หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : อัลเมเรีย VS เรอัล มาดริด

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากเมื่อฤดูกาลก่อนพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามแน่นอน โดนพร้อมให้ คาริม เบนเซม่า ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดบุกไปเยือน อัลเมเรีย ทีมน้องใหม่ในเกมประเดิมสนามลาลีกา สเปน ฤดูกาลใหม่ 2022/2023 คืนวันที่ 14 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : อัลเมเรีย VS เรอัล มาดริด
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : อัลเมเรีย VS เรอัล มาดริด

ลาลีกา สเปน

อัลเมเรีย VS เรอัล มาดริด

สนาม : เพาเวอร์ ฮอร์ส สเตเดี้ยม

เวลา : 03.00 น.


อัลเมเรีย

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ ซาน เฟอร์นันโด้ 3-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ มาลาก้า 1-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : แพ้ กรานาด้า 2-3 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ คาร์ตาเกน่า 1-0 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : แพ้ อัล ฮิลาล 1-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ รูบี้ ในฐานะทีมน้องใหม่ที่ได้แชมป์เซกุนด้า ดิวิชั่น จึงได้เลื่อนชั้นมาโชว์ฝีเท้าในศึกลาลีกาฤดูกาลนี้ แม้จะมีการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายคน แต่น่าจะยึดผู้เล่นจากทีมที่สู้ด้วยกันมาตั้งแต่เมื่อช่วงซีซั่นก่อน และได้หวนกลับเล่นเล่นบนลีกสูงสุดของเมืองกระทิงดุเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีไปเลยด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

แฟร์นันโด้ มาร์ติเนซ, โรดริโก้ เอลี่, เซอร์ดาน บาบิช, อเลฮานโดร โปโซ่, เซร์คิโอ อากี้เม่, เซซาร์ เด ลา ฮอซ, ซามู คอสต้า, ลูคัส โรเบิร์ตโตน, ฟรานเชสโก้ ปอร์ติโญ่, ลาร์กี้ รามาซานี่, อูมาร์ ซาดิก


ผู้รักษาประตู : เป็นหน้าที่ของ แฟร์นันโด้ มาร์ติเนซ อย่างแน่นอน เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว จึงพร้อมยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม

แนวรับ : น่าจะให้ โรดริโก้ เอลี่ กับ เซอร์ดาน บาบิช ยืนเป็นกองหลังคู่กันเหมือนเดิม เพราะเป็นตัวหลักในแนวรับมาตั้งแต่เมื่อช่วงซีซั่นที่แล้ว ทำให้ อเล็กซ์ เซนเตลเลส, ฆวนโฆ นิเอโต้ รวมถึง ชูมี่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองกันไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายพร้อมให้ เซร์คิโอ อากี้เม่ ยืนประจำการต่อไป เช่นเดียวกับแบ็กขวาน่าจะขยับ อเลฮานโดร โปโซ่ ซึ่งจริงๆ แล้วสวมบทเป็นมิดฟิลด์ให้ขยับมายืนตรงจุดนี้แล้วโชว์ฟอร์มได้ดีเลย

แดนกลาง : พร้อมให้ เซซาร์ เด ลา ฮอซ สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ ซามู คอสต้า ส่วนในรายของ อินิโก้ เอกูเอราส, ฆาบี้ โรเบล์ส รวมถึง โฆเซ่ คาร์ลอส ลาโซ่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ข้างสนามต่อไป

แนวรุก : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้ว โดยพร้อมวาง ลูคัส โรเบิร์ตโตน สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกม และให้ ฟรานเชสโก้ ปอร์ติโญ่ สวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย และวาง ลาร์กี้ รามาซานี่ ยืนปั้นเกมทางฝั่งขวา ส่วนกองหน้าพร้อมให้ อูมาร์ ซาดิก ยืนค้ำเอาไว้อยู่แล้ว


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ : ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ คลับ อเมริกา 2-2 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ยูเวนตุส 2-0 (สนามกลาง)

ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ : ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-0 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เอาชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-0 และเพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ มาครองได้หมาดๆ เลย โดยพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามได้เลย เพราะไม่มีนักเตะตัวหลักได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว เพื่อลุ้นเก็บชัยจากเกมประเดิมสนามฤดูกาลใหม่ในฐานะแชมป์เก่าจากเมื่อซีซั่นก่อนนั่นเอง แต่อาจจะมีการปรับทัพบางตำแหน่งเท่านั้น


