หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต VS บาเยิร์น มิวนิค

อัปเดตเมื่อ 4 ส.ค.

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่าจากเมื่อซีซั่นก่อนในยุคไร้เงา โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จึงพร้อมให้ ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนใหม่สวมบทเป็นกองหน้าตัวใหม่นัดเยือน "อินทรีแดงดำ" ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เจ้าของตำแหน่งแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ซึ่งเตรียมนำทัพโดย มาริโอ เกิตเซ่ ในเกมประเดิมสนามบุนเดสลีกา เยอรมนี ประจำฤดูกาลใหม่ 2022/2023 คืนวันที่ 5 ส.ค.นี้


วิจารณ์บอลบุนเดสลีกา : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต VS บาเยิร์น มิวนิค
วิจารณ์บอลบุนเดสลีกา : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต VS บาเยิร์น มิวนิค

บุนเดสลีกา เยอรมนี

ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต VS บาเยิร์น มิวนิค

สนาม : ดอยซ์ แบงค์ ปาร์ค

เวลา : 01.30 น.


ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต

นัดกระชับมิตร : ชนะ วิคตอเรีย อาชาฟเฟ่นเบิร์ก 1-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ แอลเอเอสเค ลินซ์ 0-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ โตริโน่ 3-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อัสตอเรีย วอลล์ดอร์ฟ 5-0 (เยือน)

เดเอฟเบ โพคาล รอบแรก : ชนะ มักเดบวร์ก 4-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ในฐานะแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก จากเมื่อฤดูกาลก่อน จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปไล่ต้อน มักเดบวร์ก 4-0 ในศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบแรก โดยพร้อมใช้แผนการเล่นแบบ 3-4-3 และน่าจะได้เห็น มาริโอ เกิตเซ่ ดาวเตะคนใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแนวรุก เพื่อลงไปประสานงานกับพวกแข้งหลักในตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มาโกะโตะ ฮาซาเบะ, ไดอิจิ คามาดะ, ฟิลิป คอสติซ รวมถึง ราฟาเอล บอร์เร่ นั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริง

เควิน ทรัปป์, ตูต้า, มาโกะโตะ ฮาซาเบะ, อีแวน เอ็นดิคก้า, ฌิบริล โชว์, ไดอิจิ คามาดะ, ฟิลิป คอสติซ, อันส์การ์ คเนาฟฟ์, มาริโอ เกิตเซ่, เจสเปอร์ ลินด์สตรอม, ราฟาเอล บอร์เร่


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่ง นั่นก็คือ เควิน ทรัปป์ ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกแน่นอน

แนวรับ : น่าจะให้ มาโกะโตะ ฮาซาเบะ กัปตันทีมคนเก่งขยับลงมาสวมบทเป็นกองหลังเหมือนเดิม โดยจะยืนเคียงข้างกับ ตูต้า และ อีแวน เอ็นดิคก้า ส่วนในรายของ อัลมามี่ ตูเร่ ยังคงนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป และจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เฌอโรม อองกูเอเน่ กองหลังตัวใหม่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน

แดนกลาง : ส่อดร็อป เซบาเตียน โรเด้ เป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ คริสติยัน ลาคิช เพราะน่าจะให้ ฌิบริล โชว์ ลงไปยืนคุมเกมคู่กับ ไดอิจิ คามาดะ มากกว่า ส่วนตัวริมเส้นทั้งสองฝั่งพร้อมให้ ฟิลิป คอสติซ ยืนอยู่ทางซ้าย และวาง อันส์การ์ คเนาฟฟ์ เติมเกมทางฝั่งขวา

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ เยนส์ เพ็ตเตอร์ เฮาเก้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วนในรายของ ลูคัส อลาริโอ กองหน้าคนใหม่น่าจะสวมบทเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน เพื่อให้ ราฟาเอล บอร์เร่ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า และวาง เจสเปอร์ ลินด์สตรอม ทำหน้าที่เป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาคนละฝั่งกับ มาริโอ เกิตเซ่ แข้งใหม่ที่พร้อมปั้นเกมทางฝั่งซ้ายไปเลย


บาเยิร์น มิวนิค

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

บุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาล 2021/2022 : เสมอ สตุ๊ตการ์ท 2-2 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาล 2021/2022 : เสมอ โวล์ฟสบวร์ก 2-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ดีซี ยูไนเต็ด 6-2 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 (สนามกลาง)

เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ : ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-3 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ในฐานะแชมป์บุนเดสลีกาจากเมื่อซีซั่นก่อน จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก 5-3 ในศึกเดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ โดยพร้อมใช้แผนการเล่นแบบ 4-2-3-1 แม้จะมีการซื้อผู้เล่นหน้าเข้ามาเสริมทัพถึง 5 ราย แต่น่าจะต้องเริ่มต้นด้วยการนั่งเป็นตัวสำรองหลายคนเลย เพื่อให้พวกแข้งหลักได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปก่อน และน่าจะได้เห็น ซาดิโอ มาเน่ สวมบทเป็นกองหน้าเพื่อทดแทนการจากไปของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งได้โบกมืออำลาทีมไปแล้ว


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริง

มานูเอล นอยเออร์ , ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ลูกาส์ แอร์กนองเดซ, อัลฟองโซ่ เดวิส, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, โจชัว คิมมิช, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, แซร์จ กนาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์ลีย์ โกมอง, ซาดิโอ มาเน่


ผู้รักษาประตู : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก มานูเอล นอยเออร์ มือหนึ่งจอมเก๋า ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นกัปตันทีมเหมือนเดิม

แนวรับ : มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์ กองหลังคนใหม่ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง จึงพร้อมส่ง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กับ ลูกาส์ แอร์กนองเดซ ลงไปยืนคู่กัน ส่วนแบ็กขวาน่าจะเลือก แบงฌาแม็ง ปาวาร์ เหนือกว่าแข้งใหม่ นั่นก็คือ นุสซาอีร์ มาซราอุย โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อัลฟองโซ่ เดวิส แบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เลออน โกเรตซ์ก้า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงพร้อมวาง โจชัว คิมมิช เป็นแกนหลัก และน่าจะให้ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ ลงไปยืนคุมเกมด้วยกัน ทำให้ ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช มิดฟิลด์ตัวใหม่เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรุก : ไม่มี เอริค มักซิม ชูโป-โมติ้ง เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน ส่วนในรายของ มาติส เตล อีกหนึ่งกองหน้าตัวใหม่ไม่ได้จะได้ลงสนามเป็นตัวจริง เพราะยังเด็กเกินไปด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น จึงพร้อมให้ ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนใหม่ขยับขึ้นไปสวมบทเป็นกองหน้า และวาง โธมัส มุลเลอร์ ยืนอยู่ด้านหลังเพ่อทำหน้าที่เป็นตัวปั้นเกม ขณะที่ แซร์จ กนาบรี้ พร้อมสวมบทเป็นปีกริมเส้นฝั่งขวา ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คิงส์ลีย์ โกมอง ทางด้านซ้าย ทำให้ เลรอย ซาเน่ เตรียมรั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 37 เกม ปรากฎว่า บาเยิร์น มิวนิค มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 27 เกม เสมอ 4 เกม และแพ้ 6 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกบุนเดสลีกาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปรากฎว่า ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 0-1


สถิติพบกัน 5 เกมหลังสุด

เดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศ ปี 2020 : บาเยิร์น มิวนิค ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-1

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2020 : บาเยิร์น มิวนิค แพ้ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 1-2

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2021 : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2021 : บาเยิร์น มิวนิค ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 5-0

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2022 : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-1


ความน่าจะเป็น

ยกระดับกลายเป็นทีมลูกหนังระดับชั้นนำของทวีปยุโรปไปเลย สำหรับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เพราะสามารถคว้าแชมป์ถ้วยเบอร์ 2 ของทวีปได้จากเมื่อช่วงฤดูกาลก่อน และเก็บตัวแข้งหลักเอาไว้ได้ทั้งหมดเลย แถมยังได้นักเตะฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพอีกต่างหาก โดยเฉพาะ มาริโอ เกิตเซ่ ซึ่งเคยค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค มาก่อนด้วย


ด้าน "เสือใต้" ต้องพิสูจน์ตัวเองในยุคไร้เงา โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยืนล่าตาข่ายในแดนหน้าอีกต่อไป แต่มีการทุ่มเงินซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายคนเลย ซึ่งรวมถึง ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกเจ้าความเร็วที่พร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน


คาดว่า บาเยิร์น มิวนิค มีความลงตัวมากกว่า เพราะมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่งเลย แม้ว่า "อินทรีแดงดำ" จะถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่น แต่เชื่อว่าชัยชนะน่าจะตกเป็นฝ่ายของทีมเยือนได้ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านไปเลยมากกว่า


ผลที่คาด : ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ บุนเดสลีกา

ดู 51 ครั้ง