หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ขาดเพียงแค่ เซร์คิโอ บุสเกสต์ ติดโทษแบน แต่ใช้งานพวกแข้งหลักในตำแหน่งอื่นๆ ได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งพร้อทยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเยือน เรอัล โซเซียดัด ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 21 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า

ลาลีกา สเปน

เรอัล โซเซียดัด VS บาร์เซโลน่า

สนาม : รีเล่ เซกูรอส สเตเดี้ยม

เวลา : 03.00 น.


เรอัล โซเซียดัด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ โอซาซูน่า 1-0 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ บอร์นมัธ 1-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ เออิบาร์ 1-2 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : แพ้ แอธเลติก บิลเบา 0-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ กาดิช 1-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ อิมาญอล อัลกัวซิล จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ กาดิช 1-0 ในเกมประเดิมสนามลาลีกา และใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย ยกเว้นเพียงแค่ มิเกล โอยาร์ซาบัล แนวรุกตัวเก่งที่ยังไม่หายเดี้ยง จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อเล็กซ์ เรมิโร่, ดิเอโก้ ริโก้, โรบิน เลอ นอร์มานด์, อิกอร์ ซูเบลเดีย, อาริตซ์ อีลุสตอนโด้, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, มิเกล เมริโน่, บราอิส เมนเดซ, ดาบิด ซิลบา, ทาเคฟูสะ คูโบะ, อเล็กซานเดอร์ อิซัค


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อเล็กซ์ เรมิโร่ ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง

แนวรับ : เตรียมดร็อป โรเบิร์ต นาบาร์โร่ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม และหมดสิทธิ์ใช้งาน คาร์ลอส แฟร์นันเดซ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ โรบิน เลอ นอร์มานด์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ อิกอร์ ซูเบลเดีย ต่อไป ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ ดิเอโก้ ริโก้ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อาริตซ์ อีลุสตอนโด้ ในตำแหน่งแบ็กขวาตามเดิม

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ แข้งจอมเก๋าออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ อันแดร์ กูเอบาร่า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองได้เลย เพราะน่าจะให้ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ กับ มิเกล เมริโน่ ยืนคุมเกมในแผงมิดฟิลด์ต่อไป

แนวรุก : ขาดเพียงแค่ มิเกล โอยาร์ซาบัล ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทัพในแดนหน้า โดยพร้อมให้ ดาบิด ซิลบา สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอรื และจะให้ บราอิส เมนเดซ ทำหน้าที่เป็นปีกซ้ายยืนตรงข้ามกับ ทาเคฟูสะ คูโบะ ในตำแหน่งปีกขวา ส่วน อเล็กซานเดอร์ อิซัค เตรียมยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเช่นเคย


บาร์เซโลน่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ เรอัล มาดริด 1-0 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ยูเวนตุส 2-2 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ นิวยอร์ค เรด บูลล์ส 2-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ พูมาส 6-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : เสมอ ราโย่ บัลเยกาโน่ 0-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ชาบี้ เอร์นันเดซ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ ราโย่ บัลเยกาโน่ 0-0 ในเกมประเดิมสนามลาลีกา แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ บุสเกสต์ ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงไล่ออกสนามในนัดก่อน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามอย่างแน่นอน เพราะสามารถใช้งานพวกแข้งหลักได้ทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น, โรนัลด์ อเราโฆ่, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, เกราร์ด ปิเก้, ฆอร์ดี้ อัลบา, กาบี้, เปดรี้, ฟรองค์ เคสซี่, เฟร์ราน ตอร์เรส, อุสมาน เดมเบเล่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งตามเดิม

แนวรับ : น่าจะดร็อป เอริค การ์เซีย เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เกราร์ด ปิเก้ ซึ่งถูกจับนั่งอยู่ข้างสนามในนัดแรกกลับมายืนคู่กับ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น กองหลังตัวใหม่ ส่วนแบ็กขวาไม่น่าจะให้ เซร์จินโญ่ เดสต์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะน่าจะขยับ โรนัลด์ อเราโฆ่ ไปยืนเล่นคนละฝั่งกับ ฆอร์ดี้ อัลบา ในฐานะแบ็กซ้ายอยู่แล้ว

แดนกลาง : ขาดเพียงแค่ เซร์คิโอ บุสเกสต์ ติดโทษแบน แต่ยังมีมิดฟิลด์ฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย โดยน่าจะลองของใหม่ด้วยการให้ ฟรองค์ เคสซี่ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมอย่างเป็นทางนัดแรกเพื่อประสานงานกับ 2 ดาวรุ่งฝีเท้าฉกาจ นั่นก็คือ กาบี้ กับ เปดรี้ ส่วนในรายของ เฟรงกี้ เดอ ยอง น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ มิราเลม ปานิช ซึ่งยังคาราคาซังในเรื่องของอนาคต เพราะว่าสโมสรอยากปล่อยตัวออกไปอยู่แล้ว แต่ว่านักเตะไม่อยากย้ายทีมนั่นเอง

แนวรุก : ยังคงมีแข้งดังให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย แต่น่าจะให้ อันซู ฟาติ นั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน และน่าจะให้ ราฟินญ่า ปีกขวาตัวใหม่นั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เฟร์ราน ตอร์เรส ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อุสมาน เดมเบเล่ ในฐานะปีกซ้ายเหมือนเดิม ส่วนกองหน้าตัวเป้าเตรียมดร็อป ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง นั่งเป็นอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม เพราะน่าจะใช้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยืนเป็นหัวหอกต่อไป


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 57 เกม ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 38 เกม เสมอ 11 เกม และแพ้ 8 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า บุกไปเฉือนชนะ 1-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เรอัล โซเซียดัด เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 0-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : บาร์เซโลน่า ชนะ เรอัล โซเซียดัด 2-1

ซูเปอร์โคปา เดอ เอสปันญ่า ปี 2021 : เรอัล โซเซียดัด เสมอ บาร์เซโลน่า 1-1

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล โซเซียดัด แพ้ บาร์เซโลน่า 1-6

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : บาร์เซโลน่า ชนะ เรอัล โซเซียดัด 4-2

ลาลีกา สเปน ปี 2022 : เรอัล โซเซียดัด แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1


ความน่าจะเป็น

เจ้าบ้านยังคงเก็บพวกแข้งหลักเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังอยู่กันครบ และพร้อมให้ ดาบิด ซิลบา แข้งจอมเก๋าสวมบทเป็นตัวปั้นเกมเพื่อช่วยประคองพวกนักเตะรุ่นน้องด้วย


ส่วน บาร์เซโลน่า มีการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายคน แต่ยังคงต้องใช้เวลาปรับจูนทีมต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะยังเล่นไม่เข้าขากันเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ ซึ่งรวมถึงแนวรุกที่ยังไม่ได้แสดงความเฉียบคมออกมา ทำให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าตัวความหวังใหม่ยังยิงประตูไม่ได้ด้วย จึงทำได้เพียงเปิดบ้านลงเอยด้วยเสมอในเกมประเดิมสนามไปเลย


แม้ว่าทีมเยือนจะมีชื่อชั้นที่ดูเหนือกว่าเยอะเลย แต่ว่ายังเล่นไม่เข้าขากันเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ ส่วนเจ้าถิ่นเป็นทีมที่ทำผลงานในบ้านของตัวเองได้อย่างแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย คาดว่าเกมนี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอแบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : เรอัล โซเซียดัด เสมอ บาร์เซโลน่า 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 28 ครั้ง