หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"อันเชลอตติ" กุนซือคนแรกกวาดแชมป์ครบทั้ง5ลีกใหญ่ยุโรป

ยังคงเป็นหนึ่งในกุนซือระดับชั้นนำของโลกลูกหนังจนถึงยุคปัจจุบัน สำหรับ คาร์โล อันเชลอตติ ยอดโค้ชชาวอิตาเลียน หลังอยู่ปักหลักทำหน้าที่คุมทีมฟุตบอลมานานถึง 27 ปีแล้ว นับตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพนี้แบบเต็มตัวเมื่อปี 1995 และยังคงเป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์รายการต่างๆ ได้แบบต่อเนื่องเลยด้วย


"อันเชลอตติ" กุนซือคนแรกกวาดแชมป์ครบทั้ง5ลีกใหญ่ยุโรป
"อันเชลอตติ" กุนซือคนแรกกวาดแชมป์ครบทั้ง5ลีกใหญ่ยุโรป

ย้อนหลังกลับไปในอดีต อันเชลอตติ เคยเป็นนักฟุตบอลชื่อดังในตำแหน่งกองกลางมาก่อน โดยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ ปาร์ม่า ในปี 1976 และได้ย้ายไปสร้างชื่อกับ โรม่า ระหว่างปี 1979-1987 หลังจากนั้นได้ย้ายไปประสบความสำเร็จในระดับสูงกับ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ระหว่างปี 1987-1992 เพราะว่าเคยได้สัมผัสบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" จากการชูถ้วยแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ถึง 2 สมัยติดต่อกันในปี 1989 และ 1990 หรือในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันมาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเอง ก่อนจะตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลในปี 1992 และเริ่มหันไปเอาดีด้านโค้ชทันที โดยเริ่มจากการสวมบทเป็นผู้ช่วยของ อาริโก้ ซาคคี่ กุนซือทีมชาติอิตาลีระหว่างปี 1992-1995 แถมยังเกือบมีส่วนช่วยให้ทีมบ้านเกิดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 ได้ด้วย แต่ว่าพลาดท่าแพ้ "แซมบ้า" บราซิล ในนัดชิงตอนช่วงดวลจุดโทษตัดสินไปแบบน่าเสียดายเหลือเกิน


หลังจากนั้น อันเชลอตติ ได้เริ่มงานกุนซือแบบเต็มตัว โดยเริ่มต้นจากงานคุมทีม เรจจิน่า ในลีกรองระดับเซเรีย บี เมื่อปี 1995 และสามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศในระดับเซเรีย อา ได้ด้วย แต่ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเพื่อย้ายไปรับงานคุมทัพ ปาร์ม่า ในปี 1996 ซึ่งเป็นอดีตทีมต้นสังกัดเมื่อตอนสมัยค้าแข้งมาก่อนนั่นเอง โดยสามารถพาทีมเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนได้ด้วย หลังจากนั้นจึงได้ย้ายไปคุมทีมลูกหนังที่ใหญ่กว่า นั้นก็คือ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ในช่วงระหว่างปี 1999-2001 จึงเคยเป็นเจ้านายของ อันโตนิโอ คอนเต้ กับ ซีเนอดีน ซีดาน เมื่อตอนสมัยที่ค้าแข้งกับ ยูเว่ มาก่อนด้วย แต่ว่าไปไม่ถึงจุดสูงสุดเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ เพราะทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองมะกะโรนีถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกันนั่นเอง


หลังจากนั้น อันเชลอตติ ได้ตัดสินใจย้ายไปรับงานคุมทัพ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ในปี 2001 ซึ่งอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีระดับโลกหลายคนเลย อาทิเช่น อังเดร เชฟเชนโก้ ตำนานกองหน้าทีมชาติยูเครนนั่นเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตำนานในฐานะกุนซือที่คว้าแชมป์ครบทั้ง 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป ซึ่งประกอบไปด้วย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, บุนเดสลีกา เยอรมนี และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส นั่นเอง โดยสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของบ้านเกิดได้ในช่วงฤดูกาล 2003/2004 และกวาดถ้วยแชมป์รายการใหญ่ๆ ได้อีกหลายใบเลยด้วย โดยเฉพาะการยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ถึง 2 สมัยในปี 2003 และ 2007 นอกจากนี้ยังได้พาทีมยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรโลก" จากการคว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิล์ด คัพ ในปี 2007 ได้ด้วยเช่นกัน


