิลด์มากนัก เพราะยังใช้งาน 3 แข้งหลักได้ตามเดิม นั่นก็คือ เฟรงกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และ กาบี้

กองหน้า : ส่อดร็อป อุสมาน เดมเบเล่ และ เมมฟิส เดปาย เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ อดาม่า ตราโอเร่ กลับมาสวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา ส่วนในรายของ เฟร์ราน ตอร์เรส ยังคงพร้อมยืนเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้ายเหมือนเดิม เพื่อป้อนบอลให้ ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง เตรียมทำหน้าที่เป็นหัวหอกตัวเป้าต่อไป


เรอัล มายอร์ก้า

ฮาเวียร์ อกีร์เร่ กุนซือ "ชาวเกาะ" จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยหนีตกชั้นต่อไป โดยตอนนี้ยังคงวนเวียนอยู่โซนท้ายตารางนั่นเอง จึงต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่ปลอดภัยบนลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุ หากไม่อยากกระเด็นตกชั้นกลับลงไปอยู่เดิม หลังเลื่อนชั้นมาจากเซกุนด้า ดิวิชั่น หรือระดับดิวิชั่น 2 ของสเปนในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลนี้นั่นเอง แต่ถือว่าทำผลงานได้กระเตี้องขึ้นมาบ้าง นับตั้งแต่เปลี่ยนตัวกุนซือในช่วงหลังจากที่ปลด หลุยส์ การ์เซีย ออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-1-1

เซร์คิโอ ริโก้, ปาโบล มาฟเฟโอ, มาร์ติน บัลเยนท์, อันโตนิโอ ราอิลโล่, ไบรอัน โอลิบัน, ทาเคฟูสะ คูโบะ, อิดดริซู บาบา, ซัลบา เซบีญ่า, ดานี่ โรดริเกซ, เวดัด มูริกิ, อับดอน ปราทส์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เซร์คิโอ ริโก้ นายด่านที่ยืมตัวมาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะวางให้สวมบทเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลนี้นั่นเอง

แนวรับ : ยังคงไร้ อินิโก้ รุยซ์ กาลาร์เรต้า ได้รับบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ อเล็กซานเดอร์ เซดเลอร์ ยังไม่หายเดี้ยงอีกราย จึงพร้อมให้ มาร์ติน บัลเยนท์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ อันโตนิโอ ราอิลโล่ ส่วนแบ็กขวาน่าจะใช้ ปาโบล มาฟเฟโอ ซึ่งยืมตัวมาจาก สตุ๊ตการ์ท ให้ออกตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ ไบรอัน โอลิบัน พร้อมทำหน้าที่เป็นแบ็กซ้ายอยู่แล้ว

แดนกลาง : ไม่มี ไฆเม่ คอสต้า นักเตะสาระพัดประโยชน์ในแนวรับ แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการจัดคู่มิดฟิลด์ เพราะน่าจะให้ อิดดริซู บาบา ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ ซัลบา เซบีญ่า เหมือนเดิม ส่วนปีกซ้ายไม่มี อาแมธ เอ็นเดียเย่ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะขยับ ทาเคฟูสะ คูโบะ ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นที่ยืมตัวมาจาก เรอัล มาดริด ให้ถอยลงมาสวมบทบาทนี้ไปก่อน ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ดานี่ โรดริเกซ ในตำแหน่งปีกขวานั่นเอง

กองหน้า : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยพร้อมวาง เวดัด มูริกิ แข้งยืมตัวมาจาก ลาซิโอ ให้สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์คอยป้อนบอลให้กับ อับดอน ปราทส์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าต่อไป


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 37 เกม ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 25 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 7 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2019 ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า เปิดบ้านไล่ต้อนด้วยสกอร์ 5-2


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า บุกไปเฉือนชนะ 1-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุดเป็นการดวลแข้งกันในศึกลาลีกาทั้งหมดเลย ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายชนะทั้งหมดเลย สำหรับผลงาน 5 เกมหลังสุดที่สนามแห่งนี้ ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า ไม่แพ้คาบ้านแม้แต่นัดเดียว โดยเป็นฝ่ายชนะ 4 เกม และลงเอยด้วยผลเสมออีก 1 เกม


ความน่าจะเป็น

กลายเป็นว่าทำผลงานในเกมนัดเหย้าได้ย่ำแย่แบบต่อเนื่องไปเสียแล้ว สำหรับ บาร์เซโลน่า เพราะพลาดท่าปราชัยคารังมาแล้วถึง 3 เกมซ้อนนั่นเอง จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเพื่อจะได้กลับมาคว้าชัยในบ้านให้ได้อีกครั้ง และจะได้เรียกความมั่นใจกลับคืนมาด้วย หลังเสียสูญมาตั้งแต่ตอนที่กระเด็นตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า ยูโรปาลีก นั่นเอง แถมยังประสบปัญหาแนวรุกฝืดจากการยิงประตูในช่วงเกมหลังๆ ได้ไม่ค่อยเยอะ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นได้เหมือนกัน


ส่วน เรอัล มายอร์ก้า ฟอร์มดีขึ้นก็จริง นับตั้งแต่เปลี่ยนตัวกุนซือเป็นต้นมา แต่ว่าทำผลงานได้ดีจากเกมในบ้านเป็นหลัก ซึ่งสวนทางกับผลงานนอกบ้านที่ยังคงย่ำแย่ จึงต้องจมปลักอยู่ในโซนท้ายตาราง และต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นกันต่อไป


คาดว่า "เจ้าบุญทุ่ม" พร้อมทุ่มทุกสรรพกำลังที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อกอบกู้ผลงานนัดเหย้าสำหรับการกลับมาคว้าชัยในบ้านให้ได้อีกครั้ง แม้ว่า เรอัล มายอร์ก้า จะต้องการบุกมาเก็บชัยเพื่อคว้า 3 คะแนนเต็ม และจะได้ต่อยอดไปสู่การดิ้นรนหนีการตกชั้นอีกต่อไป แต่ดูแล้ว บาร์ซ่า น่าจะมีความมุ่งมั่นมากกว่า จึงน่าจะคว้าชัยได้แบบที่ต้องออกแรงเหนื่อยอยู่พอสมควรเลย


ผลที่คาด : บาร์เซโลน่า ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-1

ดู 36 ครั้ง