หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS โอซาซูน่า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยังคงไร้ คาริม เบนเซม่า ดาวยิงตัวเก่งไม่หายเดี้ยง และอาจจะให้ เอแด็ง อาซาร์ สวมบทเป็นกองหน้านัดต้อนรับ โอซาซูน่า ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 2 ต.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยยึดตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ให้ได้นั่นเอง


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS โอซาซูน่า
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เรอัล มาดริด VS โอซาซูน่า

ลาลีกา สเปน

เรอัล มาดริด VS โอซาซูน่า

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว

เวลา : 02.00 น.


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล เบติส 2-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ เซลติก 3-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 4-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 2-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติที่บุกไปชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในศึกลาลีกา โดยในช่วงก่อนเกมฟาดแข้งตามโปรแกรมเมื่อวันเสาร์ยังคงตำแหน่งจ่าฝูง แข่ง 6 นัด มี 18 คะแนนเต็มจากการคว้าชัยได้ทั้งหมด จึงพร้อมเดินหน้าเพื่อเก็บชัยชนะต่อไป และจะได้รั้งอันดับ 1 บนหัวตารางคะแนนต่อไปด้วย เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ยกเว้น คาริม เบนเซม่า ยังคงเดี้ยงอยู่ ทำให้พวกแข้งหลักพร้อมอกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย แต่อาจจะเก็บบางรายเอาไว้ใช้งานในเกมสโมสรยุโรปช่วงกลางสัปดาห์ถัดไป


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ธีโบต์ กูร์กตัวส์, แฟร์ลองด์ เมนดี้, ดาวิด อลาบา, เอแดร์ มิลิเทา, ดานี่ คาร์บาฆัล, โทนี่ โครส, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, ลูก้า โมดริช, วินิซิอุส จูเนียร์ส, เอแด็ง อาซาร์, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง เพราะว่าสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี อังเดร ลูนิน ทำหน้ราที่เป็นมือสองในฐานะตัวสำรองเหมือนเดิม


แนวรับ : น่าจะดร็อป อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นาโช แฟร์นันเดซ รวมถึง เฆซุส บัลเยโฆ่ เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ ดาวิด อลาบา ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอแดร์ มิลิเทา ส่วนแบ็กขวาพร้อมให้ ดานี่ คาร์บาฆัล เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเหนือกว่า อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า อยู่แล้ว โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แฟร์ลองด์ เมนดี้ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง เนื่องจาก ลูคัส บาซเกซ ยังไม่หายเดี้ยงด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : เตรียมจัดเต็มเอาไว้ก่อน โดยพร้อมให้ 3 ประสาน นั่นก็คือ โทนี่ โครส, โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และ ลูก้า โมดริช ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย ทำให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า รวมถึง ดานี่ เซบายอส เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน

แนวรุก : ยังคงไร้ คาริม เบนเซม่า ดาวยิงตังเก่งต้องพักรักษาโรคเดี้ยงเหมือนเดิม จึงอาจจะให้ เอแด็ง อาซาร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และน่าจะให้ โรดรีโด้ โกเอส รวมภึง มาเรียโน่ ดิอาซ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนาม ส่วนปีกซ้ายเตรียมเป็นหน้าที่ของ วินิซิอุส จูเนียร์ส อยู่แล้ว โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ในตำแหน่งปีกขวาเหนือกว่า มาร์โก อเซนซิโก ซึ่งพร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกได้เหมือนกัน


โอซาซูน่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน : ชนะ กาดิช 2-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : แพ้ เรอัล เติส 0-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ ราโย่ บัลเยกาโน่ 2-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ อัลเมเรีย 1-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ เกตาเฟ่ 0-2 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ฆาโกบา อาร์ราซาเต้ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติที่แพ้ เกตาเฟ่ คาบ้าน 0-2 ในศึกลาลีกา โดยในช่วงก่อนเกมฟาดแข้งตามโปรแกรมเมื่อวันเสาร์ยังคงอันดับ 5 แข่ง 6 นัด มี 12 คะแนน จึงพร้อมเดินหน้าเก็บชัยเพื่อเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนต่อไป แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมชุดใหญ่ลงสนาม เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลยนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

