หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เซบีญ่า VS บาร์เซโลน่า

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำทัพโดย "เลวานดี้" โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงตัวความหวังนัดบุกไปเยือน เซบีญ่า ซึ่งยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน เพื่อเก็บชัยลุ้นขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูง


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เซบีญ่า VS บาร์เซโลน่า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เซบีญ่า VS บาร์เซโลน่า

ลาลีกา สเปน

เซบีญ่า VS บาร์เซโลน่า

สนาม : เอสตาดิโอ รามอน ซานเชซ ปิซฆวน

เวลา : 02.00 น.


เซบีญ่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : แพ้ เลสเตอร์ 0-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ กาดิช 1-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : แพ้ โอซาซูน่า 1-2 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ เรอัล บายาโดลิด 1-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : แพ้ อัลเมเรีย 1-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ฆูเล็น โลเปเตกี จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ อัลเมเรีย 1-2 ในศึกลาลีกา เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ให้ได้เสียที หลังไม่พบกับชนะจาก 3 นัดแรกนั่นเอง จึงหล่นลงไปอยู่อันดับ 15 แข่ง 3 นัด มีเพียงแต้มเดียว โดยพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ

ยาซีน โบโน, อเล็กซ์ เตลเลส, คาริม เรกิก, ตองกีย์ นิอันซู, เฆซุส นาบาส, อิสโก้, แฟร์นันโด้, อีวาน ราคิติช, ปาปู โกเมซ, เอริค ลาเมล่า, ยูสเซฟ เอ็น-เนสรี่


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ยาซีน โบโน สวมบทเป็นมือหนึ่งเพื่อยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเดิม โดยมี มาร์โก้ ดิมิโทรวิช ทำหน้าที่เป็นมือสองในฐานะตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : ไม่มี มาร์เคา ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ คาริม เรกิก ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ตองกีย์ นิอันซู ส่วนในรายของ กอนซาโล่ มอนเทียล, โฆเซ่ อังเคล คาร์โมน่า รวมถึง กิเก้ ซาลาส ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ขณะที่แบ็กซ้ายพร้อมให้ อเล็กซ์ เตลเลส ซึ่งยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงไปยืนประจำการเหนือกว่า มาร์กอส อคูญ่า อีกหนึ่งตัวเลือก โดยจะยืนคนละฝั่งกับแบ็กขวาขาประจำ นั่นก็คือ เฆซุส นาบาส ในฐานะกัปตันทีมนั่นเอง

แดนกลาง : น่าจะให้ อีวาน ราคิติช และ อิสโก้ กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ทำให้ โอลิเวอร์ ตอร์เรส และ ฆวน จอร์แดน น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ โธมัส เดลานีย์ ซึ่งจองที่นั่งจ้างสนามเอาไว้อยู่แล้วด้วย ส่วนในรายของ เนมันย่า กูเดลจ์ มีโอกาสเป็นตัวสอดแรกในโผ 11 ตัวจริงได้เหมือนกัน แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วไม่น่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก

แนวรุก : ส่อเลือก ยูสเซฟ เอ็น-เนสรี่ ให้กลับมายืนเป็นกองหน้าตัวเป้า เพราะกลับมามีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ทำให้ ราฟา เมียร์ เตรียมหลุดไปเป็นตัวสำรอง ส่วนปีกซ้ายไม่น่าจะให้ อัดนาน ยานูไซจ์ ตัวริมเส้นคนใหม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ซูโซ่ ซึ่งน่าจะนั่งอยู่ที่ข้างสนามด้วยเช่นกัน เพราะน่าจะให้ ปาปู โกเมซ ลงไปยืนประจำการคนละฝั่ง เอริค ลาเมล่า ในฐานะปีกขวาเหมือนเช่นเคย


