หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด

ได้รับการจารึกชื่อให้เป็นหนึ่งในนักเตะระดับตำนานของฟุตบอลโลกมานานแล้ว สำหรับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตกองหน้าจอมเหินเวหาของทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการเล่นลูกกลางอากาศ และสามารถโหม่งพังประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ แถมยังมีท่าดีใจแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นก็คือการตีลังม้วนหน้าในช่วงหลังจากที่สอยตาข่ายได้นั่นเอง


"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด
"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด

แม้จะมีถิ่นกำหนดอยู่ที่ประเทศโปแลนด์ แต่ว่า โคลเซ่ ได้อพยพตามครอบครัวมาลงหลักปักฐานในประเทศเยอรมนีตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในตำแหน่งกองหน้าให้กับ โฮมบวร์ก เมื่อปี 1998 และได้ย้ายไปร่วมทัพ ไกเซอร์สเลาเทิร์น อดีตทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกาในปี 1999 พร้อมกับฉายแววความเป็นยอดกองหน้าจากการยิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ จึงถูกเรียกตัวไปรับใช้ทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" ในปี 2001 เพราะได้รับสัญชาติเป็นชาวเยอรมันมาตั้งแต่ตอนที่เป็นวัยรุ่นแล้วนั่นเอง หลังจากที่ได้อยู่ปักหลักใช้ชีวิตในถิ่นเมืองเบียร์มานานหลายปี และสามารถประเดิมสนามได้ด้วยการโหม่งพังประตูชัยนัดเฉือนชนะ แอลเบเนีย 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป และมีส่วนช่วยให้ทีมได้ตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายบนทวีปเอเชียเมื่อตอนที่ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ นั่นก็คือ ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ จับมือเป็นเจ้าภาพร่วมกันนั่นเอง


ในศึกฟุตบอลโลก 2002 ถือว่าเป็นทัวร์นาเมนต์แจ้งเกิดในเกมระดับชาติของ โคลเซ่ อย่างแท้จริง เพราะประเดิมสนามรอบแรกในกลุ่ม อี ด้วยการทำ "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 ประตูจากลูกโหม่งล้วนๆ ในเกมที่ไล่ถล่ม ซาอุดิอาระเบีย แบบขาดลอยถึง 8-0 และสามารถโหม่งได้อีกหนึ่งลูกในเกมที่เสมอ ไอร์แลนด์ 1-1 ได้ด้วย ก่อนจะตบท้ายรอบแรกด้วยการโหม่งอีกหนึ่งเม็ดเป็นลูกปิดท้ายในนัดที่ชนะ แคเมอรูน 2-0 จึงได้จารึกสถิติเป็นนักเตะที่ทำประตูจากการใช้ศีรษะในช่วงตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ได้มากที่สุดถึง 5 ลูกไปเลยด้วย เพราะว่าไม่สามารถสอยตาข่ายในรอบน็อคเอาท์ได้เพิ่มเติม แต่มีส่วนช่วยให้ทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" เฉือนชนะ ปารากวัย 1-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากนั้นเฉือนชนะ สหรัฐอเมริกา 1-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และเฉือนชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ แม้จะได้ตบเท้าผ่านเข้าสู่นัดชิงไปดวลแข้งกับ "แซมบ้า" บราซิล แต่น่าเสียดายที่เป็นฝ่ายแพ้ 0-2 จึงต้องจำใจสวมบทเป็น "พระรอง" ในฐานะรองแชมป์เท่านั้น


"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด
"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด

หลังจากนั้น โคลเซ่ ได้ย้ายไปร่วมทัพ "นางนวล" แวร์เดอร์ เบรเมน ในปี 2004 และฝากผลงานล่าตาข่ายในเกมระดับสโมสรได้อย่างยอดเยี่ยมจากการคว้ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกาประจำฤดูกาล 2005/2006 ได้ด้วย และได้ร่วมนำทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" โชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนีสวมบทเป็นเจ้าภาพนั่นเอง โดย โคลเซ่ เริ่มต้นด้วยการยิง 2 ประตูในเกมประเดิมสนามรอบแรกนัดที่ชนะ คอสตาริกา 4-2 และซัดเบิ้ลได้อีก 2 เม็ดในเกมส่งท้ายรอบแรกที่เอาชนะ เอกวาดอร์ 3-0 แถมยังโหม่งตีเสมอ อาร์เจนติน่า 1-1 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่พลาดท่าแพ้ อิตาลี 0-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของเกมรอบรองชนะเลิศ จึงชวดเข้าชิงจากการจอดป้ายเพียงรอบตัดเชือก แต่ยังได้รับรางวัลปลอบใจจากการคว้าอันดับ 3 เพราะเป็นฝ่ายไล่ถล่ม โปรตุเกส 3-0 พร้อมกับคว้ารางวัล "รองเท้าทองคำ" ในฐานะดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์จากการสังหารไปได้ทั้งหมด 5 ประตูนั่นเอง


ในช่วงปี 2007 โคลเซ่ ได้ย้ายไปค้าแข้งกับทีมเบอร์หนึ่งของเมืองเบียร์ นั่นก็คือ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค และยังคงเดินหน้ายิงประตูในเกมระดับสโมสรได้แบบต่อเนื่อง พร้อมกับเป็ฯหนึ่งในตัวหลักของทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" ไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ แม้จะโชว์ฟอร์มไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนอย่างการลงเล่นรอบสุดท้ายในช่วง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เพราะยิงประตูในช่วงตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ได้ 3 ประตู แต่มีส่วนช่วยให้ทีมไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะชวดเข้าชิงจากการพลาดท่าแพ้ "กระทิงดุ" สเปน ทีมแชมป์ตอนบั้นปลายด้วยสกอร์ 0-1 แต่ยังได้รับรางวัลปลอบใจจากการคว้าอันดับ 3 เพราะเป็นฝ่ายเฉือนชนะ อุรุกวัย 3-2