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ธีโบต์ กูร์ตัวส์, ดาวิด อลาบา, เอแดร์ มิลิเทา, แฟร์ลองด์ เมนดี้, ดานี่ คาร์บาฆัล, ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส, มาร์โก อเซนซิโอ, วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นมือหนึ่งคนเดิม นั่นก็คือ ธีโบต์ กูร์ตัวส์ ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกแบบไร้คู่แข่งอยู่แล้ว

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังคนใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ นาโช่ แฟร์นันเดซ และ เฆซุส บาเยโฆ่ ซึ่งน่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน โดยพร้อมให้ ดาวิด อลาบา กับ เอแดร์ มิลิเทา ยืนเป็นกองหลังคู่กันเหมือนเดิม ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ แฟร์ลองด์ เมนดี้ และพร้อมให้ ดานี่ คาร์บาฆัล สวมบทเป็นแบ็กขวาเหนือกว่า ลูคัส บาซเกซ ซึ่งไม่น่าจะเบียดแย่งตำแหน่งไปได้

แดนกลาง : เตรียมใช้ 3 ประสานเหมือนเดิม นั่นก็คือ ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่ และ โทนี่ โครส เพื่อให้ยืนคุมเกมร่วมกันแบบเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทำให้ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ กองกลางคนใหม่เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ ดานี่ เซบายอส และ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ซึ่งจะต้องรอคอยโอกาสลงสนามกันต่อไป

แนวรุก : รอชั่งใจเลือกตัวริมเส้นขวา แม้จะให้ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ขยับขึ้นมาสวมบทบาทอยู่บ่อยๆ แต่คาดว่าน่าจเลือก มาร์โก อเซนซิโอ เหนือกว่า โรดรีโก้ โกเอส อีกหนึ่งรายด้วย เพราะถนัดกับการยืนเล่นในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว ด้านตัวริมเส้นฝั่งซ้ายเป็นหน้าที่ของ วินิซิอุส จูเนียร์ ส่วนกองหน้าตัวเป้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก คาริม เบนเซม่า อย่างแน่นอน โดยมี มาเรียโน่ ดิอาซ เป็นตัวสำรองอยู่ที่ม้านั่งข้างสนาม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 12 เกม ปรากฎว่า เรอัล มาดริด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 9 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้เพียงเกมเดียว ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2014 ปรากฎว่า เรอัล มาดริด บุกไปชนะ 4-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2014 ปรากฎว่า อัลเมเรีย เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 1-4


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2011 : เรอัล มาดริด ชนะ อัลเมเรีย 8-1

ลาลีกา สเปน ปี 2013 : อัลเมเรีย แพ้ เรอัล มาดริด 0-5

ลาลีกา สเปน ปี 2014 : เรอัล มาดริด ชนะ อัลเมเรีย 4-0

ลาลีกา สเปน ปี 2014 : อัลเมเรีย แพ้ เรอัล มาดริด 1-4

ลาลีกา สเปน ปี 2015 : เรอัล มาดริด ชนะ อัลเมเรีย 3-0


ความน่าจะเป็น

เพิ่งได้ชูถ้วยแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ มาหมาดๆ และยังคงพร้อมเดินหน้าล่าแชมป์ทุกรายการด้วยเช่นกัน เพราะมีศักยภาพทีมที่แข็งแกร่งมากๆ โดย เรอัล มาดริด พร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามทั้งหมดเลยด้วย เพื่อลุ้นเอาฤกษ์เอาชัยในเกมนัดประเดิมสนามให้ได้ นอกจากนี้ คาริม เบนเซม่า ดาวซัลโวลาลีกาจากเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนยังพร้อมลงไปยืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน


ส่วน อัลเมเรีย ห่างหายจากศึกลาลีกาไปนานหลายฤดูกาลเลย และยังสามารถรักษาพวกแข้งหลักเอาไว้ได้ทั้งหมดเลย แน่นอนว่าเป้าหมายหลักคือการอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุให้ได้เป็นอันดับแรกเลย


คาดว่า "ราชันชุดขาว" พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน แม้จะต้องออกไปเล่นเป็นทีมเยือน แต่ด้วยตัวผู้เล่นที่เต็มไปด้วยพวกฝีเท้าดีเต็มไปหมดเลย จึงน่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านไปได้แบบไม่เย็นยากนัก เพราะเหนือกว่ามากๆ เลยนั่นเอง


ผลที่คาด : อัลเมเรีย แพ้ เรอัล มาดริด 0-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 34 ครั้ง