หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"ม้าลาย" ไร้ความสำเร็จไม่มีแชมป์ติดมือในรอบ11ปี

เพราะว่าเคยประสบความสำเร็จจากการมีถ้วยแชมป์ติดมือทุกฤดูกาลเลย แต่ "ม้าลาย" ยูเวนตุส กลับต้องคว้าน้ำเหลวแบบมือเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี หลังจากที่ไม่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ติดมือในช่วงฤดูกาล 2021/2022 แม้แต่รายการเดียวนั่นเอง


"ม้าลาย" ไร้ความสำเร็จไม่มีแชมป์ติดมือในรอบ11ปี
"ม้าลาย" ไร้ความสำเร็จไม่มีแชมป์ติดมือในรอบ11ปี

ก่อนหน้านี้ ยูเวนตุส จะต้องพบกับความสำเร็จจากการมีถ้วยแชมป์ติดมือในทุกฤดูกาลเลย เพราะเคยผูกขาดตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลี นั่นก็คือ กัลโช่ เซเรีย อา แบบยาวนานถึง 9 สมัยติดต่อกันระหว่าง 2011-2020 และในบางซีซั่นจะมีถ้วยแชมป์รายการอื่นๆ ติดมือด้วย โดยเฉพาะแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 2 รายการ นั่นก็คือ โคปปา อิตาเลีย กับ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า หรือ ซูเปอร์ คัพ ของอิตาลีนั่นเอง แม้ว่าเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนจะไม่สามารถป้องกันบัลลังก์แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เอาไว้ได้ แต่ว่าคว้าถ้วยแชมป์โคปปา อิตาเลีย ติดมือเป็นรางวัลปลอบใจได้ด้วย


ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2011 "ม้าลาย" ได้เริ่มก่อร่างสร้างทีมไปสู่ความยิ่งใหญ่ โดยตั้งแต่ง อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตนักเตะของสโมสรในช่วงทศวรรษ 90 ให้ก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมต้นสังกัดเก่า แม้ว่าตอนนั้นจะเพิ่งเริ่มต้นรับงานคุมทีมลูกหนังได้ไม่นานนักก็ตาม แต่สามารถเนรมิตความสำเร็จได้แบบทันที เพราะพาทีมทะยานเข้าป้ายแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้ด้วยสถิติไร้พ่ายในช่วงตลอดทั้งฤดูกาล 2011/2012 ไปเลย ซึ่งตอนนั้นอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีระดับตำนานหลายคนเลยด้วย ไม่ว่าจะเป็น จานลุยจิ บุฟฟ่อน, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, อันเดรีย ปิร์โล่ รวมถึง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ นั่นเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นคืนชีพ และได้ผูกขาดความเป็น "เบอร์หนึ่ง" ในวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีไปเลยด้วย หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับความตกต่ำมานานหลายปี


ทำให้ "ม้าลาย" ได้ต่อยอดความสำเร็จจากการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้แบบต่อเนื่องเลย แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือก็ตาม เนื่องจาก คอนเต้ ได้ตัดสินใจโบกมืออำลาสโมสรตอนปี 2014 ในช่วงหลังพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน เพื่อย้ายไปรับงานคุมทีมชาติอิตาลีในช่วงนั้น พร้อมกับเปิดทางให้ มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี โค้ชฝีมือดีชาวอิตาเลียนให้ก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมในช่วงรอบแรกต่อเลย และสามารถรักษาความยอดเยี่ยมเอาไว้ได้เหมือนเดิมจากการยึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน แถมยังกวาดแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ นั่นก็คือ แชมป์โคปปา อิตาเลีย ได้อีก 4 สมัยเลยด้วย แต่น่าเสียดายตรงที่ชวดยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" จากการผ่านเข้าถึงนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ถึง 2 ครั้งในปี 2015 และ 2017 แต่ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่สวมบท "พระรอง" จากการเข้าป้ายรองแชมป์ เพราะว่าพบกับความพ่ายแพ้ให้กับ 2 ทีมลูกหนังจากสเปนในรอบชิงชนะเลิศทั้ง 2 ครั้งเลยนั่นเอง โดยนัดชิงปี 2015 พลาดท่าแพ้ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ด้วยสกอร์ 1-3 ส่วนในปี 2017 เป็นฝ่ายปราชัยให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 1-4


หลังจากนั้น อัลเลกรี ได้ตัดสินใจโบกมืออำลาสโมสรในปี 2019 หลังจากที่อยู่คุมทีมมานานถึง 5 ปี เพื่อเปิดทางให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือจอมเก๋าได้เข้ามาคุมทีมต่อเลย โดยเคยสร้างชื่อจากการคุมทัพ นาโปลี ซึ่งเป็นทีมคู่แข่งเบียดลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีกันมาหลายฤดูกาลเลยด้วย และเคยผ่านงานคุมทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี บนเกาะอังกฤษมาก่อนด้วย แถมยังมีการทุ่มเงินคว้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสมาจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งสเปน เพื่อให้เข้ามาเสริมทัพด้วยค่าตัวเป็นสถิติแพงที่สุดของสโมสรสูงถึง 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว แม้จะสามารถพาทีมป้องกันบัลลังก์แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เอาไว้ได้ แต่สุดท้ายกลับต้องแยกทางกับสโมสร เพราะมีความขัดแย้งกับบอร์ดบริหารนั่นเอง และได้ตัดสินใจย้ายไปรับงานคุมทัพ "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ ซึ่งเป็นทีมต้นสังกัดปัจจุบันตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา


