หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : โบคุ่ม VS บาเยิร์น มิวนิค

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไม่มี แซร์จ กนาบรี้ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่จะได้ คิงส์ลีย์ โกมอง พ้นโทษแบนกลับมาสวมบทเป็นแนวรุกริมเส้นอยู่ด้านข้างของ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งพร้อมยืนเป็นกองหน้านัดเยือน โบคุ่ม ในศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี คืนวันที่ 21 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : โบคุ่ม VS บาเยิร์น มิวนิค
วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : โบคุ่ม VS บาเยิร์น มิวนิค

บุนเดสลีกา เยอรมนี

โบคุ่ม VS บาเยิร์น มิวนิค

สนาม : โฟโฟเฟีย รูห์รสตาดิโอน

เวลา : 22.30 น.


โบคุ่ม

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : แพ้ แอธเลติก บิลเบา 1-4 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อันตัลยาสปอร์ 6-2 (เหย้า)

เดเอฟเบ โพคาส รอบแรก : ชนะ วิคตอเรีย เบอร์ลิน 3-0 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : แพ้ ไมนซ์ 1-2 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : แพ้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-3 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ โธมัส ไรซ์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-3 ในศึกบุนเดสลีกา แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร แต่ไม่ได้เป็นพวกแข้งหลัก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ให้ได้ หลังพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 2 เกมซ้อน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล รีมันน์, ไซดี้ ยานโก้, โดมินิค ไฮน์ทซ, อีวาน ออร์เด็ทส, คริสเตียน กัมบัว, เควิน สโตเกอร์, อันโธนี่ โลซิลล่า, ไซม่อน โซลเลอร์, ทาคูมิ อาซาโนะ, จอร์ดี้ โอไซ-ตูตู, ฟิลลิปป์ ฮอฟมันน์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ มานูเอล รีมันน์ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม

แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน คอสตาส สตาฟีลิดิส กับ พาทริค ออสเตอร์ฮาจ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่พร้อมให้ โดมินิค ไฮน์ทซ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ อีวาน ออร์เด็ทส เหมือนเดิม ส่วนแบ็กซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของ ไซดี้ ยานโก้ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คริสเตียน กัมบัว ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง

แดนกลาง : ไม่มี ยานเนส ฮอร์น กับ ดานิโล่ โซอาเรส เจอโรคเดี้ยงเล่นงานทั้งคู่เลย จึงพร้อมให้ เควิน สโตเกอร์ ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวคุมเกมร่วมกับ อันโธนี่ โลซิลล่า ต่อไป ส่วนในรายของ ฟิลิปป์ ฟอร์สเตอร์ น่าจะต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนาม

แนวรุก : พร้อมให้ ทาคูมิ อาซาโนะ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์ต่อไป ส่วนปีกซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของ ไซม่อน โซลเลอร์ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ จอร์ดี้ โอไซ-ตูตู ในตำแหน่งปีกขวา ขณะที่กองหน้าไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก ฟิลลิปป์ ฮอฟมันน์ อย่างแน่นอน ทำให้ ซิลเวอร์ กานโวล่า ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


บาเยิร์น มิวนิค

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ ดีซี ยูไนเต็ด 6-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 (สนามกลาง)

เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ : ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-3 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 6-1 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 2-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ โวล์ฟสบวร์ก 2-0 ในศึกบุนเดสลีกา เพื่อให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ว่ามีขุมกำลังนักเตะที่สามารถเล่นทดแทนตำแหน่งกันได้อยู่แล้ว


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล นอยเออร์, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ, อัลฟองโซ่ เดวิส, โจชัว คิมมิช, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, คิงส์ลีย์ โกมอง, โธมัส มุลเลอร์, ยามาล มูเซียล่า, ซาดิโอ มาเน่


ผู้รักษาประตู : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก มานูเอล นอยเออร์ อยู่แล้ว เพราะยังคงพร้อมยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่ง และจะสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเหมือนเดิม

แนวรับ : ส่อดร็อป มัตไธจ์ส เดอ ลิกท์ กองหลังคนใหม่นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เพราะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อยนั่นเอง โดยพร้อมให้ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ ต่อไป ส่วนแบ็กขวาน่าจะใช้งาน แบงฌาแม็ง ปาวาร์ เหนือกว่าอีกหนึ่งแข้งใหม่ นั่นก็คือ นูสซาอีร์ มาซราอุย ขณะที่แบ็กซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของ อัลฟองโซ่ เดวิส เหมือนเช่นเคย ทำให้ บอร์น่า ซาร์ จะต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป

แดนกลาง : ยังคงไร้ เลออน โกเรตซ์ก้า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป และไม่น่าจะให้ ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยพร้อมให้ โจชัว คิมมิช ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวคุมเกมร่วมกับ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นมาก

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน แซร์จ กนาบรี้ ได้รับบาดเจ็บ รวมถึง เอริค มักซิม โชปู-โมติ้ง แต่จะได้ คิงส์ลีย์ โกมอง พ้นโทษแบนกลับมายืนประจำการในตำแหน่งปีกขวา ทำให้ เลรอย ซาเน่ น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสลงสนามกันต่อไป ส่วนปีกซ้ายพร้อมให้ ยามาล มูเซียล่า ลงไปยืนเป็นประจำการเหมือนเดิม เพราะทำผลงานจาก 2 นัดแรกได้ดีมากๆ ขณะที่ โธมัส มุลเลอร์ เตรียมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกม ซึ่งจะยืนอยู่ด้านหลังของกองหน้าตัวเป้า นั่นก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ในช่วงหลังหมดยุคของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ได้ย้ายไปแล้วนั่นเอง


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 72 เกม ปรากฎว่า บาเยิร์น มิวนิค มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 49 เกม เสมอ 15 เกม และแพ้ 8 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกบุนเดสลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า โบคุ่ม เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 4-2 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกบุนเดสลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เสือใต้" บุกไปแพ้ 2-4


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2015 : โบคุ่ม แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-5

เดเอฟเบ โพคาล ปี 2016 : โบคุ่ม แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-3

เดเอฟเบ โพคาล ปี 2019 : โบคุ่ม แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2021 : บาเยิร์น มิวนิค ชนะ โบคุ่ม 7-0

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2022 : โบคุ่ม ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 4-2


ความน่าจะเป็น

แม้จะไม่มีดาวยิงเบอร์หนึ่ง นั่นก็คือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ให้เลือกใช้งานอีกต่อไป แต่ว่า บาเยิร์น มิวนิค ยังคงมีแนวรุกที่เฉียบคม เพราะสามารถยิงประตูในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้แบบกอบเป็นเป็นกำเลย ส่วนพวกผู้เล่นหน้าใหม่ยังคงต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่สักระยะหนึ่ง ยกเว้น ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะตัวความหวังใหม่ ซึ่งทำผลงานได้แบบโดดเด่นเหลือเกิน จึงพร้อมเดินหน้าเพื่อเก็บชัยชนะในศึกบุนเดสลีกาเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันให้ได้


ด้านเจ้าบ้านมีการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพในบางจุด แม้จะยังคงยึดผู้เล่นตัวหลักจากเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนเอาไว้ได้ทั้งหมด แต่กลับทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทได้ไม่ดีเลย เพราะว่าพบกับความพ่ายแพ้ในศึกบุนเดสลีกามาแล้วถึง 2 เกมซ้อน


คาดว่า "เสือใต้" ซึ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่า โดยเฉพาะแนวรุกที่สามารถใช้งานพวกแข้งหลักได้ทั้งหมด และเป็นพวกนักเตะที่มีความเร็วสูงทั้งนั้นเลย ส่วนทีมเยือนตามหาจุดเปลี่ยนเพื่อพลิกกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งยังไม่เจอ และน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งด้วย ดังนั้นทีมเยือนน่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มกลับบ้านได้สำเร็จ


ผลที่คาด : โบคุ่ม แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-3


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ บุนเดสลีกา

ดู 41 ครั้ง