หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : มาดริด VS บาร์เซโลน่า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ส่อปรับทัพบางตำแหน่ง โดยเฉพาะแดนกลางเพื่อให้พวกมิดฟิลด์ตัวหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และรอลุ้น ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งฟิตกลับมายืนเฝ้าเสานัดเปิดบ้านต้อนรับ เซบีญ่า ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 22 ต.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยรักษาบัลลังก์จ่าฝูงต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS เซบีญ่า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS เซบีญ่า

ลาลีกา สเปน

เรอัล มาดริด VS เซบีญ่า

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว

เวลา : 02.00 น.


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกลาลีกา

ลาลีกา สเปน : ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ โอซาซูน่า 1-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เกตาเฟ่ 1-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ บาร์เซโลน่า 3-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เอลเช่ 3-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยนำเป็นจ่าฝูงต่อไปแบบยาวๆ และรักษาสถิติไร้พ่ายจากการที่ยังไม่พบกับความพ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้แม้แต่นัดเดียว โดยตอนนี้ยังคงอยู่อันดับ 1 แข่ง 10 นัด มี 28 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามอย่างแน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้ทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อังเดร ลูนิน, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เอแดร์ มิลิเทา, แฟร์ลองด์ เมนดี้, ดาเนียล คาร์บาฆัล, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, วินิซิอุส จูเนียร์ส, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, คาริม เบนเซม่า


ผู้รักษาประตู : รอเช็กสภาพความฟิตของ ธีโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารมือหนึ่งที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ หากกลับมายืนเฝ้าเสาไม่ได้จะให้นายด่านมือสอง นั่นก็คือ อังเดร ลูนิน ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป ส่วน หลุยส์ โลเปซ นายด่านดาวรุ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในตำแหน่งอีกหนึ่งเกม


แนวรับ : น่าจะพัก ดาวิด อบาลา เพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวนจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนัดล่าสุด จึงพร้อมให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอแดร์ มิลิเทา เหมือนเดิม ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ แฟร์ลองด์ เมนดี้ กลับมายืนประจำการอีกครั้ง ทำให้ นาโช่ แฟร์นันเดซ, ลูคัส บาซเกซ รวมถึง เฆซุส บาเยโฆ่ นั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ดาเนียล คาร์บาฆัล ในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามตามเดิม


แดนกลาง : ยังคงไร้ ดานี่ เซบายอส ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวเลือกในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้ว โดยพร้อมให้ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ กลับมายืนคุมเกมร่วมกับ 2 จอมเก๋า นั่นก็คือ โทนี่ โครส รวมถึง ลูก้า โมดริช ทำให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


แนวรุก : ไม่มี มาเรียโน่ ดิอาซ ยังไม่หายจากโรคเดี้ยง แต่ว่าเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว และไม่น่าจะให้ เอแด็ง อาซาร์ รวมถึง มาร์โก อเซนซิโอ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน จึงน่าจะให้ วินิซิอุส จูเนียร์ส ลงไปสวมบทเป็นปีกซ้ายเหมือนเดิม ส่วนปีกขวาน่าจะให้ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า โรดริโก้ โกเอส และพร้อมวาง คาริม เบนเซม่า เจ้าของรางวัล "บัลลงดอร์ 2022" สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเช่นเคย


เซบีญ่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกลาลีกา

ลาลีกา สเปน : เสมอ บียาร์เรอัล 1-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-2 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : เสมอ แอธเลติก บิลเบา 1-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 1-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ บาเลนเซีย 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ฮอร์เก้ ซามเปาลี จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยทำอันดับให้ดีกว่าเดิม โดยตอนนี้อยู่ตรงกลางตารางคะแนนในอันดับ 12 แข่ง 10 นัด มี 10 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่มีผลต่อการจัดทีมลงสนาม เพราะยังคงใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 5-4-1

