หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก บราซิล VS เซอร์เบีย

"แซมบ้า" บราซิล พร้อมจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ โดยแนวรุกเตรียมได้เห็น เนย์มาร์ ยืนล่าตาข่าย เซอร์เบีย รอเช็กสภาพความฟิตของ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ดาวยิงประจำทีมในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม จี คืนวันที่ 24 พ.ย.นี้


FIFA World Cup Analysis Brazil vs Serbia
FIFA World Cup Analysis Brazil vs Serbia

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม จี

บราซิล VS เซอร์เบีย

สนาม : ลูซาอิล ไอคอนิค สเตเดี้ยม, เมืองลูซาอิล ประเทศกาตาร์

เวลา : 02.00 น.


บราซิล

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ : ชนะ โบลิเวีย 4-0 (เยือน)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ เกาหลีใต้ 5-1 (เยือน)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ ญี่ปุ่น 1-0 (เยือน)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ กานา 3-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ ตูนิเซีย 5-1 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ ติเต้ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เป็นฝ่ายไล่ต้อน ตูนิเซีย 5-1 เพื่อให้พวกแข้งหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย และจะได้ลุ้นเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการเก็บ 3 คะแนนจากเกมประเดิมสนามให้สมราคาทีมเต็งแขมป์ด้วยเช่นกัน แม้จะมีนักเตะไม่ฟิตสมบูรณ์อยู่บ้าง แต่ไม่มีปัญหาสำหรับการจัดทีมลงสนามอยู่แล้ว เพราะใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายรายเลยนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อลิสซง เบ็คเกอร์, ติอาโก้ ซิลวา, มาร์ควินญอส, อเล็กซ์ เตลเลส, ดานิโล่, คาเซมิโร่, ฟาบินโญ่, วินิซิอุส จูเนียร์, ราฟินญ่า, เนย์มาร์, ริชาร์ลิซอน


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อลิสซง เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน เพราะได้รับการการันตีให้สวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี เอแดร์ซอน โมราเอส และ เวแวร์ตอน นั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสลงสนามตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม


แนวรับ : พร้อมให้ ติอาโก้ ซิลวา กับ มาร์ควินญอส ยืนเป็นกองหลังคู่กัน เพราะว่าเป็น 2 แกนหลักในแดนหลังอยู่แล้ว และมี เอแดร์ มิลิเตา กับ เบรแมร์ เป็นตัวสอดแทรกพร้อมสแตนบายในตำแหน่งนี้อยู่แล้วด้วย ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะได้ อเล็กซ์ เตลเลส ฟิตกลับมาเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า อเล็กซ์ ซานโดร และน่าจะให้ ดานิโล่ สวมบทเป็นแบ็กซ้ายด้วยเช่นกัน ทำให้ ดานี อัลเวส แข้งจอมเก๋าต้องนั่งเป็นตัวสำรองในตำแหน่งนี้ไปก่อน

แดนกลาง : น่าจะวาง คาเซมิโร่ เป็นตัวหลักอยู่แล้วแน่ๆ หนึ่งคน และน่าจะให้ ฟาบินโญ่ ลงไปช่วยยืนคุมแผงมิดฟิลด์ด้วยเช่นกัน โดยมี เฟรด พร้อมเป็นตัวสอดแทรกในตำแหน่งนี้ด้วย เช่นเดียวกับ บรูโน่ กิมาไรส์, ลูคัส ปาเกต้า, เอแวร์ตอน ริเบโร่ แต่ว่าทั้งหมดน่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงกันต่อไป


แนวรุก : รอเช็กสภาพความฟิตของ แอนโทนี่ มีปัญหาบาดเจ็บตรงสะโพก แต่ไม่ได้เป็นตัวเลือกอันดับแรกในตำแหน่งปีกขวา จึงพร้อมให้ ราฟินญ่า ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ในตำแหน่งปีกซ้าย และวาง เนย์มาร์ สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในตำแหน่งตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของ ริชาร์ลิซอน พร้อมยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าอยู่แล้ว ทำให้ กาเบรียล เชซุส, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, โรดรีโก้ และ เปโดร เตรียมเป็นตัวสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย


เซอร์เบีย

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก บี กลุ่ม 4 : ชนะ สวีเดน 1-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก บี กลุ่ม 4 : เสมอ สโลวีเนีย 2-2 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก บี กลุ่ม 4 : ชนะ สวีเดน 4-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก บี กลุ่ม 4 : ชนะ นอร์เวย์ 2-0 (เยือน)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ บาห์เรน 5-1 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ ดราแกน สตอยโควิช จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เป็นฝ่ายไล่ต้อนชนะ บาห์เรน 5-1 เพื่อลุ้นเก็บชัยล้างแค้น บราซิล จากเมื่อ 4 ปีก่อนด้วย เพราะได้เผชิญหน้ากันในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก จากการอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกัน และพลาดท่าแพ้ด้วยสกอร์ 0-2 แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามอย่างแน่นอน เพราะยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-5-2

