หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : ลิเวอร์พูล VS เบนฟิก้า

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ได้เยอะเลย จึงน่าจะปรับแนวรุกบางตำแหน่ง และอาจจะส่ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงไปยืนค้ำแดนหน้ารอต้อนรับ "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิก้า ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 คืนวันที่ 13 เม.ย.นี้


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

ลิเวอร์พูล VS เบนฟิก้า

สนาม : แอนฟิลด์

เวลา : 02.00 น.

ผลนัดแรก : เบนฟิก้า แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 2-0 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : ชนะ เบนฟิก้า 3-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2 (เยือน)


เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก หลังตุนความได้เปรียบมาจากนัดแรกมาได้จากเกมที่บุกไปชนะมาก่อนถึง 3-1 จึงอาจจะพักแข้งบางตำแหน่งเพื่อเก็บเอาไว้ใช้งานอีกหนึ่งนัดสำคัญที่จะพบกับ แมนฯ ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ช่วงสุดสัปดาห์นี้นั่นเอง โดยเกมนี้ขอเพียงแค่ผลเสมอ หรือแพ้ด้วยสกอร์ห่างกันเพียง 1 ประตู เช่นกัน 0-1 หรือ 1-2 ก็จะได้ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบรอบชนะเลิศทันที จึงน่าจะนักเตะสำรองลงเล่นในบางจุด โดยเฉพาะในแดนหน้าที่มีตัวเลือกให้ใช้งานเพียบเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาทิป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่, หลุยส์ ดิอาซ


ผู้รักษาประตู : ไม่มีการเปลี่ยนอย่างแน่นอน โดยพร้อมให้นายด่านมือหนึ่ง นั่นก็คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ สวมบทเป็นมือหนึ่งต่อไป

แนวรับ : อาจมีการเปลี่ยนคู่กองหลัง โดยน่าจะให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ลงไปยืนคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ซึ่งเป็นแกนหลักอยู่แล้ว เพื่อให้ โจเอล มาทิป ได้นั่งเป็นตัวสำรองเพื่อเป็นการพักไปในตัว ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยืนคนละฝั่งกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทางฝั่งซ้าย

แดนกลาง : น่าจะให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเพื่อยืนคุมเกมเป็นตัวหลัก ส่วนอีก 2 คนไม่น่าจะให้ เคอร์ติส โจนส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ฟาบินโญ่ ซึ่งอาจจะได้พักด้วย จึงน่าจะเป็นโอกาสของ นาบี้ เกอิต้า ลงไปยืนในแผงมิดฟิลด์ร่วมกับ ติอาโก้ อัลคานทาร่า

แนวรุก : มีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย แต่ไม่น่าจะส่ง 2 ตัวสำรอง นั่นก็คือ ดิว็อค โอริกี้ กับ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงเล่นเป็นตัวจริงแน่ๆ และมีโอกาสที่จะพัก โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ซึ่งช่วงหลังฟอร์มฝืดลงไป เพื่อให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงไปยืนเป็นกองหน้าคอยประสานงานกับ ซาดิโอ มาเน่ ทางฝั่งซ้าย และาจะให้ หลุยส์ ดิอาซ ยืนอยู่ทางฝั่งขวา


เบนฟิก้า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ อาแจ๊กซ์ 1-0 (เยือน)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : ชนะ เอสโตริล 2-1 (เหย้า)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : แพ้ บราก้า 2-3 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 (เหย้า)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : ชนะ เบเลเนนส์ 3-1 (เหย้า)


เนลสัน เวริสซิโม่ กุนซือขัดตาทัพ "เหยี่ยวลิสบอน" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ เบเลเนนส์ 3-1 ในศึกพรีไมร่า ลีกา โดยเกมนี้ต้องอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา หลังจากที่นัดแรกแพ้คาบ้านมาก่อนถึง 1-3 จึงต้องบุกไปชนะด้วยสกอร์ที่ห่างกันถึง 3 ประตู เช่น 3-0 หรือ 4-1 เพื่อจะได้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายเข้ารอบ แต่ถ้าชนะด้วยสกอร์ห่างกัน 2 ลูก เช่น 2-0 หรือ 3-1 จะได้เล่นช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาทีไปเลย คาดว่าพวกแข้งหลักน่าจะได้กลับมาลงสนามเป็นตัวจริง เพราะมีหลายคนที่ได้พักไม่ต้องลงเล่นเกมลีกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

