หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : มาดริด VS บาร์เซโลน่า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ขาดเพียงแค่ ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง แต่ยังพร้อมให้ คาริม เบนเซม่า ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเพื่อล่าตาข่ายเกมแห่งศักดิ์ศรี "เอล กลาซิโก้" นัดต้อนรับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ทีมคู่ปรับตลอดกาลที่ยังคงมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายรายในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 16 ต.ค.นี้ เพื่อแย่งกันเก็บชัยนำเป็นทีมจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ไปเลย เพราะว่าตอนนี้ทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากันอยู่แล้วด้วย


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : มาดริด VS บาร์เซโลน่า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : มาดริด VS บาร์เซโลน่า

ลาลีกา สเปน

เรอัล มาดริด VS บาร์เซโลน่า

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว

เวลา : 21.15 น.


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกลาลีกา

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล เบติส 2-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 4-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ โอซาซูน่า 1-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เกตาเฟ่ 1-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ จะปรับทัพบางตำแหน่ง แต่ถือว่ามีสภาพทีมที่สมบูรณ์มากๆ เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกิอบทั้งหมดเลย โดยตอนนี้รั้งอันดับ 2 แข่ง 8 นัด มี 22 คะแนน เท่ากับ บาร์เซโลน่า ทีมจ่าฝูงที่มีผลต่างประตูได้เสียมากกว่า 7 ลูกเท่านั้น จึงพร้อมเก็บชัยในถิ่นของตัวเอง เพื่อจะได้ขยับขึ้นไปยึดอันดับ 1 ได้แบบเต็มตัว


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อังเดร ลูนิน, ดาวิด อบาลา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เอแดร์ มิลิเทา, ดานี่ คาร์บาฆัล, โทนี่ โครส, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, ลูก้า โมดริช, วินิซิอุส จูเนียร์, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, คาริม เบนเซม่า


ผู้รักษาประตู : ยังคงไร้นายด่านมือหนึ่ง นั่นก็คือ ธีโบต์ กูร์กตัวส์ เพราะยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป ทำให้ อังเดร ลูนิน นายด่านมือสองเตรียมได้ลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอีกหนึ่งเกม โดยมี ลูคัส คานิซาเรส นั่งเป็นตัวสำรองคอยสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม


แนวรับ : เตรียมให้ นาโช แฟร์นันเดซ และ เฆซุส บัลเยโฆ่ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนาม โดยพร้อมให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอแดร์ มิลิเทา เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ ดานี่ คาร์บาฆัล ลงไปยืนประจำการ ทำให้ ลูคัส บาซเกซ รวมถึง อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายพร้อมให้ ดาวิด อบาลา เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า แฟร์ลองด์ เมนดี้ ด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน ดานี่ เซบายอส เพราะต้องพักรักษาอากาบาดเจ็บต่อไป และน่าจะดร็อป เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า นั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ 3 ประสาน นั่นก็คือ โทนี่ โครส, โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และ ลูก้า โมดริช ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย ซึ่งถือว่าเป็นแผงมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของสโมสรในยุคปัจจุบันอยู่แล้วด้วย


แนวรุก : ไม่น่าจะให้ เอแด็ง อาซาร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ มาเรียโน่ ดิอาซ รวมถึง มาร์โก อเซนซิโอ ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองได้เลย โดยพร้อมให้ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ขยับจากมิดฟิลด์ขึ้นไปสวมบทเป็นปีกขวา ส่วนปีกซ้ายเป็นหน้าที่ของ วินิซิอุส จูเนียร์ พร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว เพื่อป้อนบอลให้กับ คาริม เบนเซม่า ยังคงพร้อมสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม แม้ว่าช่วงหลังจะโชว์ฟอร์มดร้อปลงไปอยู่พอสมควรก็ตาม


