หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

ส่องกล้องมองเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก

อัปเดตเมื่อ 7 เม.ย.

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 5-6 เม.ย. มีโปรแกรมลงเตะทั้งหมด 4 คู่ สำหรับคู่บิ๊กแมทช์ต้องยกให้กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดบ้านต้อนรับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด นั่นเอง และทั้ง 4 คู่จะลงเตะในเวลา 02.00 น.ทั้งหมดเลย


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 5 เม.ย.

เบนฟิก้า VS ลิเวอร์พูล

สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุซ

เวลา : 02.00 น.

เรทเปิด : ลิเวอร์พูล ต่อลูกครึ่ง (1.5)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เบนฟิก้า

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : ชนะ ปอร์ติโมเนนเซ่ 2-1 (เยือน)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : เสมอ วิเซล่า 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ อาแจ๊กซ์ 1-0 (เยือน)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : ชนะ เอสโตริล 2-1 (เหย้า)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : แพ้ บราก้า 2-3 (เยือน)


ผลงานโดยรวมในลีกไม่คงเส้นคงวา แต่ยังคงเกาะกลุ่มหัวแถวในอันดับ 3 และเป็นทีมที่มองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด เพราะทำผลงานในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปได้ดีเลยทีเดียว โดยในรอบแบ่งกลุ่มสามารถเขี่ย บาร์เซโลน่า มาได้ และสามารถเอาชนะ อาแจ๊กซ์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แบบพลิกความคาดหมายเลยด้วย นอกจากนี้ ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าตัวเก่งยังคงพร้อมเป็นตัวทีเด็ดเพื่อยิงประตูสำคัญได้ตลอด โดยตอนนี้ยังคงรั้งตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของสโมสรจากการซัดไปแล้ว 23 ประตูในทุกรายการ


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : แพ้ อินเตอร์ มิลาน 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 2-0 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เหย้า)


โชว์ฟอร์มในศึกพรีเมียร์ลีกได้ดีมากๆ หลังเก็บชัยมาแล้วถึง 10 เกมติดต่อกัน แถมยังมีแนวรับที่แข็งแกร่งไม่เสียประตูมาแล้วถึง 5 เกมเลยด้วย จึงยังคงอยู่บนเส้นทางกวาดให้ครบทั้ง 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ต่อไป และไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บอีกต่างหาก คาดว่า 3 ประสานในแนวรุกตัวจื้ดได้ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โมฮาเม็ด ซาล่าห์, หลุยส์ ดิอาส และ ซาดิโอ มาเน่


ชี้เป้าตามทัศนะ

เบนฟิก้า เคยสร้างความชอกช้ำให้กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2006 เพราะเคยจัดการเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาก่อนนั่นเอง แต่นั่นคือเรื่องราวในอดีต และตอนนี้ "หงส์แดง" มีสภาพทีมที่แข็งแกร่งมากๆ จึงมีโอกาสบุกไปเก็บชัยได้สำเร็จ แต่ไม่น่าจะยิงประตูกันแบบขาดลอย


ผลที่คาด : เบนฟิก้า แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 5 เม.ย.

แมนฯ ซิตี้ VS แอต.มาดริด

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 02.00 น.

เรทเปิด : แมนฯ ซิตี้ ต่อลูกควบลูกครึ่ง (1.25)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แมนฯ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : เสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 (เยือน)


ไร้พ่ายจากการลงเล่นนทุกรายการมาแล้ว 7 เกม จึงยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลนี้ต่อไป โดย แมนฯ ซิตี้ พร้อมจัดผูเล่นชุดใหญ่ลงสนามด้วย เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย ยกเว้นเพียงแค่ 2 แนวรับ นั้นก็คือ รูเบน ดิอาส ได้รับบาดเจ็บ รวมถึง ไคล์ วอล์คเกอร์ ติดดโทษแบน ส่วนพวกตัวหลักในแนวรุกยังอยู่กับครบ


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แอต.มาดริด

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล เบติส 3-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ กาดิช 2-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ ราโย่ บัลเยกาโน่ 1-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เดปอร์ติโบ อลาเบส 4-1 (เหย้า)


หลังจากที่เคยฟอร์มออกทะเลไปพักใหญ่ๆ แต่ตอนนี้ แอต.มาดริด ตามหาฟอร์มเก่งเจอได้สักพักหนึ่งแล้ว เพราะไร้พ่ายมาแล้ว 8 เกมในทุกรายการ และเก็บชัยได้ถึง 6 เกมติตต่อกันเลยด้วย โดยรอบที่แล้วสามารถบุกไปเขี่ย แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมคู่ปรับร่วมเมืองของ แมนฯ ซิตี้ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแล้วด้วย


ชี้เป้าตามทัศนะ

แมนฯ ซิตี้ ยังคงเป็นทีมที่แพ้ยากในบ้าน ส่วาน แอต.มาดริด เป็นทีมแก่งที่ยากอยู่เหมือนกัน แต่เจ้าบ้านมักมีพลังแฝงในยามลงเล่นในถิ่นตัวเอง เพราะทำผลงานต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองได้ดีเสมอ คาดว่า "เรือใบสีฟ้า" มีโอกาสเก็บชับได้มากกว่า แต่ไม่น่าจะยิงประตูกันแบบทิ้งห่างมากจนเกินไป


ผลที่คาด : แมนฯ ซิตี้ ชนะ แอต.มาดริด 1-0


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 6 เม.ย.


