หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"เสือใต้" จอมผูกขาดแชมป์นานสุดในลีกใหญ่ยุโรป

ยังคงไร้เทียมทานในลีกสูงสุดของเยอรมนีต่อไป สำหรับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในฐานะแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี ประจำฤดูกาล 2021/2022 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จึงได้ขึ้นแท่นเป็น "จอมผูกขาด" จากการยึดบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ได้แบบติดต่อกันยาวนานที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ระดับหัวแถวของทวีปยุโรปถึง 10 สมัยติดต่อกันเลยด้วย เพราะว่ายังไม่มีทีมคู่แข่งในลีกเดียวกันสามารถก้าวเท้าขึ้นมาทาบรัศมีได้เลยนั่นเอง


สำหรับ 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป ประกอบไปด้วย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลาลีกา สเปน, ลีก เอิง ฝรั่งเศส รวมถึง บุนเดสลีกา เยอรมนี โดยตอนนี้ บาเยิร์น มิวนิค ยังคงครองความเป็น "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะแชมป์แบบติดต่อกันยาวนานถึงหนึ่งทศวรรษแล้วด้วย นับตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้เลยด้วย หากดูจากศักยภาพโดยรวมของสโมสรที่ยังคงมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าบรรดาทีมคู่แข่งในลีกเดียวกันทั้งหมดเลย จึงพร้อมเดินหน้าป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งตรงข้ามกับ 4 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปที่มีการสลับสับเปลี่ยนหน้าตาของทีมแชมป์กันแบบต่อเนื่องเลย เพราะไม่มีการผูกขาดกันแบบยาวๆ เหมือนอย่าง "เสือใต้" เลยด้วยซ้ำ


ยกตัวอย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส แม้ว่า "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะเป็นทีมลูกหนังระดับมหาเศรษฐีที่มีความร่ำรวยที่สุด แต่ว่าพลาดท่าเสียทีให้กับ ลีลล์ จึงต้องสูญเสียตำแหน่งแชมป์เมื่อฤดูกาล 2020/2021 มาแล้ว ก่อนจะกลับมาเข้าป้าย "เบอร์หนึ่ง" ได้อีกครั้งในช่วงซีซั่นที่เพิ่งผ่านพ้นไป เช่นเดียวกับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้ว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นสโมสรที่มีความมั่นคั่งมากที่สุด และสามารถเข้าป้ายแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้ถึง 4 ครั้งจาก 5 ฤดูกาลหลังสุด แต่ก็ไม่เคยได้แชมป์แบบง่ายๆ แม้แต่ฤดูกาลเดียว เพราะจะต้องออกแรงลุ้นกันเหนื่อยจนถึงเกมนัดสุดท้ายอยู่บ่อยๆ ท่ามกลางการแข่งขันที่จะต้องขับเคี่ยวกับทีมคู่แข่งรายอื่นๆ ที่พร้อมก้าวเท้าขึ้นมาทาบรัศมีได้ทุกเมื่อเลย


ก่อนหน้านี้ "ม้าลาย" ยูเวนตุส เคยสถาปนาตัวเองเป็น "จอมผูกขาด" จากการยึดบัลลังก์แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้แบบติดต่อกันยาวนานใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปถึง 9 ฤดูกาลซ้อน นับตั้งแต่ปี 2012-2020 แต่ว่าตอนนี้ได้สูญเสียความเป็น "เบอร์หนึ่ง" ในวงการลูกหนังไปแล้วอิตาลีตั้งแต่เมื่อช่วงฤดูกาล 2020/2021 เพราะว่าได้เปลี่ยนมือไปให้กับ 2 ทีมคู่ปรับจากเมืองมิลานแล้วนั่นเอง หลังจากที่ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน สามารถก้าวเท้ากลับมายึดตำแหน่งแชมป์ได้อีกครั้งในรอบหลายปีเลยด้วย ก่อนจะเป็นคิวของ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ซึ่งได้หวนกลับมาครองความเป็นเจ้าลูกหนังเมืองมะกะโรนีประจำฤดูกาล 2021/2022 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป และเป็นการคัมแบ็คกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีเลยด้วย ส่วน ยูเว่ ต้องพบกับความว่างเปล่าจากการไร้ถ้วยแชมป์เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีจากเมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมาไปเลยด้วย


"เสือใต้" จอมผูกขาดแชมป์นานสุดในลีกใหญ่ยุโรป
"เสือใต้" จอมผูกขาดแชมป์นานสุดในลีกใหญ่ยุโรป

ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน บุนเดสลีกา เคยได้ขึ้นชื่อเป็นลีกลูกหนังที่มีการเปลี่ยนหน้าตาของทีมแชมป์โดยตลอดเลย เพราะไม่มีทีมใดสามารถผูกขาดตำแหน่งแชมป์แบบยาวๆ เกิน 3 ฤดูกาลติดต่อกันนั่นเอง จึงไม่ได้เป็นเรื่องของ บาเยิร์น มิวนิค กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฐานะที่ถูกยกให้เป็นทีมเต็งแชมป์มาโดยตลอดเพียงแค่ 2 สโมสรเท่านั้น และมีอยู่หลายๆ ซีซั่นที่จะได้เห็นหลายๆ สโมสรพร้อมสวมบท "ม้ามืด" จากการก้าวเท้าขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ได้แบบพลิกความคาดหมายอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะ ไกเซอร์สเลาเทิร์น ซึ่งเคยสร้างวีรกรรมจากการเป็นทีมน้องใหม่ที่ได้เลื่อนชั้นจากลีกา 2 และขึ้นมาผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศในช่วงฤดูกาล 1997/1998 ได้แบบหักปากกาเซียน เช่นเดียวกับ สตุ๊ตการ์ท รวมถึง โวล์ฟสบวร์ก จากการที่ได้ก้าวเท้าขึ้นไปยึดบัลลังก์ "เบอร์หนึ่ง" ของประเทศได้มาก่อนเหมือนกัน


แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2012/2013 ตอนนั้น "เสือใต้" อยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ จุปป์ ไฮย์เกส และได้เริ่มต้นผูกขาดความเป็น "เบอร์หนึ่ง" เป็นครั้งแรก หลังกลับมาผงาดคว้าแชมป์บุนเดสลีกาในช่วงหลังจบซีซั่นนั้นได้ตามเป้า โดยเป็นการแย่งชิงบัลลังก์แชมป์มาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ พร้อมกับป้องกันบัลลังก์แชมป์มาได้แล้วถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน แถมยังสามารถต่อยอดความสำเร็จจากการเข้าป้าย "ทริปเปิ้ลแชมป์" รวมทั้งหมดถึง 3 รายการไปเลยด้วย เพราะคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล รวมถึงการยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากการเฉือนชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมคู่แข่งในนัดชิงเมื่อถึงตอนช่วงจบฤดูกาลดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน


หลังจากนั้น บาเยิร์น มิวนิค ได้สถาปนาตัวเองเป็น "จอมผูกขาด" แบบเต็มตัว เพราะสามารถยึดตำแหน่งแชมป์บุนเดสลีกาจนถึงปัจจุบันได้ถึง 10 ฤดูกาลติดต่อกันเข้าไปแล้ว แม้จะมีการเปลี่ยนตัวกุนซือแบบต่อเนื่องเลยก็ตาม ไล่ตั้งแต่ จุปป์ ไฮย์เกส, โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า, คาร์โล อันเชลอตติ, นิโก้ โควัช, ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค รวมถึง ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ซึ่งเป็นกุนซือคนปัจจุบันนั่นเอง แต่สุดท้ายยังคงลงเอยด้วยการรั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ของวงการลูกหนังเมืองเบียร์เอาไว้ได้เหมือนเดิม ทำให้แฟนบอลหลายๆ คนมองหาศึกบุนเดสลีกากลายเป็นลีกลูกหนังที่น่าเบื่อไปเสียแล้ว เพราะยังคงเป็นทีมแชมป์หน้าเดิมที่คว้าแชมป์ได้แบบวนไปเวียนมาอยู่เพียงแค่ทีมเดียวมานานถึงหนึ่งทศวรรษแล้วด้วย และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีทีมไหนก้าวเท้าขึ้นมาเป็นคู่แข่งเพื่อทาบรัศมีได้เลยด้วย


"เสือใต้" จอมผูกขาดแชมป์นานสุดในลีกใหญ่ยุโรป
"เสือใต้" จอมผูกขาดแชมป์นานสุดในลีกใหญ่ยุโรป

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ "เสือใต้" ยังคงเป็น "จอมผูกขาด" จากการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ถึง 10 ฤดูกาลติดต่อกันก็คือการเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีความมั่นคั่งมากที่สุดในประเทศเยอรมนี และสามารถการันตีเรื่องของความสำเร็จได้ด้วย จึงกลายเป็นแต้มต่อในการดึงดูดพวกนักเตะฝีเท้าดีของทีมคู่แข่งในลีกเดียวกันให้ย้ายไปร่วมทีมได้อยู่เป็นประจำเลย และเป็นการตัดกำลังของทีมต่างๆ ในลีกสูงสุดเมืองเบียร์ไปในตัวด้วย โดยเฉพาะในรายของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ ซึ่งตัดสินใจย้ายข้ามฟากมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงหลังหมดสัญญาแบบไม่มีค่าตัวเมื่อปี 2014 แถมยังสามารถยิงประตูได้แบบถล่มทลาย จึงได้พบกับความสำเร็จแบบต่อเนื่องไปเลยด้วย และต่อยอดไปสู่การยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกต่างหาก


ทำให้ โดนาต้า ฮอฟเฟ่น ซีอีโอคนใหม่ของ เดเอฟแอล ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาเกิดปิ้งไอเดียเรื่องการนำระบบเพลย์ออฟมาใช้ตัดสินหาแชมป์ในช่วงหลังจบฤดูกาลเสียเลย เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในเรื่องของการลุ้นแชมป์นั่นเอง และเผื่อจะช่วยลดเรื่องของการผูกขาดได้บ้าง หากว่า "เสือใต้" เกิดพลาดท่าในเกมรอบเพลย์ออฟ เพราะจะไม่ได้จำกัดเพียงแค่เฉพาะผลงานบนตารางคะแนนในช่วงหลังเตะครบ 34 เกมในแต่ละซีซั่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ โอลิเวอร์ คาห์น ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี ซึ่งปัจจุบันสวมบทเป็นซีอีโอของ บาเยิร์น มิวนิค ได้ยกมือเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นด้วยเช่นกัน และระบบใหม่น่าจะช่วยให้การลุ้นแชมป์บุนเดสลีกามีความสนุกมากยิ่งขึ้นไปได้ไม่มากก็น้อย


อย่างไรก็ตามมีหลายๆ สโมสรในศึกบุนเดสลีกาไม่เห็นด้วยกับไอเดียดังกล่าว โดยเฉพาะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต รวมถึง อูนิโอน เบอร์ลิน เป็นต้น จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าไอเดียเรื่องการเตะเพลย์ออฟเพื่อตัดสินหาแชมป์บุนเดสลีกาจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เพื่อลดอำนาจของ "เสือใต้" ซึ่งได้ขึ้นแท่นเป็น "จอมผูกขาดแชมป์" ได้แบบยาวนานที่สุดในลีกใหญ่ยุโรปจนถึงยุคปัจจุบัน


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ บุนเดสลีกา

ดู 36 ครั้ง