หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี

ถือว่าเป็นหนึ่งก้าวที่สำคัญในชีวิตของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ โค้ชชาวอังกฤษอย่างแท้จริง หลังจากที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในยุคของ ท็อดด์ โบห์ลี่ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่ได้จ่ายเงินเทคโอเวอร์สโมสรมาจาก โรมัน อับราโมวิช เจ้าสัวชาวรัสเซียได้ประกาศแต่งตั้งกุนซือคนใหม่พร้อมกับจับเซ็นสัญญาคุมทีมแบบยาวๆ ถึง 5 ปีเลยด้วย ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามชวนน่าสงสัยจากแฟนบอลหลายๆ คนว่าจะดีพอสำหรับการคุมทีมลูกหนังระดับยักษ์ใหญ่หรือไม่ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมระดับหัวแถวมาก่อนเลย แต่กลับยอมทุ่มเงินคว้าตัวมาจาก ไบรท์ตัน ด้วยค่าฉีกสัญญาสูงถึง 18.4 ล้านยูโรเลยทีเดียว จึงได้เข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ในฐานะกุนซือที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก


"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี
"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี

ทั้งนี้ Transfermarkt เว็บไซต์จอมตีมูลค่าต่างๆ ในโลกของฟุตบอลได้เป็นเผยว่า พ็อตเตอร์ ได้เข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ในฐานะกุนซือที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกตามหลังเพียงแค่ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ กุนซือชาวเยอรมันที่ยังคงรั้งอันดับ 1 เมื่อตอนที่ บาเยิร์น มิวนิค ยอมจ่ายเงินเพื่อดึงมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ในปี 2021 ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร และยังคงอยู่ทำหน้าที่คุมทัพ บาเยิร์น มิวนิค จนถึงตอนนี้เลยด้วย และถ้าหากนับย้อนหลังกลับไปเมื่อตอนที่ แอร์เบ ไลป์ซิก ยอมจ่ายเงินเพื่อดึง นาเกลส์มันน์ มาจาก ฮอฟเฟนไฮม์ ในปี 2019 ด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโรเข้าไปด้วย เท่ากับว่าโค้ชวัย 35 ปีได้ขึ้นแท่นเป็นกุนซือที่มีค่าตัวแพงที่สุดจากการย้ายทีมทั้ง 2 ครั้งดังกล่าวเป็นเงินร่วมกันสูงถึง 25 ล้านยูโรไปด้วยเลย ส่วนอันดับ 3 เป็นของ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสเมื่อตอนที่ เรอัล มาดริด ยอมจ่ายเงินเพื่อดึงมาจาก อินเตอร์ มิลาน ในปี 2010 ด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร และหลังจากนั้น มูรินโญ่ ได้ย้ายไปคุมทีมต่างๆ แบบแมวเก้าชีวิต โดยตอนนี้ได้ย้ายไปคุมทัพ โรม่า ตั้งแต่เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน ขณะที่อันดับ 4 เป็นของ อังเดร บียาส โบอาส กุนซือชาวโปรตุกีสเมื่อตอนที่ เชลซี ยอมจ่ายเงินเพื่อดึงมาจาก ปอร์โต้ ในปี 2011 ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร โดยตอนนี้ โบอาส ไม่ได้รับงานคุมทีมมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว นับตั้งแต่แยกทางกับ โอลิมปิก มาร์กเซย เมื่อปี 2021 เพราะได้หันไปเอาดีด้านการขับรถแข่งในบ้านเกิด และเตรียมกลับไปแข่งรถสุดหฤโหดในรายการ "ดาการ์ แรลลี่" เหมือนอย่างที่เคยเข้าร่วมชิงชัยในปี 2018 มาแล้วด้วย และอันดับ 5 เป็นของ เบรนแดน รอดเจอร์ส โค้ชชาวไอร์แลนด์เหนือจากเมื่อตอนที่ทีมต้นสังกัดปัจจุยัน นั่นก็คือ เลสเตอร์ ยอมจ่ายเงินเพื่อดึงมาจาก เซลติก ในปี 2019 ด้วยค่าตัว 10.44 ล้านยูโร

"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี
"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี

สำหรับ เชลซี เคยใช้บริการแต่พวกกุนซือระดับตัวท็อปที่มีชื่อเสียงเป็นรู้จักของแฟนบอลทั่วโลกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น โจเซ่ มูรินโญ่, คาร์โล อันเชลอตติ, อันโตนิโอ คอนเต้ รวมถึง โธมัส ทูเคิ่ล เป็นต้น แต่ดูเหมือนว่า ท็อดด์ โบห์ลี่ เจ้าของกิจการลูกหนังแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ได้อยากจะได้กุนซือที่เก่งแต่เรื่องคุมทีมในสนามเพียงอย่างเดียว เพราะเคยแสดงทีท่าว่าอยากจะได้กุนซือที่มีความประนีประนอมเพื่อจะได้พูดจาภาษาเดียวกันได้แบบรู้เรื่องรู้ราว และจะต้องเป็นคนที่สามารถบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนอกสนามเพื่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ได้แบบราบรื่นไปเลยด้วย ทำให้ ทูเคิ่ล ไม่น่าจะตอบโจทย์ในเรื่องนี้เลย แม้จะมีฝีมือในเรื่องของการคุมทีมลูกหนังได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสามารถพาทีมต้นสังกัดประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ได้แบบต่อเนื่องเลย แต่ว่าโค้ชชาวเยอรมันได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนหัวแข็งมานานแล้วตั้งแต่ตอนสมัยที่คุมทัพ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และเป็นคนประเภท "ยอมหักไม่ยอมง้อ" เสียด้วย จึงโดนพวกทีมใหญ่ๆ ไล่ออกจากตำแหน่งมาโดยตลอด เพราะมีปัญหาขัดแย้งกับพวกบอร์ดบริหารสโมสรนั่นเอง ซึ่งรวมถึงเมื่อตอนสมัยที่โดนสั่งเด้งออกจากเก้าอี้กุนซือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยเช่นกัน และเมื่อทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ไม่น่าประทับใจ ทำให้ เชลซี ภายใต้การบริหารงานของบอร์ดบริหารชุดใหญ่สามารถใช้เหตุผลเรื่องของผลงานในช่วงออกตัวได้อย่างย่ำแย่เพื่อปลด ทูเคิ่ล ออกจากตำแหน่งได้เลยด้วย