โอดีสเซอัส วลาโชดิมอส, อังเดร อัลไมด้า, นิโกลัส โอตาเมนดี้, แยน แฟร์ทองเก้น, อเล็กซ์ กริมัลโด้, ราฟา, อเดล ทารับท์, ยูเลี่ยน ไวเกิ้ล, เอแวร์ตอน, เจา มาริโอ, ดาร์วิน นูเญซ


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ โอดีสเซอัส วลาโชดิมอส นายทวารมือหนึ่งที่โชว์ฟอร์มจากนัดแรกได้แบบน่าประทับใจ แม้จะเสียถึง 3 ประตูเลยก็ตาม

แนวรับ : พร้อมวาง นิโกลัส โอตาเมนดี้ เป็นตัวหลัก และน่าจะให้ แยน แฟร์ทองเก้น กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กัน หลังได้พักจากเกมเมื่อช่วงลสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ อเล็กซ์ กริมัลโด้ เตรียมได้กลับมาสวมบทเป็นแบ็กซ้าย และน่าจะให้ อังเดร อัลไมด้า ยืนเป็นแบ็กขวาต่อไป

แดนกลาง : เตรียมให้ ยูเลี่ยน ไวเกิ้ล ที่ได้เพิ่งพักกลับมายืนคุมเกมร่วมกับ อเดล ทารับท์ ตามเดิม

แนวรุก : ไม่มี โรดริโก้ ปินโญ่ ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน โดยน่าจะให้ ราฟา กลับมาสวมบทเป็นปีกขวาคนละฝั่งกับ เอแวร์ตอน ทางด้านซ้าย และน่าจะวาง เจา มาริโอ เป็นตัวปั้นเกม

กองหน้า : หนีไม่พ้น ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าตัวเก่งที่เพิ่งซัดแฮตทริกเหมาคนเดียว 3 ประตูจากเกมล่าสุดได้ด้วย


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในเกมระดับสโมสรยุโรปมาแล้วทั้งหมด 11 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล เหนือกว่า เบนฟิก้า อยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 7 เกม และแพ้ 4 เกม แต่ไม่เคยลงเอยด้วยผลเสมอแม้แต่นัดเดียว ส่วนผลการเจอกันนัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ก่อน ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล บุกไปชนะ 3-1 สำหรับผลการพบกันที่สนามแห่งนี้เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อปี 2010 ปรากฎว่า "หงส์แดง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 4-1


อย่างไรก็ตาม เบนฟิก้า เคยบุกไปชนะ ลิเวอร์พูล จากการเจอกันหนสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อปี 2006 โดยเป็นฝ่ายชนะ 2-0 และเขี่ย "หงส์แดง" ตกรอบในช่วงฤดูกาลนั้นได้ด้วย เพราะสามารถเอาชนะได้แบบเหย้า-เยือนทั้ง 2 นัดเลยนั่นเอง


ความน่าจะเป็น

เพราะตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ได้อยู่พอสมควร ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่จำเป็นต้องให้พวกแข้งหลักลงสนามในทุกตำแหน่งก็ได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับ เบนฟิก้า ที่ต้องจัดเต็มแบบใส่ทุกอย่างลงไปให้หมด เพื่อจะได้พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายเข้ารอบ เพราะยังมีโอกาสให้ได้ลุ้นอยู่นั่นเอง โดยพร้อมให้ ดาร์วิน นูเญซ ดาวยิงตัวความหวังสูงสุดลงไปยืนล่าตาข่าย หลังยิงไปแล้ว 26 ประตูจากการลงสนามทุกรายการในฤดูกาลนี้ แต่ "หงส์แดง" มีแนวรับที่ยอดเยี่ยมอยู่เหมือนกัน และยังใช้งานพวกดาวดังในแดนหน้าได้ทั้งหมดเลย จึงมีโอกาสที่ย้ำแค้นด้วยการเก็บชัยในบ้านอีกหนึ่งเกมได้สูงมาก


ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ เบนฟิก้า 2-0

ดู 34 ครั้ง