โบโน่, โฆเซ่ การ์โมน่า, ตองกีย์ นิอันซู, มาร์กอส อคูญ่า, กอนซาโล่ มอนเตียล, อเล็กซ์ เตลเลส, ปาปู โกเมซ, เนมันย่า กูเดลจ์, อิสโก้, โอลิเวอร์ ตอร์เรส, ราฟา เมียร์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ โบโน่ นั่งเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะถูกวางตัวให้เป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี มาร์โก ดิมิโตรวิช นั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองตามเดิม


แนวรับ : ยังคงไร้ คาริม เรกิค ยังไม่หายจากอากาบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ โฆเซ่ การ์โมน่า, ตองกีย์ นิอันซู และ มาร์กอส อคูญ่า ลงไปยืนเป็น 3 กองหลังเหมือนอย่างเกมนัดก่อน ส่วนแบ็กซ้ายพร้อมให้ อเล็กซ์ เตลเลส ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม โดยจะยืนคนละฝั่งกับ กอนซาโล่ มอนเตียล ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง


แดนกลาง : น่าจะให้ เนมันย่า กูเดลจ์ กับ อิสโก้ ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกัน ทำให้ โธมัส เดลานีย์, อีวาน ราคิติช, โฆน ฆอร์แดน รวมถึง เฆซุส นาบาส เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนปีกขวาพร้อมให้ ปาปู โกเมซ ลงไปยืนประจำการ เนื่องจาก เฆซุส โคโคน่า ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บขาหัก ขณะที่ปีกซ้ายพร้อมให้ โอลิเวอร์ ตอร์เรส ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหนือกว่า อัดนาน ยานูไซจ์ และ เอริก ลาเมล่า เหมือนเดิม


แนวรุก : มีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น แคสเปอร์ โดลเบิร์ก, ยุสเซฟ เอ็น-เนซิรี่ รวมถึง ซูโซ่ แต่น่าจะให้ ราฟา เมียร์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้ามากกว่า


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 60 เกม ปรากฎว่า เรอัล มาดริด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 40 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 15 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ราชันชุดขาว" บุกไปเฉือนชนะ 3-2 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เซบีญ่า บุกไปแพ้ 1-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : เรอัล มาดริด ชนะ เซบีญ่า 2-1

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : เซบีญ่า แพ้ เรอัล มาดริด 0-1

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล มาดริด เสมอ เซบีญ่า 2-2

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล มาดริด ชนะ เซบีญ่า 2-1

ลาลีกา สเปน ปี 2022 : เซบีญ่า แพ้ เรอัล มาดริด 2-3


ความน่าจะเป็น

ตอนนี้ เรอัล มาดริด มีความแข็งแกร่งในทุกตำแหน่งจริงๆ เพราะมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้ทุกจุด และทำผลงานได้ดีกันทุกคนเลยด้วย โดยแต่ละคนสามารถเล่นทดแทนกันได้ในยามที่มีใครขาดหายไปนั่นเอง จึงรักษาสถิติไร้พ่ายจากการลงเล่นในทุกรายการเอาไว้ได้ด้วย ส่วน เซบีญ่า ค่อยๆ ดีขึ้นไปตามสถาพ หลังจากที่มีการเปลี่ยนตัวกุนซือ เพราะได้ตัดสินใจปลด ฆูเล็น โลเปเตกี ออกจากตำแหน่งเพื่อดึง ฮอร์เก้ ซามเปาลี ให้กลับมาคุมทีมเป็นครั้งที่ 2 แต่ยังคงต้องใช้เวลาปรับจูนทีมต่อไปอีกสักพักหนึ่งเพื่อให้มีความลงตัวมากกว่านี้นั่นเอง คาดว่า “ราชันชุดขาว” ซึ่งถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านอยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะในถิ่นของตัวเองเอาไว้ได้


ผลที่คาด : เรอัล มาดริด ชนะ เซบีญ่า 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 15 ครั้ง