"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี
"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี

ส่วนในรายของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาก่อน แต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จเสียเท่าไรนัก เพราะวนเวียนอยู่กับการเล่นฟุตบอลในลีกระดับล่างของอังกฤษเสียเป็นส่วนใหญ่ และได้ตัดสินใจเลิกอาชีพค้าแข้งในปี 2005 เพื่อหันไปเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีด้านสังคมศาสตร์ หลังจากนั้นได้มีโอกาสทำงานด้านบริหารจัดการทีมลูกหนัง โดยเริ่มต้นจากการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของมหาวิทยาลัยฮัลล์ และมีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติกานาเพื่อสู้ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกที่ประเทศจีนเมื่อปี 2007 หลังจากนั้นได้สวมบทบาทเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมฟุตบอลมหาวิทยาลัยของอังกฤษ และได้ร่วมงานกับมหาวิทยาลัยของเมืองลีดส์พร้อมกับเรียนปริญญาโทจนจบการศึกษาด้านความเป็นผู้นำและความฉลาดทางอารมณ์ จึงถือว่าเริ่มงานโค้ชมาจากการดูแลทีมลูกหนังสายการศึกษาได้เลย แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2011 ได้มีโอกาสสวมบทเป็นกุนซือแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก เพราะได้ตอบตกลงรับงานคุมทีมลูกหนังระดับอาชีพในต่างแดนให้กับ ออสเตอร์ซุนด์ ซึ่งตอนนั้นเป็นทีมระดับดิวิชั่น 4 ของสวีเดน และได้ปล่อยของด้วยการโชว์ฝีมือพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ลีกสุงสุดของสวีเดนได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น แถมยังต่อยอดไปสู่การพาทีมเล็กๆ ของสวีเดนไปโชว์ฝีเท้าในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อช่วงฤดูกาล 2017/2018 พร้อมกับผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้แบบพลิกความคาดหมายเลยด้วย แต่น่าเสียดายที่ต้องจอดป้ายรอบ 32 ทีมสุดท้าย แม้ว่าในเกมนัดที่ 2 จะสามารถสร้างความปราบใจด้วยการบุกไปชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ได้ถึงเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-1 แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายแพ้ด้วยสกอร์รวม 2-4


"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี
"เกรแฮม พ็อตเตอร์" บทพิสูจน์การก้าวกระโดดสู่กุนซือใหม่เชลซี

หลังจากนั้น พ็อตเตอร์ ได้ย้ายกลับบ้านเกิดเพื่อมารับงานคุมทัพ สวอนซี ในเดอะแชมเปี้ยนชิพเมื่อปี 2018 แม้จะไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปโชว์ฝีเท้าในศึกพรีเมียร์ลีกได้ตามเป้า แต่ถือว่าทำผลงานในภาพร่วมได้ดีอยู่ไม่น้อย และไปเข้าตาของ ไบรท์ตัน ซึ่งตอนนั้นยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นในศึกพรีเมียร์ลีก จึงตัดสินใจย้ายมารับงานคุมทีมบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในช่วงปี 2019 เสียเลย แม้จะเป็นสโมสรเล็กๆ ที่มีทรัพยากรนักเตะให้เลือกใช้งานได้แบบจำกัด และต้องปล่อยนักเตะฝีเท้าดีออกไปเพื่อแลกกับเงินค่าตัวสำหรับการจุนเจือฐานะทางการเงินของสโมสรมาโดยตลอด แต่โค้ชชาวอังกฤษสามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดี และมีการลงทุนซื้อพวกนักเตะโนเนมมาปลุกปั้นแล้วขายได้ราคาแพงเลยด้วย ซึ่งรวมถึง มาร์ค คูคูเรย่า กองหลังชาวสเปนที่ เชลซี ยอมทุ่มเงินคว้ามาเสริมทัพด้วยค่าตัวสูงถึง 55 ล้านปอนด์เลยทีเดียว นอกจากนี้ พ็อตเตอร์ ยังสามารถนำทัพ ไบรท์ตัน จบด้วยอันดับ 9 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งถือว่าเป็นอันดับที่ดีที่สุดของสโมสรเลยด้วย ส่วนในช่วงออกสตาร์ทซีซั่นนี้สามารถพาทีมก้าวขึ้นไปเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนได้อีกต่างหาก ก่อนจะได้ก้าวเท้าไปทำหน้าที่เป็นกุนซือคนใหม่ของ เชลซี เรียบร้อยแล้ว และเปิดทางให้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ โค้ชชาวอิตาเลียนได้ก้าวเท้ามารับงานคุมทัพ ไบรท์ตัน กันต่อไป


หลังจากนี้ พ็อตเตอร์ จะต้องพิสูจน์ฝีมือของตัวเองอีกต่อไป เพื่อให้เห็นว่ามีดีพอสำหรับการก้าวกระโดดขึ้นไปทำหน้าที่คุมทีมใหญ่ๆ ได้เหมือนกัน


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 57 ครั้ง