หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลเดเอฟเบ โพคาล : วิคตอเรีย โคโลญจน์ VS บาเยิร์น มิวนิค

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เตรียมดร็อปพวกแข้งดังเกือบยกทีม เพื่อเปิดโอกาสให้พวกนักเตะสำรอง รวมถึงแข้งใหม่อย่าง มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, นุสซาอีร์ มาสซราอุย, ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช และ มาติส เตล ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดเยือน วิคตอเรีย โคโลญจน์ ในศึกฟุตบอลเดเอฟเบ โพคาล รอบแรก คืนวันที่ 31 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : วิคตอเรีย โคโลญจน์ VS บาเยิร์น มิวนิค
วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : วิคตอเรีย โคโลญจน์ VS บาเยิร์น มิวนิค

เดเอฟเบ โพคาล รอบแรก

วิคตอเรีย โคโลญจน์ VS บาเยิร์น มิวนิค

สนาม : ไรน์ เอแนร์กี้ สตาดิโอน

เวลา : 01.46 น.


วิคตอเรีย โคโลญจน์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ลีกา 3 : ชนะ เวเฮ่น วีส์บาเด้น 1-0 (เหย้า)

ลีกา 3 : ชนะ เอสเซ่น 4-1 (เยือน)

ลีกา 3 : ชนะ ดินาโม เดรสเดน 2-1 (เหย้า)

ลีกา 3 : แพ้ ไฟร์บวร์ก ทีมสำรอง 0-1 (เยือน)

ลีกา 3 : เสมอ 1860 มิวนิค 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ โอลาฟ แยนส์เซ่น จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเสมอ 1860 มิวนิค 1-1 ในศีกลีกา 3 โดยตอนนี้อยู่ตรงกลางตารางคะแนนในอันดับ 8 แข่งไปแล้ว 6 นัด มี 10 แต้ม จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเลย แต่อาจจะเปิดโอกาสให้นักเตะสำรองได้ลงสนามในบางตำแหน่ง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

เบน โฟลล์, พาทริค โคเรนกีวิชซ์, ยามิล ซีแบร์ต, คริสตอฟ เกรเกอร์, นิคลาส เมย์, มาร์เซล รีสเซ่, พาทริค ซอนไธเมอร์, ฮัมซ่า ซากีรี่, ไซมอน แฮนเดิ้ล, ไซมอน สเตห์เล่, โรบิน ไมสส์เนอร์


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากมือหนึ่ง นั่นก็คือ เบน โฟลล์ ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกอยู่แล้วนั่นเอง

แนวรับ : เตรียมดร็อป ดาเนี่ยล บูบัลล่า เป็นตัวสำรองต่อไป เช่นเดียวกับ ลาร์ส ดีทซ์ รวมถึง อิลฮาน อัลตุนตาส เพื่อให้ คริสตอฟ เกรเกอร์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ยามิล ซีแบร์ต ซึ่งยืมตัวมาจาก ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ นั่นเอง ส่วนแบ็กขวาพร้อมให้ พาทริค โคเรนกีวิชซ์ ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ นิคลาส เมย์ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายตามเดิม

แดนกลาง : น่าจะไม่ให้ เบน เคลฟิสช์ มิดฟิลด์ที่ยืมตัวมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ เยเรมิอัส ลอร์ช, ฟลอเรียน ไฮสเตอร์, เควิน แลงค์ฟอร์ด, โมริตซ์ ฟริตซ์ รวมถึง ลูก้า มาร์ไซเลอร์ ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวจริงต่อไป เพื่อให้ พาทริค ซอนไธเมอร์ ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ ฮัมซ่า ซากีรี่ ส่วนปีกขวายังคงเป็นหน้าที่ของ มาร์เซล รีสเซ่ ในฐานะกัปตันทีม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ไซมอน แฮนเดิ้ล พร้อมสวมบทเป็นปีกซ้ายอยู่แล้ว

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ ซอกจู ฮอง ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนกับ ยุสเซฟ อามิน และ เฟเดริโก้ ปาลาซิออส ซึ่งเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว เพราะน่าจะให้ 2 กองหน้าที่ยืมตัวมาจากทีมอื่น นั่นก็คือ ไซมอน สเตห์เล่ ยืมมาจาก ฮันโนเวอร์ และ โรบิน ไมสส์เนอร์ ยืมมาจาก ฮัมบูร์ก ได้ยืนล่าตาข่ายคู่กันเหมือนอย่างเกมนัดก่อน


บาเยิร์น มิวนิค

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ : ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-3 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 6-1 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 2-0 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ โบคุ่ม 7-0 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านไล่ตีเสมอ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1-1 ในศึกบุนเดสลีกา โดยตอนนี้ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูง แข่ง 4 นัดยังไร้พ่าย มี 10 คะแนน แต่น่าจะให้พวกแข้งหลักได้พักหลายคนเลย และเป็นการเปิดโอกาสให้พวกแแข้งสำรอง รวมถึงพวกนักเตะดาวรุ่งได้ลงสนามอีกต่างหาก เช่นเดียวกับพวกแข้งใหม่ที่ยังไม่ได้ลงเล่นมากนัก