บียาร์เรอัล VS บาเยิร์น มิวนิค

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา ซารามิก้า

เวลา : 02.00 น.

เรทเปิด : บาเยิร์น มิวนิค ต่อลูกควบลูกครึ่ง (1.25)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ บียาร์เรอัล

ลาลีกา สเปน : แพ้ โอซาซูน่า 0-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซลต้า บีโก้ 1-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ ยูเวนตุส 3-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ กาดิช 0-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ เลบันเต้ 0-2 (เยือน)


เป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก จากเมื่อฤดูกาลก่อน และรอบที่แล้วจัดการเขี่ย ยูเวนตุส ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้แบบพลิกโผ แต่ในช่วงนี้กลับทำผลงานในลีกได้ไม่ดีเลย เพราะพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 3 เกม แต่ความปราชัยจากเกมนอกบ้ายทั้งหมดเลย


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ บาเยิร์น มิวนิค

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 7-1 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ ฮอฟเฟนไฮม์ 1-1 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ อูนิโอน เบอร์ลิน 4-0 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ ไฟร์บวร์ก 4-1 (เยือน)


ยังคงอยู่ในช่วงฟอร์ดีแบบต่อเนื่อง เพราะไร้พ่ายจากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้ว 8 นัด และยังคงมีแนวรุกที่เฉียบคม โดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าตัวเก่งยังคงพร้อมยืนค้ำแนวรุก เพื่อสอยตาข่ายเหมือนอย่างเกมรอบก่อนที่จัดการยิงแฮตทริกเหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมที่เปิดบ้านไล่ถล่ม เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก แบบยับเยินถึง 7-1 เลยยทีเดียว


ชี้เป้าตามทัศนะ

แม้จะโชว์ฟอร์มในช่วงหลังไม่ได้ดี แต่ บียาร์เรอัล ยังคงเป็นทีมที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลย เพราะเล่นในบ้านได้ดีเหมือนกัน ส่วน บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเล่นได้ตามมาตรฐานแบบต่อเนื่อง และมีแนวรุกที่ยังคงยิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ คาดว่า "เสือใต้" น่าจะบุกไปเก็บชัยได้ แต่ไม่ย่าจะยิงประตูกันแบบขาดลอย


ผลที่คาด : บียาร์เรอัล แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 6 เม.ย.

เชลซี VS เรอัล มาดริด

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

เวลา : 02.00 น.

เรทเปิด : เชลซี ป.ป. (0.25)


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เชลซี

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นอริช 3-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ ลีลล์ 2-1 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 1-4 (เหย้า)


เกมล่าสุดเกิดอาการฟอร์มหยุดแบบดื้อๆ จึงแพ้คาบ้านแบบยับเยิน และต้องหยุดสถิติชนะรวดเอาไว้ที่ 6 เกมติดต่อกันด้วย แต่ เชลซี ยังคงพร้อมร่วมใจกันเพื่อกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของทีมแชมป์เก่าจากเมื่อฤดูกาลก่อน


ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เรอัล มาดริด

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล โซเซียดัด 4-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-1 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 3-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ บาร์เซโลน่า 0-4 (เหย้า)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1 (เยือน)


กลับมาแก้ตัวด้วยการคว้าชัยในศึกลาลีกาได้อีกครั้ง หลังจากที่พลาดท่าแพ้ บาร์เซโลน่า คาบ้านในช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติแบบยับเยินถึง 1-4 และได้ คาริม เบนเซม่า ดาวยิงตัวเก่งหายเจ็บกลับมาลงสนามได้ในเกมล่าสุด พร้อมกับยิงประตูได้ทันทีเลยอีกด้วย

ชี้เป้าตามทัศนะ

เชลซี ถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านก็จริง แต่ไม่ได้เหนือกว่า เรอัล มาดริด มากนัก และยังมีปัญหาที่แก้ไม่ตก นั่นก็คือเรื่องของกองหน้าที่จบสกอร์ไม่เฉียบขาด ซึ่งตรงกันข้ามกับ เรอัล มาดริด ที่ยังคงมี คาริม เบนเซม่า เป็นตัวทีเด็ด แต่เจ้าถิ่นมีแนวรับที่ยังพอจะไว้ใจได้อยู่ จึงมีโอกาสลงเอย้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : เชลซี เสมอ เรอัล มาดริด 1-1

ดู 18 ครั้ง