หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เอสปันญอล VS เรอัล มาดริด

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด พร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนาม เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ คาริม เบนเซม่า เตรียมยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเยือน "นกแก้ว" เอสปันญอล ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันที่ 28 ส.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน และจะได้เกาะกลุ่มเป็นทีมนำบนหัวตารางคะแนนต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เอสปันญอล VS เรอัล มาดริด
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : เอสปันญอล VS เรอัล มาดริด

ลาลีกา สเปน

เอสปันญอล VS เรอัล มาดริด

สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

เวลา : 03.00 น.


เอสปันญอล

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : แพ้ ลิเนนซ์ 0-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : แพ้ ไบรท์ตัน 1-5 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ นาโปลี 0-0 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : เสมอ เซลต้า บีโก้ 2-2 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ ราโย บัลเบกาโน่ 0-2 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ดิเอโก้ มาร์ติเนซ เปนาส จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่แพ้ ราโย บัลเบกาโน่ คาบ้าน 0-2 ในศึกลาลีกา เพื่อลุ้นเก็บชัยชนะเป็นนัดแรกให้ได้ หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นจาก 2 เกมแรก จึงอยู่อันดับ 15 แข่ง 2 นัด มีแต้มเดียว แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งานบางราย แต่ว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เบนจามิน เลคอมท์, ออสการ์ กิล, แฟร์นันโด้ คาเลโร่, เลอันโดร คาเบรร่า, ไบรอัน โอลิวาน, วินิซิอุส เด ซูซ่า คอสตา, เอดู เอ็กซ์โปซิโต้, เซร์กี้ ดาร์แดร์, รูเบน ซานเชซ, นิโกลาส์ ริเบาโด้, โฆเซลู


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เบนจามิน เลคอมท์ ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม เพราะถูกวางตัวให้สวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง

แนวรับ : หมดสิทธ์ใช้งาน เซร์กี้ โกเมซ ติดโทษแบน เพราะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนัดก่อน จึงน่าจะให้ แฟร์นันโด้ คาเลโร่ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เลอันโดร คาเบรร่า ส่วนแบ็กขวาพร้อมให้ ออสการ์ กิล ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ไบรอัน โอลิวาน ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ทำให้ นาบิล ตูไอซี่ กับ โอมาร์ เอบ ฮิลาลี่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ ฆาบี้ เปาโด้ กับ ไคดี้ บาเร่ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยพร้อมให้ 3 ประสานนแผงมิดฟิลด์ นั่นก็คือ วินิซิอุส เด ซูซ่า คอสตา, เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ และ เซร์กี้ ดาร์แดร์ ได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเหมือนอย่างเกมนัดก่อน

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งานกองหน้าตัวหลัก นั่นก็คือ ราอูล เดอ โทมัส เพราะยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่พร้อมให้ รูเบน ซานเชซ สวมบทเป็นปีกขวาคนละฝั่งกับ นิโกลาส์ ริเบาโด้ และพร้อมให้ โฆเซลู สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ คลับ อเมริกา 2-2 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ยูเวนตุส 2-0 (สนามกลาง)

ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ : ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-0 (สนามกลาง)

ลาลีกา สเปน : ชนะ อัลเมเรีย 2-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซลต้า บีโก้ 4-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ คาร์โล อันเลอตติ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ เซลต้า บีโก้ 4-1 ในศึกลาลีกา เพื่อลุ้นเข้าวินถึง 3 เกมติดต่อกันไปเลย และมีโอกาสขึ้นไปรั้งจ่าฝูงได้เหมือนกัน เพราะรั้งอันดับ 2 จากการคว้าชัย 2 นัดรวด มี 6 คะแนนเต็ม เท่ากับ บียาร์เรอัล ทีมจ่าฝูง แต่มีผลต่างประตูได้เสียเป็นรองเพียงลูกเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะขาดหายไปบ้าง แต่ว่าใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ธีโบต์ กรูตัวส์, แฟร์ลองด์ เมนดี้, ดาวิด อลาบา, เอแดร์ มิลิเทา, ดานี่ คาร์บาฆัล, เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, ลูก้า โมดริช, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก ธีโบต์ กรูตัวส์ ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว

แนวรับ : เตรียมดร็อป อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ นาโช แฟร์นันเดซ และ เฆซุส บัลเยโฆ เพื่อให้ ดาวิด อลาบา กับ เอแดร์ มิลิเทา ยืนเป็นกองหลังคู่กันเหมือนเดิม ส่วนแบ็กซ้ายพร้อมเลือก ดานี่ คาร์บาฆัล เป็นอันดับแรกเหนือกว่า ลูคัส บาซเกซ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แฟร์ลองด์ เมนดี้ ในฐานะแบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจาก คาเซมิโร่ ได้ย้ายออกไปแล้ว และต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ โทนี่ โครส เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ มิดฟิลด์ตัวใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนอย่างเกมนัดก่อน เช่นเดียวกับ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า เพื่อให้ประสานงานกับ ลูก้า โมดริช ทำให้ ดานี่ เซบายอส ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรุก : น่าจะดร็อป มาร์โก อเซนซิโอ, โรดรีโก้ โกเอส รวมถึง รวมถึง เอแด็ง อาซาร์ นั่งอยูที่ข้างสนามไปก่อน เพราะไม่ใช่ตัวหลักในแดนหน้าอยู่แล้ว และน่าจะขยับ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ให้สวมบทเป็นปีกขวาตามเดิม ส่วนปีกซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของ วินิซิอุส จูเนียร์ และพร้อมให้ คาริม เบนเซม่า สวมบทเป็นหัวหอกตัวเป้าเหมือนเดิม โดยยังคงให้ มาเรียโน่ ดิอาซ นั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 56 เกม ปรากฎว่า เรอัล มาดริด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 41 เกม เสมอ 6 เกม และแพ้ 9 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกลาลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ราชันชุดขาว" เปิดบ้านชนะ 4-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกลาลีกาเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เอสปันญอล เปิดบ้านชนะ 2-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ลาลีกา สเปน ปี 2019 : เอสปันญอล แพ้ เรอัล มาดริด 2-4

ลาลีกา สเปน ปี 2019 : เรอัล มาดริด ชนะ เอสปันญอล 2-0

ลาลีกา สเปน ปี 2020 : เอสปันญอล แพ้ เรอัล มาดริด 0-1

ลาลีกา สเปน ปี 2021: เอสปันญอล ชนะ เรอัล มาดริด 2-1

ลาลีกา สเปน ปี 2022 : เรอัล มาดริด ชนะ เอสปันญอล 4-0


ความน่าจะเป็น

แม้จะปล่อยตัว คาเซมิโร่ ออกไปแล้ว แต่ เรอัล มาดริด ยังคงมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งมากๆ และพร้อมให้ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ซึ่งได้ทุ่มเงินซื้อมาเสริมทัพได้เฉิดฉายในแผงมิดฟิลด์แบบเต็มที่ไปเลย ส่วนแนวรุกยังคงใช้งานพวกดาวดังได้ทั้งหมดเลยด้วย โดยเฉพาะ คาริม เบนเซม่า ดาวยิงคนเก่งที่ยังคงพร้อมยืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงต่อไป


ส่วน เอสปันญอล มีนักเตะตัวหลักขาดหายไปหลายคน ซึ่งรวมถึง ราอูล เดอ โทมัส หัวหอกตัวหลัก ทำให้แนวรุกไม่ค่อยจะลื่นไหลเท่าที่ควร จึงยังไม่พบกับชัยชนะจาก 2 นัดแรกด้วยเช่นกัน แถมยังมีแนวรับที่ไม่ค่อยจะแข็งแกร่งเสียเท่าไรนัก


คาดว่า “ราชันชุดขาว” พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน เพราะต้องการเก็บชัยเพื่อลุ้นขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูง แม้จะออกมาบ้านมาเล่นเป็นทีมเยือน แต่ยังคงมีศักยภาพที่เหนือกว่าเยอะเลย ซึ่งสวนทางกับเจ้าบ้านที่มีสภาพไม่สมบูรณ์แบบเต็มร้อย ดังนั้น เรอัล มาดริด จึงน่าจะมีโอกาสเก็บชัยได้สำเร็จ แต่อยู่ที่ว่าจะยิงประตูได้มากน้อยเพียงใด


ผลที่คาด : เอสปันญอล แพ้ เรอัล มาดริด 0-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 22 ครั้ง