เมื่อเข้าสู่ปี 2020 ยูเวนตุส ได้ตัดสินใจเลือก อันเดรีย ปิร์โล่ ตำนานกองกลางทีมชาติอิตาลีที่เคยค้าแข้งกับสโมสรระหว่างปี 2011-2015 ให้เลื่อนชั้นขึ้นมาสวมบทเป็นกุนซือแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย หลังจากที่เคยชิมลางจากการผ่านงานคุมทีมระดับเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีให้กับสโมสรมาก่อนนั่นเอง แต่เป็นเพราะว่าไม่เคยผ่านการคุมทีมลูกหนังระดับใหญ่ๆ มาก่อน ทำให้ "ม้าลาย" ต้องชวดป้องกันบัลลังก์แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ไปเลย และต้องหยุดสถิติคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้แบบติดต่อกันเอาไว้ที่ 9 สมัยซ้อนไปเลยด้วย แม้จะมีความสำเร็จติดไม้ติดมือจากการคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย เป็นรางวัลปลอบใจได้สำเร็จ แต่ ปิรโล่ กลับถูกไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงหลังจบฤดูกาล 2020/2021 เพื่อเปิดทางให้ อัลเลกรี ได้กลับมาสวมบทเป็นกุนซือครั้งที่ 2 ในช่วงฤดูกาล 2021/2022 นั่นเอง หลังจากที่ว่างงานมานานกว่าหนึ่งปี เพราะไม่ได้รับงานคุมทีมอื่นๆ อีกเลย นับตั้งแต่แยกทางกับทีมในช่วงรอบแรกเมื่อปี 2019 เป็นต้นมา

ส่วนในช่วงฤดูกาลนี้ ยูเวนตุส ได้ลงสนามชิงชัยเพื่อลุ้นแชมป์ใน 4 รายการใหญ่ ปรากฎว่าต้อง "กินแห้ว" ทั้งหมดเลย ไล่ตั้งแต่ ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งหมดลุ้นแชมป์ไปตั้งแต่ช่วงไก่โห่ เพราะทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทได้ไม่ดีเลย แม้ว่าในช่วงหลังๆ จะกลับมาช่วยโชว์ฟอร์มแจ่ม แต่ว่าไล่ตามพวกทีมนำบนหัวตารางคะแนนไม่ทันเสียแล้ว โดยตอนนี้ยังคงรั้งอันดับ 4 และมีโอกาสทำได้ดีที่สุดเพียงแค่การตามล่าอันดับ 3 เท่านั้น นอกจากนี้ยังได้ผ่านเข้าชิงฟุตบอลถ้วยอีก 2 รายการ นั่นก็คือ โคปปา อิตาเลีย กับ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า แต่ว่าพลาดท่าแพ้ อินเตอร์ มิลาน ในนัดชิงทั้งหมดเลย ส่วนเกมระดับทวีปในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น เพราะพลาดท่าเสียทีให้กับ "เรือดำน้ำ" บียาร์เรอัล ทีมจากสเปนไปแบบพลิกล็อก


จึงเป็นเหมือนช่วงเปลี่ยนผ่านความสำเร็จให้ย้ายจากเมืองตูริน ซึ่งเป็นถิ่นฐานของ ยูเวนตุส กลับไปอยู่ที่เมืองมิลานอีกครั้ง เนื่องจาก 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมืองมิลานสามารถคัมแบ็คกลับมามีลุ้นแชมป์ได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเผชิญหน้ากับยุคตกต่ำมาหลายรอบปีเลย และต้องอยู่ใต้ร่มเงาของ "ม้าลาย" มานานหลายปีเลยด้วย โดย "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน สามารถผงาดคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ประจำฤดูกาล 2021/2022 ได้สำเร็จ และเป็นการกลับมายึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ของประเทศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีเลยด้วย นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีในปี 2011 นั่นเอง ส่วน "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ได้เข้าป้ายแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศทั้ง 2 รายการเลย นั่นก็คือ แชมป์โคปปา อิตาเลีย รวมถึง แชมป์ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า จากการเอาชนะ ยูเวนตุส ในรอบชิงชนะเลิศทั้งหมดเลย


ทำให้ถ้วยแชมป์รายการต่างๆ ในอิตาลีประจำฤดูกาล 2021/2022 ได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมิลานทั้งหมด หลังจากที่ อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ในช่วงฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 2 รายการ นั่นก็คือ โคปปา อิตาเลีย กับ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า ส่วนแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ตกเป็นของ เอซี มิลาน นั่นเอง ขณะที่ ยูเวนตุส ซึ่งเคยเป็นจอมผูกขาดในอดีตจากเมืองตูรินคงต้องร้องเพลงรอไปก่อน เพื่อจะได้กลับมาลุ้นความสำเร็จในช่วงฤดูกาลหน้ากันต่อไป หลังจากที่มือเปล่าไร้แชมป์ติดมือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ กัลโช่เซเรียอา

ดู 49 ครั้ง