บาร์เซโลน่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกลาลีกา

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซบีญ่า 3-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ กาดิช 4-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เอลเช่ 3-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 1-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซลต้า บีโก้ 1-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ชาบี้ เอร์นันเดซ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยนำเป็นทีมจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ไปเลย โดยตอนนี้อยู่อันดับ 1 แข่ฃ 8 นัด มี 22 คะแนน เท่ากับ เรอัล มาดริด ทีมอันดับ 2 เพราะมีผลต่างประตูได้เสียมากกว่า 7 ลูกนั่นเอง แม้จะมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่ผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามเพียงเล็กน้อย เพราะยังคงมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น, เกราร์ด ปิเก้, เอริค การ์เซีย, เซร์กี้ โรแบร์โต้, ฆอร์ดี้ อัลบา, เปดรี้, กาบี, เซร์คิโอ บุสเกสต์, เฟร์ราน ตอร์เรส, ราฟินญ่า, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น ซึ่งพร้อมลงไปยืนเฝ้าเสาเพื่อทำหน้าที่เป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี อินากี้ เปน่า สวมบทเป็นมือสองในฐานะตัวสำรองเหมือนเดิม


แนวรับ : ไม่มี ฌูลส์ คุนเด้, เอคตอร์ เบเยริน, โรนัลด์ อเราโฆ รวมถึง อันเดรียส คริสเตนเซ่น ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเลย จึงน่าจะให้ เกราร์ด ปิเก้ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอริค การ์เซีย เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาน่าจะให้ เซร์กี้ โรแบร์โต้ เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า อเลฮานโดร บัลเด้ ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะเลือก ฆอร์ดี้ อัลบา ให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ทำให้ มาร์กอส อลอนโซ่ มีโอกาสนั่งเป็นตัวสำรองได้เหมือนกัน


แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน ฟรองค์ เคสซี่ ต้องพักรักษาอากาบาดเจ็บต่อไป แต่ยังคงใช้งานพวกมิดฟิลด์ตัวหลักได้เกือบทั้งหมด โดยน่าจะใช้ 3 ประสาน นั่นก็คือ เปดรี้, กาบี และ เซร์คิโอ บุสเกสต์ ทำให้ เฟรงกี้ เดอ ยอง เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


แนวรุก : ขาดเพียงแค่ เมมฟิส เดปาย เจอโรคเดี้ยงเล่นงานเหมือนเดิม จึงพร้อมให้ ราฟินญ่า สวมบทเป็นปีกขวา และน่าจะให้ อุสมาน เดมเบเล่ ยืนประจำการในตำแหน่งปีกซ้าย ทำให้ อันซู ฟาติ กับ เฟร์ราน ตอร์เรส เตรีมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนกองหน้าตัวเป้าพร้อมให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยืนล่าตาข่ายต่อไปตามปกติ


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 79 เกม ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 34 เกม เสมอ 20 เกม และแพ้ 25 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เจ้าบุญทุ่ม" บุกไปถล่ม 4-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 0-4


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : บาร์เซโลน่า แพ้ เรอัล มาดริด 1-3

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล มาดริด ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : บาร์เซโลน่า แพ้ เรอัล มาดริด 1-2

สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ปี 2022 : บาร์เซโลน่า แพ้ เรอัล มาดริด 2-3

ลาลีกา สเปน ปี 2022 : เรอัล มาดริด แพ้ บาร์เซโลน่า 0-4


ความน่าจะเป็น

นอกจากจะเป็นทีมคู่ปรับตลอดกาลที่มีเรื่องของศักดิ์ศรีค้ำคออยู่แล้ว ทั้งสองทีมยังคงต้องห่ำหั่นกันเพื่อยึดตำแหน่งจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ด้วย แน่นอนว่า เรอัล มาดริด ถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้าน แต่ บาร์เซโลน่า มีแนวรุกที่เฉียบคมมากๆ คาดว่าเกมคู่นี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอกันไป


ผลที่คาด : เรอัล มาดริด เสมอ บาร์เซโลน่า 2-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 4 ครั้ง