หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS เรอัล มายอร์ก้า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่มี คาริม เบนเซม่า ดาวยิงตัวเก่งได้รับบาดเจ็บ จึงเตรียมปรับแนวรุกอาจให้ เอแด็ง อาซาร์ ยืนค้ำแดนหน้านัดต้อนรับ เรอัล มายอร์ก้า ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 11 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยในเกมลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS เรอัล มายอร์ก้า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS เรอัล มายอร์ก้า

ลาลีกา สเปน

เรอัล มาดริด VS เรอัล มายอร์ก้า

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว

เวลา : 19.00 น.


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน : ชนะ อัลเมเรีย 2-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซลต้า บีโก้ 4-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เอสปันญอล 3-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล เบติส 2-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ เซลติก 3-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปถล่ม เซลติก 3-0 ในเกมประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อลุ้นเก็บชัยในศึกลาลีกาเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันไปเลย โดยตอนนี้ยังคงรั้งจ่าฝูงแบบไร้พ่าย และมี 12 คะแนนเต็มจากการกวาดชัยได้ทั้ง 4 เกมแรกเลย แม้แดนหน้าจะไร้ขุมกำลังสำคัญ นั่นก็คือ คาริม เบนเซม่า แต่ยังมีแข้งดังรายอื่นๆ ที่พร้อมลงไปสวมบทเป็นกองหน้าแทนได้อยู่หลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ4-3-3

ธีโบต์ กูร์กตัวส์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด อลาบา, แฟร์ลองด์ เมนดี้, ลูคัส บาซเกซ, เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, ลูก้า โมดริช, วินิซิอุส จูเนียร์ส, โรดรีโก้ โกเอส, เอแด็ง อาซาร์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอยู่แล้ว โดยมี อังเดร ลูนิน สวมบทเป็นมือสองในฐานะตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : น่าจะดร็อป เอแดร์ มิลิเทา เพื่อให้ได้พัก และจะได้ส่ง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ดาวิด อลาบา ส่วนในรายของ นาโช แฟร์นันเดซ ยังคงเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาจะดร็อป ดานี่ คาร์บาฆัล เพื่อให้พักด้วยเช่นกัน โดยพร้อมให้ ลูคัส บาซเกซ ลงไปยืนเล่นในตำแหน่งได้เลย ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แฟร์ลองด์ เมนดี้ ในฐานะแบ็กซ้ายตามเดิม

แดนกลาง : ส่อพัก โทนี่ โครส เอาไว้ที่ข้างสนาม เพื่อให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และ ลูก้า โมดริช ส่วนในรายของ ดานี่ เซบายอส ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เพราะต้องนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิมไปก่อน

แนวรุก : ไม่มี คาริม เบนเซม่า เจอโรคเดี้ยงเล่นงานตรงหัวเข่า จึงอาจจะให้ เอแด็ง อาซาร์ ลงสนามไปสวมบทเป็นกองหน้าจำเป็น เพราะสามารถทำหน้าที่่เป็นหัวหอกได้เหมือนกัน โดยน่าจะเป็นตัวเลือกเหนือกว่า มาเรียโน่ ดิอาซ กองหน้าตัวสำรองอีกรายหนึ่ง ส่วนปีกซ้ายน่าจะให้ วินิซิอุส จูเนียร์ส เป็นตัวเลือกเหนือกว่า มาร์โก อาเซนซิโอ ด้วยเช่นกัน ขณะที่ที่ปีกขวาน่าจะให้ โรดรีโก้ โกเอส ลงไปยืนประจำการ เพราะน่าจะดร็อป เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ เป็นตัวสำรองเพื่อให้พักบ้างนั่นเอง


เรอัล มายอร์ก้า

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ อิบิซ่า 0-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ แอธเลิตก บิลเบา 0-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ ราโย่ บัลเยกาโน่ 2-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : เสมอ คิโรน่า 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ มิเชล จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเสมอ คิโรน่า 1-1 ในศึกลาลีกา เพื่อลุ้นคว้าชัยแล้วจะได้ทำขยับขึ้นไปได้อีก โดยตอนนี้อยู่อันดับ 11 แข่ง 4 นัด มี 5 แต้ม แม้จะมีนักเตะได้รับบากดเจ็บอยู่หลายคน แต่ว่าพวกแข้งหลักยังอยู่กันเกือบครบ จึงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกันอยู่แล้วด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 5-3-2