เมื่อเข้าสู่ปี 2011 โคลเซ่ ได้ย้ายออกไปหาประสบการณ์จากการค้าแข้งในต่างแดนดูบ้าง เพราะว่าตอนนั้นมีอายุเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของอาชีพนักฟุตบอลแล้วนั่นเอง จึงได้ตัดสินใจย้ายไปซบ "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ ทีมดังแหงศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดยยังคงเดินหน้ายิงประตูในเกมระดับสโมสรได้แบบเป็นกอบเป็นกอบกำ และเป็นหนึ่งในขุนพลแข้งของทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" ไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะได้เป็นฝ่ายสมหวังในช่วงบั้นปลายเสียที เนื่องจาก เยอรมนี สามารถไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 4 ได้สำเร็จ โดยรอบแรกในกลุ่ม จี ชนะ โปรตุเกส 4-0, เสมอ กานา 2-2 และ ชนะ สหรัฐอเมริกา 1-0 ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เฉือนชนะ แอลจีเรีย ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 หลังจากนั้นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เฉือนชนะ ฝรั่งเศส 1-0 และได้สร้างความฮือฮาในเกมรอบรองชนะเลิศด้วยการไล่ถล่ม "แซมบ้า" บราซิล แบบขาดลอยถึง 7-1 จึงได้ตบเท้าผ่านเข้าชิงไปเฉือนชนะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนติน่า ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0


"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด
"โคลเซ่" ผู้ได้เฮจากการคว้าชัยในบอลโลกมากที่สุด

ทำให้ โคลเซ่ ตัดสินใจเลิกรับใช้ทีมชาติเยอรมนีในช่วงหลังคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ไปเลย โดยฝากผลงานยิงประตูในเกมระดับชาติระหว่างปี 2001-2014 ได้ทั้งหมด 71 ลูกจากการลงสนาม 137 เกม และได้ประกาศ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลเมื่อตอนที่ค้าแข้งในระดับสโมสรกับ ลาซิโอ เป็นทีมสุดท้ายของชีวิตเมื่อปี 2016 เท่ากับว่าตำนานกองหน้าจอมตีลังกาได้ลงเล่นรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกมากถึง 4 ครั้ง และได้จารึกชื่อเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลจากการสอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายได้มากที่สุดถึง 16 ประตูเลยด้วย โดยแบ่งออกเป็นผลงาน 5 ประตูในศึกฟุตบอลโลก 2002, 5 ประตูในศึกฟุตบอลโลก 2006, 3 ประตูในศึกฟุตบอลโลก 2010 และอีก 3 ประตูในศึกฟุตบอลโลก 2014


นอกจากนี้ โคลเซ่ ยังได้จารึกชื่อเป็นนักเตะที่คว้าชัยชนะจากการลงเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกได้มากที่สุดอีกด้วย โดยตำนานกองหน้าจอมโหม่งได้พบกับชัยชนะมากถึง 17 เกมจากการลงสนามไปทั้งหมด 24 เกม โดยแบ่งออกเป็นครบทั้ง 7 เกมในศึกฟุตบอลโลก 2002 และในศึกฟุตบอลโลก 2006 ส่วนในศึกฟุตบอลโลก 2010 กับในศึกฟุตบอลโลก 2014 ได้ลงเล่นทัวร์นาเมนต์ละ 5 เกมเท่ากับพอดี ซึ่งไม่มีนักเตะคนใดสามารถเทียบข้างกับสถิตินี้ได้เลยด้วย เพราะอย่างน้อยในแต่ละครั้งจะต้องไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศนั่นเอง จึงยังคงรั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ในดาวยิงสูงสุดตลอดกาลด้วยจำนวน 16 ประตู และเป็นนักเตะที่เก็บชัยชนะในเกมรอบสุดท้ายได้มากที่สุดถึงตามจำนวนดังกล่าวอีกต่างหาก แถมยังเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ได้ลงเล่นรอบน็อคเอาท์มากที่สุดถึง 14 เกมเลยด้วย ส่วนตอนนี้ได้หันไปเอาดีด้านงานคุมทีมลูกหนัง โดยเพิ่งจะเริ่มสวมบทเป็นกุนซือแบบเต็มตัวให้กับ ไรน์ดอล์ฟ อัลแทช ทีมลูกหนังระดับเล็กๆ ในลีกสูงสุดออสเตรีย หลังจากที่เคยทำหน้าที่เป็นทีมงานโค้ชในทีมชาติเยอรมนี และ บาเยิร์น มิวนิค มาก่อน


ด้วยเหตุนี้ โคลเซ่ จึงได้จารึกชื่อเป็นเจ้าของ 3 สถิติดังกล่าวไปเลยด้วย โดยเฉพาะการเป็นนักเตะที่ได้เฮจากการคว้าชัยในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังคงเป็นผลงานที่ยากจะหาใครมาไล่ทุบทำลายลงได้อย่างแน่นอน


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 49 ครั้ง