หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : บาเยิร์น มิวนิค VS ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ส่อได้ มานูเอล นอยเออร์ กับ เลออน โกเรตซ์ก้า หายป่วยจากโควิด-19 กลับมาช่วยทีมต้อนรับ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี คืนวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง และจะได้ขยับขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงให้เข้าไปใกล้ อูนิโอน เบอร์ลิน ทีมจ่าฝูงที่ยังไร้พ่ายนั่นเอง


วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : บาเยิร์น มิวนิค VS ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
วิเคราะห์ฟุตบอลบุนเดสลีกา : บาเยิร์น มิวนิค VS ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

บุนเดสลีกา เยอรมนี

บาเยิร์น มิวนิค VS ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

เวลา : 01.30 น.


บาเยิร์น มิวนิค

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ อูนิโอน เบอร์ลิน 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ อินเตอร์ มิลาน 2-0 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ สตุ๊ตการ์ท 2-2 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : แพ้ เอาส์บวร์ก 0-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ เอาส์บวร์ก 0-1 ในศึกบุนเดสลีกา เพื่อลุ้นกลับมาเก็บชัยให้ได้เสียที หลังสะกดคำว่าชนะในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไม่เป็นมาแล้วถึง 4 เกมติดต่อกัน โดยตอนนี้อยู่อันดับ 5 แข่ง 7 นัด มี 12 คะแนน หากคว้าชัยได้จะแซง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมอันดับ 2 มี 15 คะแนนขึ้นไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า และจะไล่ตาม อูนิโอน เบอร์ลิน ทีมจ่าฝูงที่ยังไร้พ่ายเหลือเพียง 2 แต้มเท่านั้น แม้ว่าบางรายจะมีอาการเหนื่อยล้าติดตัวจากการเดินทางกลับไปรับใช้ทีมชาติบ้านเกิด และมีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บอยุ่บ้าง แต่พร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้อีกหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล นอยเออร์, มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, อัลฟองโซ่ เดวิส, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, โจชัว คิมมิช, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, เลรอย ซาเน่, แซร์จ กนาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, ซาดิโอ มาเน่


ผู้รักษาประตู : น่าจะได้ มานูเอล ออยเออร์ เพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 กลับมายืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งอีกครั้ง ทำให้นายด้านมือสอง นั่นก็คือ สเวน อุลไรซ์ เตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม


แนวรับ : ไม่มี ลูก้าส์ แอร์กนองเดซ ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงพร้อมให้ มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เหมือนอย่างนัดก่อน ทำให้ โจเซฟ สตานิซิช เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ บอร์น่า ซาร์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักอยู่แล้ว โดย อัลฟองโซ่ เดวิส พร้อมลงไปยืนประจำการตรงจุดนี้เหมือนกัน ขณะที่แบ็กขวาน่าจะดร็อป นุสซาอีร์ มาซราอุย กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ แบงฌาแม็ง ปาวาร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้อีกครั้ง

แดนกลาง : เตรียมได้ เลออน โกเรตซ์ก้า เพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 กลับมาช่วยยืนคุมแผงมิดฟิลด์อีกครั้ง แต่ว่าน่าจะให้ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ ลงไปยืนคู่กับ โจชัว คิมมิช มากกว่า ส่วนในรายของ ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เช่นเดียวกับ พอล วานเนอร์ แข้งเด็กปั้นที่น่าจะได้นั่งอยู่ที่าข้างสนามไปก่อน


แนวรุก : ส่อให้ เอริค มักซิม ชูโป โมติง กับ มาติส เตล นั่งเป็นตัวรองไปก่อน เพราะว่าน่าจะให้พวกแข้งหลักได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ปีกซ้ายยังคงไร้ คิงส์ลีย์ โกมอง ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ แซร์จ กนาบรี้ ลงไปยืนประจำการ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เลรอย ซาเน่ เตรียมได้ลงไปยืนเป็นปีกขวาตัวจริง ส่วน โธมัส มุลเลอร์ พร้อมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมเหมือนเดิม ทำให้ ยามาล มูเซียล่า ยังคงต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามเพื่อลงโอกาสลงเล่นไปก่อน ปิดท้ายด้วยกองหน้าตัวเป้าไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก ซาดิโอ มาเน่ อยู่แล้ว


ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

บุนเดสลีกา เยอรมนี : แพ้ ไฟร์บวร์ก 2-3 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : แพ้ คลับ บรูช 0-1 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-2 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-0 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ แวร์เดอร์ เบรเมน 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เกราร์โด้ เซโออาเน่ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ แวร์เดอร์ เบรเมน 1-1 ในศึกบุนเดสลีกา เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยในเกมลีกสูงสุดเมืองเบียร์อีกครั้ง หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 3 เกม และจะได้ขยับขึ้นไปอยู่ตรงโซนกลางตารางคะแนน เพราะตอนนี้ลงไปวนเวียนอยู่ในท้ายตารางอันดับ 15 แข่ง 7 นัด มีเพียงแค่ 5 แต้ม แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร แต่ยังใช้งานพวกผู้เล่นตัวหลักได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ลูคัส ฮราเด็คกี้, โอดิลอน คอสซูนู, โจนาธาน ทาห์, เอ็ดมอนด์ แทปโซบา, ปิเอโร่ ฮินคาปี, โรเบิร์ต อันดริช, เคเรม เดเมียร์บาย, เฌเรมี่ ฟริมปง, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย, มุสซ่า ดิอาบี้, พาทริค ชีค


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก ลูคัส ฮราเด็คกี้ พร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะว่าสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อังเดร ลูนิน นายด่านมือสองยังไม่หายจากโรคเดี้ยง จึงน่าจะให้ นิคลาส ลอมบ์ นายทวารดาวรุ่งนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะตัวสแตนบายไปก่อน


แนวรับ : เตรียมให้ โจนาธาน ทาห์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เอ็ดมอนด์ แทปโซบา ทำให้ ติโมธี โฟซู-เมนซาห์ กับ ดาลีย์ ซิงค์กราเฟ่น เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ ปิเอโร่ ฮินคาปี เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า มิทเชลล์ บัคเกอร์ ขณะที่แบ็กขวาพร้อมส่ง โอดิลอน คอสซูนู ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไป


แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เอเซเกล ปาลาซิออส ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ อามีน อาดิล ยังไม่ฟื้นจากโรคเดี้ยง แต่ยังพร้อมให้ โรเบิร์ต อันดริช ยืนเป็นตัวคุมเกมคู่กับ เคเรม เดเมียร์บาย ส่วนในรายของ ชาร์ลส อรานกูอิซ, ซีดาน เซิร์ตเดเมียร์ รวมถึง นาเดียม อามิรี่ เตตียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามตามเดิม


แนวรุก : ยังคงไร้ คาริม เบลลารามี่ รวมถึง ฟลอเรียน เวียร์ทซ ต้องรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงน่าจะขยับ เฌเรมี่ ฟริมปง ขึ้นมายืนเป็นปีกขวา โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ มุสซ่า ดิอาบี้ ในตำแหน่งปีกซ้าย และน่าจะให้ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกม ทำให้ อดัม ฮโลเซ็ค เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงให้ พาทริค ชีค เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ซาร์ดาร์ อัซมูน เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 91 เกม ปรากฎว่า บาเบิร์น มิวนิค มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 55 เกม เสมอ 17 เกม และแพ้ 19 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกบุนเดสลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เสือใต้" ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกบุนเดสลีกาเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น บุกไปยันเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

เดเอฟเบ โพคาล รอบชิงชนะเลิศ ปี 2020 : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-4

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2020 : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2021 : บาเยิร์น มิวนิค ชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-0

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2021 : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-5

บุนเดสลีกา เยอรมนี ปี 2022 : บาเยิร์น มิวนิค เสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1-1


ความน่าจะเป็น

เป็นการเผชิญหน้ากันของ 2 ทีมที่ทำผลงานในช่วงหลังได้ไม่ดีเลย และมีโปรแกรมลงสนามฟาดแข้งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงกลางสัปดาห์หน้ารออยู่ด้วย ทำให้ทั้งสองทีมพร้อมจัดผู่เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามเพื่อคว้าชัยเรียกความมั่นใจกลับคืนมาให้ได้ แม้ว่า บาเยิร์น มิวนิค จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ว่าพวกแข้งดังยังคงพร้อมลงสนามเกือบทั้งหมด ส่วน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมไปก่อน เพราะยังคงหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งหลักบางรายนั่นเอง คาดว่า "เสือใต้" น่าจะอาศัยความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านเพื่อกลับมาสะกดคำว่าชนะได้อีกครั้ง


ผลที่คาด : บาเยิร์น มิวนิค ชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ บุนเดสลีกา

ดู 38 ครั้ง