บาร์เซโลน่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ พูมาส 6-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : เสมอ ราโย บัลเยกาโน่ 0-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล โซเซียดัด 4-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-3 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล บายาโดลิด 4-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ชาบี้ เอร์นันเดซ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านไล่ต้อนชนะ เรอัล บายาโดลิด 4-0 เพื่อเก็บชัยลุ้นขยับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้อยู่อันดับ 3 แข่ง 3 นัด มี 7 คะแนน ตามหลัง 2 ทีมที่นำหน้าอยู่ นั่นก็คือ เรอัล มาดริด กับ เรอัล เบติส ซึ่งจะต้องเจอกันเองในช่วงสุดสัปดาห์นี้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด แม้จะมีการคว้าผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายราย แต่ดูเหมือนว่าจะเล่นเข้าขากันแล้วด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น, ฌูลส์ กุนเด้, โรนัลด์ อเราโฆ่, เอริค การ์เซีย, ฆอร์ดี้ อัลบา, กาบี้, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เปดรี้, ราฟินญ่า, อุสมาน เดมเบเล่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น อยู่แล้ว เพราะยังคงสวมบทเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง

แนวรับ : ยังคงไร้ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน แต่ไม่น่าจะให้ เกราร์ด ปิเก้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน โดยพร้อมวาง โรนัลด์ อเราโฆ่ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอริค การ์เซีย ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ ฌูลส์ กุนเด้ กองหลังคนใหม่ลงไปยืนประจำการให้ตำแหน่งนี้ไปก่อน เพราะสามารถสวมบทบาทนี้ได้เหมือนกัน ขณะที่แบ็กขวาน่าจะดร็อป อเลฮานโดร บัลเด้ เพื่อให้ ฆอร์ดี้ อัลบา ได้กลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้ง

แดนกลาง : มีตัวเลือกให้หยิบมาใข้งานได้เพียบเลย แต่ไม่น่าจะให้ เฟรงกี้ เดอ ยอง รวมถึง มิราเลม ปานิช ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ เซร์กี้ โรแบร์โต้ รวมถึง ฟรองค์ เคสซี่ ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพราะน่าจะให้ 3 ประสานตัวหลักได้ลงเล่นพร้อมกันตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม นั่นก็คือ กาบี้, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และ เปดรี้

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง ได้รับบาดเจ็บจาการโดนทำร้ายร่างกายจนกรามหักในเหตุการณ์ที่ถูกโจรขึ้นบ้านเพื่อขโมยสินทรัพย์นั่นเอง แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวจริงอยู่แล้วเหมือนกับ อันซู ฟาติ รวมถึง เฟร์ราร ตอร์เรส ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองด้วยเช่นกัน โดยพร้อมให้ ราฟินญ่า ลงไปสวมบทเป็นปีกขวา โดยจะยืนคนละฝั่งกับ อุสมาน เดมเบเล่ ในตำแหน่งปีกซ้ายนั่นเอง ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงเป็นบทบาทของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในฐานะตัวจริงเหนือกว่า เมมฟิส เดปาย อยู่แล้ว หลังโชว์ฟอร์มแจ่มยิงไปแล้ว 4 ประตูจากการลงเล่นใน 3 นัดแรก


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 69 เกม ปรากฎว่า บาร์เซโลน่า มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 42 เกม เสมอ 14 เกม และแพ้ 13 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกา เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เจ้าบุญทุ่ม" เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ 1-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกา เมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เซบีญ่า เปิดบ้านเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

โคปา เดล เรย์ ปี 2021 : เซบีญ่า ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0

ลาลีกา ปี 2021 : เซบีญ่า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-2

โคปา เดล เรย์ ปี 2021 : บาร์เซโลน่า ชนะ เซบีญ่า 3-0

ลาลีกา ปี 2021 : เซบีญ่า เสมอ บาร์เซโลน่า 1-1

ลาลีกา ปี 2022 : บาร์เซโลน่า ชนะ เซบีญ่า 1-0


ความน่าจะเป็น

ยังคงมีปัญหาเรื่องความมั่นใจอย่างหนัก สำหรับ เซบีญ่า จึงยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเสียที ซึ่งสวนทางกับ บาร์เซโลน่า ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแนวรุกที่เริ่มยิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ คาดว่า “เจ้าบุญทุ่ม” น่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มได้แบบไม่ยากเย็นนัก


ผลที่คาด : เซบีญ่า แพ้ บาร์เซโลน่า 1-3


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 62 ครั้ง