เปแดร็ก ราจ์โกวิช, ปาโบล มาฟเฟโอ, มาร์ติน บัลเจนท์, ไรโญ่, โคเปเต้, ฆวนเม่ คอสต้า, อันโตนิโอ ซานเชซ, โรดริโก้ บัตตาเกลีย, ดานี่ โรดริเกซ, ลี คัง-อิน, เวดัต มูริกิ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เปแดร็ก ราจ์โกวิช สวมบทเป็นมือหนึ่งเหนือกว่า เปาโล กาซซานิก้า นายทวารฝีมือดีอีกรายหนึ่งที่เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : น่าจะดร็อป โทนี่ ฟูดิอาส ริเบร่า, แบร์นาร์โด้ เอสปิโนซ่า รวมถึง มานู บาเยโฆ่ นั่งอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม เพื่อให้ มาร์ติน บัลเจนท์, ไรโญ่ และ โคเปเต้ ลงไปยืนเป็น 3 กองหลังเหมือนอย่างเกมนัดก่อน ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ ปาโบล มาฟเฟโอ เช่นเดียวกับแบ็กซ้ายที่ไม่น่าเปลี่ยนแปลงไปจาก ฆวนเม่ คอสต้า

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ ยาน คูโต้, ซามูเอล ซาอิซ รวมถีง ออสการ์ เรน่า การ์วี่ ออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว และไม่มี อิบราฮิม เคเบ้ กับ อีวาน มาร์ติน เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงน่าจะให้ อันโตนิโอ ซานเชซ, โรดริโก้ บัตตาเกลีย และ ดานี่ โรดริเกซ ยืนเป็น 3 ประสานในแผงมิดฟิลด์ตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม

แนวรุก : เตรียมเป็นหน้าที่ของ ลี คัง-อิน ยืนล่าตาข่ายคู่กับ เวดัต มูริกิ ตามเดิม เพราะยังคงไร้ คริสเตียน สตัวนี่ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในรายของ โจเอล โรก้า รวมถึง ริคาร์ด อาร์เตโร่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามแน่นอน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 38 เกม ปรากฎว่า เรอัล มาดริด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 23 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 10 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ราชันชุดขาว" บุกไปชนะ 3-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เรอัล มายอร์ก้า บุกไปแพ้ 1-6


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2013 : เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 5-2

ลาลีกา สเปน ปี 2019 : เรอัล มายอร์ก้า ชนะ เรอัล มาดริด 1-0

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 6-1

ลาลีกา สเปน ปี 2022 : เรอัล มายอร์ก้า แพ้ เรอัล มาดริด 0-3


ความน่าจะเป็น

เตรียมปรับทัพในแนวรุกได้เลย เพราะว่าการขาดหายไปของ คาริม เบนเซม่า กองหน้าตัวหลักที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อนนั่นเอง แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการจัดทีมของ เรอัล มาดริด เพราะยังคงใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายคน และอาจจะถือว่าเป็นการให้โอกาส เอแด็ง อาซาร์ ได้พิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองแบบเต็มตัวไปเลยด้วย เพราะมีโอกาสได้ลงสนามไปสวมบทเป้นหัวหอกจำเป็นได้สูงมาก ส่วน เรอัล มายอร์ก้า โชว์ฟอร์มในช่วงออกสตาร์ทได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ว่าเป็นทีมที่เล่นนอกบ้านได้ไม่ค่อยดีนัก และมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยูพอสมควรด้วย คาดว่า “ราชันชุดขาว” น่าจะมีโอกาสเก็บชัยได้มากกว่า เพื่อสานต่อสถิติคว้าชัยได้เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และจะได้รั้งตำแหน่งจ่าฝูงบนหัวสุดบนตารางคะแนนต่อไปด้วย


ผลที่คาด : เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา


ดู 14 ครั้ง