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

สเวน อุลไรซ์, บอร์น่า ซาร์, โจซิป สตานิซิช, มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, นุสซาอีร์ มาสซราอุย, พอล วานเนอร์, ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช, แซร์จ กนาร์บี้, ยามาล มูเซียล่า, คิงส์ลีย์ โกมอง, มาติส เตล


ผู้รักษาประตู : เตรียมดร็อป มานูเอล นอยเออร์ นายด่านมือหนึ่งเพื่อให้พักไปเลย และเป็นการเปิดทางให้ สเวน อุลไรซ์ นายทวารมือสองได้ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงบ้าง

แนวรับ : ไม่น่าจะได้เห็น ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กับ ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ ยืนเป็นคู่กองหลัง เพราะน่าจะได้พักด้วยเช่นกัน จึงน่าจะเป็นโอกาสของ โจซิป สตานิซิช กองหลังตัวสำรองที่น่าจะได้ลงไปยืนคู่กับ มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์ กองหลังตัวใหม่ที่ยังต้องเกมลงเตะเพื่อให้มีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์มากกว่าที่เป็นอยู่ ส่วนแบ็กซ้ายเตรียมดร้อป อัลฟองโซ่ เดวิส และน่าจะให้ บอร์น่า ซาร์ ลงไปยืนประจำการ เช่นเดียวกับแบ็กขวาพร้อมให้ นุสซาอีร์ มาสซราอุย ลงไปทำหน้าที่แทน แบงฌาแม็ง ปาวาร์ เตรียมได้พักไปเลย

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เลออน โกเรตซ์ก้า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป และน่าจะพัก โจชัว คิมมิช กับ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ ด้วยเช่นกัน จึงน่าจะเป็นโอกาส พอล วานเนอร์ แข้งเด็กวัย 16 ปีที่อาจจะได้ลงสนามปยืนคุมเกมร่วมกับ ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช มิดฟิลด์ตัวใหม่นั่นเอง

แนวรุก : พร้อมให้พวกแข้งดังได้พักบางคนเลย โดยเฉพาะ โธมัส มุลเลอร์ กับ ซาดิโอ มาเน่ รวมถึง เลรอย ซาเน่ แต่น่าจะให้พวกตัวริมเส้นในทีมชุดใหญ่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง คาดว่า คิงส์ลีย์ โกมอง น่าจะได้สวมบทเป็นปีกขวา ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แซร์จ กนาร์บี้ ส่วนกองหน้าหมดสิทธิ์ใช้งาน เอริค มักซิม ชูโป-โมติ้ง ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ มาติส เตล กองหน้าดสรุ่งคนใหใออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อประสานงานกับ ยามาล มูเซียล่า ซึ่งพร้อมกลับมาสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในช่วงหลังหายจากอาการบาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันมาก่อนเลยแม้นัดเดียว โดย วิคตอเรีย โคโลญจน์ ไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้เลย นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 1904 หรือเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว ส่วน บาเยิร์น มิวนิค ยังคงครองสถิติคว้าแชมป์รายการนี้ได้มากที่สุดถึง 20 สมัยเลยทีเดียว โดยครั้งล่าสุดที่ได้ชูถ้วยแชมป์เดเอฟเบ โพคาล คือเมื่อปี 2022 นั่นเอง


ความน่าจะเป็น

แน่นอนว่า บาเยิร์น มิวนิค มืชื่อชั้นที่ดูเหนือกว่าเยอะเลย แม้ว่าเกมนี้เตรียมไม่ให้พวกแข้งหลักลงสนามเลยก็ตาม เพราะว่าอยากจะให้ได้พักแข้งค่อนข้างแน่ เพื่อเปิดทางให้พวกตัวสำรอง รวมถึงพวกแข้งเด็กดาวรุ่ง เช่นเดียวกับพวกแข้งใหม่ที่ยังไม่ได้ลงสนามมากนักได้ลงไปยืนเส้นยืดสายกันบ้าง แต่ยังถือว่ามีภาพรวมที่ดูดีกว่าเจ้าบ้านหลายขุมเลย


ส่วน วิคตอเรีย โคโลญจน์ โชว์ฟอร์มในภาพรวมไม่ค่อยคงเส้นคงวา และยังอยู่ตรงกลางคะแนนของลีกา 3 ไปก่อน แต่ว่าพร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการโค่นทีมยักษ์ใหญ่ในถิ่นตัวเอง เพราะอย่างน้อยยังถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นนั่นเอง


คาดว่า “เสือใต้” มีความพร้อมมากกว่าเจ้าบ้านเยอะเลย แม้จะไม่ได้ใช้ทีมชุดใหญ่ลงสนาม แต่ว่าพวกตัวสำรองเป็นนักเตะฝีเท้าดีๆ ทั้งนั้น จึงพร้อมทดแทนพวกแข้งหลักที่ได้พักเป็นอย่างดีเลย ดังนั้น บาเยิร์น มิวนิค น่าจะเป็นฝ่ายบุกไปเก็บชัยชนะได้แบบไม่ยากเย็นนัก และน่าจะเป็นการคว้าชัยด้วยสกอร์ขาดลอยไปเลยด้วย เพื่อตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ตามคาด


ผลที่คาด : วิคตอเรีย โคโลญจน์ แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-4


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ



ดู 7 ครั้ง