เซร์คิโอ เอร์เรร่า, นาโช วิดัล, อูไน การ์เซีย, ดาบิด การ์เซีย, ฆวน ครูซ, ลูคัส ตอร์โร่, ดาร์โก้ บราซาเน็ค, กิเก้ การ์เซีย, รูเบน การ์เซีย, มอย โกเมซ, อันเต้ บูดิเมียร์


ผู้รักษาประตู : ยังคงให้ เซร์คิโอ เอร์เรร่า สวมบทเป็นมือหนึ่งต่อไปเหมือนเดิม จึงพร้อมให้ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรก และพร้อมให้ ฆวน มานูเอล เปเรซ นั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองต่อไปเหมือนเดิม


แนวรับ : เตรียมให้ อูไน การ์เซีย ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ดาบิด การ์เซีย ส่วนในรายของ เฆซุส เอเรโซ่, รูเบน เปญ่า, มานู ซานเชซ รวมถึง ฮอร์เก้ แฮร์รันโด้ ยังคงนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ นาโช วิดัล ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฆวน ครูซ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง แต่หมดสิทธิ์ใช้งาน อารีดาน ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป


แดนกลาง : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก ลูคัส ตอร์โร่ กับ ดาร์โก้ บราซาเน็ค ซึ่งพร้อมสยมบทเป็นตัวคุมเกมในแผงมิดฟิลด์คู่กันเหมือนเดิม เพราะเป็นตัวหลักในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว ทำให้ ฆาบี้ มาร์ติเนซ, จอน มอนคาโยล่า, กิเก้ บอร์ฆา, รวมถึง บาโปล อิบาเนซ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเช่นเคย


แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน ชิมี่ อาวิย่า ติดโทษแบน จึงน่าจะให้ กิเก้ การ์เซีย ลงไปสวมบทเป็นปีกซ้าย โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ มอย โกเมซ และพร้อมวาง รูเบน การ์เซีย สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกม ส่วนกองหน้าพร้อมให้ อันเต้ บูดิเมียร์ ยืนค้ำเอาไว้เหมือนอย่างเกมนัดก่อน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 40 เกม ปรากฎว่า เรอัล มาดริด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 26 เกม เสมอ 9 เกม และแพ้ 5 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ราชันชุดขาว" เป็นฝ่ายบุกไปชนะ 3-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า โอซาซูน่า บุกไปยันเสมอ 0-0


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : โอซาซูน่า แพ้ เรอัล มาดริด 1-4

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : โอซาซูน่า เสมอ เรอัล มาดริด 0-0

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล มาดริด ชนะ โอซาซูน่า 2-0

ลาลีกา สเปน ปี 2021 : เรอัล มาดริด เสมอ โอซาซูน่า 0-0

ลาลีกา สเปน ปี 2022 : โอซาซูน่า แพ้ เรอัล มาดริด 1-3


ความน่าจะเป็น

โช์ฟอร์มในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ดีเหลือเกิน สำหรับ เรอัล มาดริด จากการคว้าชัยได้ทุกเกมที่ลงสนามในทุกรายการ แม้จะยังคงไร้ คาริม เบนเซม่า กองหน้าตัวเก่งที่ยังไม่หายเดี้ยง แต่ยังคงมีผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน ส่วน โอซาซูน่า ถือว่าทำผลงานในช่วงเริ่มต้นฟดูกาลนี้ได้ดีเหมือนกัน เพราะสามารถเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนได้ด้วยนั่นเอง แต่ด้วยศักยภาพที่เป็นรองในหลายๆ ด้าน และต้องออกมาเล่นเป็นทีมเยือนอีกต่างหาก คาดว่า "ราชันชุดขาว" น่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยในถิ่นตัวเองได้สำเร็จ


ผลที่คาด : เรอัล มาดริด ชนะ โอซาซูน่า 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 16 ครั้ง