วานยา มิลินโควิช-ซาวิช, สตราฮินยา พาฟโลวิช, สเตฟาน มิโตรวิช, มิลอส เวลจ์โควิช, เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช, อิวาน อิลิช, ดูซาน ทาดิช, ดาร์โก ลาโซวิช, อันดริยา ซิฟโควิช, ลูก้า โยวิช, ดูซาน วลาโฮวิช


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ วานยา มิลินโควิช-ซาวิช ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม เพราะยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมบทเป็นมิอหนึ่งต่อไป โดยมี เซอร์ดาน บาบิช และ สตราฮินยา เอราโควิช เป็นตัวสแตนบายอยู่ข้างสนาม


แนวรับ : น่าจะให้ สตราฮินยา พาฟโลวิช, สเตฟาน มิโตรวิช และ มิลอส เวลจ์โควิช ลงไปยืนเป็น 3 กองหลังร่วมกันทั้งหมด เพราะเป็นแกนหลักในแนวรัยอยู่แล้ว แต่มีโอกาสที่จะได้เห็น นิโกล่า มิเลนโควิช เป็นตัวสอดแรกเพื่อลงไปเล่นแทนใครคนใดคนหนึ่ง ส่วนในรายของ ฟิลิป มลาเดโนวิช, เซอร์ดาน บาบิช และ สตราฮินยา เอราโควิช เครียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป


แดนกลาง : พร้อมส่ง เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช, อิวาน อิลิช และ ดูซาน ทาดิช เป็น 3 ประสานในแผงมิดฟิลด์ไปเลย หลังจากที่ได้เล่นด้วยกันมานานจนเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดี ส่วนวิงแบ็กซ้ายน่าจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฟิลิป คอสติช, ยังไม่หายจากอากาบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ ดาร์โก ลาโซวิช ลงไปทำหน้าที่แทน โดยให้ อันดริยา ซิฟโควิช ลงไปสวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาด้วยเช่นกัน ส่วนในรายของ เนมานยา กูเดลจ์, เนมานยา มักซิโมวิช, ซาซ่า ลูคิช, มาร์โก กรูยิช และ อูรอส ราซิช เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามไปก่อน


แนวรุก : ส่อหมดสิทธิ์ใช้งาน อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ดาวยิงสูงสุดตลอดกาล เพราะมีปัญหาบาดเจ็บตรงบริเวณเท้า และยังไม่ฟื้นตัวอีกต่างหาก จึงน่าจะให้ ลูก้า โยวิช ลงไปยืนล่าตาข่ายคู่กับ ดูซาน วลาโฮวิช โดยมี ฟิลิป ดูริซิช และ เนมานยา ราดอนยิช พร้อมสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามด้วยเช่นกัน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 2 เกม ปรากฎว่า บราซิล มีสถิติเหนือกว่า เพราะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดเลย ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก เมื่อ 4 ปีก่อน ปรากฎว่า "แซมบ้า" เป็นฝ่ายชนะ 2-0


สถิติที่เคยพบกัน 2 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2014 : บราซิล ชนะ เซอร์เบีย 1-0

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก : บราซิล ชนะ เซอร์เบีย 2-0


ความน่าจะเป็น

เพราะถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ด้วยเช่นกัน ทำให้ บราซิล พร้อมจัดเต็มในเกมประเดิมสนามแน่นอน เพราะอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีแบบล้นทีมเลย เพื่อจะได้ต่อยอดไปสู่การลุ้นคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 5 หลังจากที่ห่างหายมานานถึง 20 ปีแล้ว นับตั้งแต่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 เมื่อ 2 ปีก่อน ส่วน เซอร์เบีย เป็นอีกหนึ่งทีมแกร่งจากยุโรปที่จะมองไม่ข้ามไม่ได้เลย แต่มีโอกาสไร้ อเล็กซานดาร มิโตรวิช ดาวยิงตัวเก่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบในแนวรุกอยู่เหมือนกัน คาดว่า “แซมบ้า” น่าจะเป็นฝ่ายเก็บ 3 คะแนนเต็มได้สำเร็จ


ผลที่คาด : บราซิล ชนะ เซอร์เบีย 3-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย

ดู 121 ครั้ง