หลังจากนั้น อันเชลอตติ ได้ตัดสินใจโบกมืออำลา "ปีศาจแดงดำ" ในปี 2009 เพื่อย้ายไปรับงานคุมทีมลูกหนังในต่างแดนดูบ้าง และเป็นจุดเริ่มต้นของการพเนจรไปคุมทีมลูกหนังในอีก 4 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปด้วย โดยเริ่มต้นจากการคุมทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงฤดูกาล 2009/2010 รวมถึงแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ตั้งแต่ในช่วงที่คุมทัพเป็นซีซั่นแรกเลยด้วย แถมยังได้ร่วมงานกับนักเตะฝีเท้าดีในยุคนั้นหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ เช็ก, มิชาเอล บัลลัค, แฟรงค์ แลมพาร์ด รวมถึง ดิดิเยร์ ดร็อกบา แต่กลับโดนไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงปีถัดมา เพราะไม่สามารถพาทีมป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเอาไว้ได้นั่นเอง


ทำให้ อันเชลอตติ ย้ายไปรับงานคุมทัพ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในช่วงปลายปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มทุนจากกาตาร์เพิ่งเข้ามาเทคโอเวอร์สโมมรได้ไม่นานนัก แม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองน้ำหอมได้ในช่วงซีซั่นแรก แต่ว่ามีการทุ่มเงินซื้อพวกแข้งดังระดับโลกเข้ามาเสริมทัพในช่วงปีถัดมา ไม่ว่าจะเป็น ติอาโก้ ซิลวา รวมถึง ซลาตัน อิบราโมวิช จึงมีส่วนช่วยให้โค้ชชาวอิตาเลียนพาทีมเข้าป้ายแชมป์ลีก เอิง ได้ในช่วงฤดูกาล 2012/2013 แต่ว่าได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งในช่วงหลังคว้าแชมป์ได้สำเร็จ เพื่อย้ายออกไปตามหาความท้าทายใหม่ๆ จากการรับงานคุมทีมยักษ์ใหญ่ระดับโลกอีกหนึ่งสโมสร


โดยในปี 2013 อันเชลอตติ ได้ตอบตกลงรับงานคุมทัพ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด และได้ร่วมงานกับพวกดาวดังระดับโลกหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น อีเคร กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, คาริม เบนเซม่า รวมถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แม้พาทีมผงาดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงแชมป์ฟุตบอลถ้วยในเมืองกระทิงดุ นั่นก็คือ แชมป์โคปา เดล เรย์ ได้ตั้งแต่ช่วงฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทัพ แต่กลับโดนไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงปี 2015 เพราะไม่สามารถป้องกันบัลลังก์เจ้าสโมสรยุโรปเอาไว้ได้ และชวดคว้าแชมป์ลาลีกาอีกต่างหาก ทำให้โค้ชชาวอิตาเลียนตัดสินใจขอพักผ่อนในช่วงหลังตกงานเป็นเวลานานถึง 1 ปี เพื่อพักรักษาตัวจากอาการป่วยไปด้วยเลย


เมื่อเข้าสู่ปี 2016 อันเชลอตติ ได้หวนกลับมารับงานคุมทีมลูกหนังอีกครั้ง โดยได้ย้ายไปสวมบทเป็นกุนซือ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค และได้ร่วมงานกับนักเตะชื่อดังระดับโลกหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปป์ ลาห์ม, ชาบี้ อลอนโซ่, อาร์เยน ร็อบเบน, ฟรองค์ ริเบรี่ รวมถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นต้น จึงสามารถพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ตั้งแต่ในช่วงฤดูกาลแรกที่เข้ามารับงานคุมทัพไปเลย แต่กลับโดนไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงปลายปี 2017 เพราะมีปัญหาขัดแย้งกับบอร์ดบริหารสโมสร และมีรายงานข่าวไม่ได้รับความไว้วางใจจากบรรดาแข้งดังอีกต่อไปแล้วด้วย จึงถูกมองว่ากำลังอยู่ในช่วงขาลงเสียแล้ว


หลังจากนั้น อันเชลอตติ ได้ตัดสินใจย้ายกลับบ้านเกิดเพื่อไปรับงานคุมทัพ นาโปลี ในปี 2018 เพื่อเป้าหมายหลักคือการลุ้นความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ให้ได้ แต่กลับโดนไล่ออกจากตำแหน่งในช่วงปลายปี 2019 เพราะว่าประธานสโมสรไม่ประทับใจในผลงานนั่นเอง ทำให้โค้ชชาวอิตาเลียนตัดสินใจหวนกลับไปรับงานบนเกาะอังกฤษอีกครั้ง โดยได้ย้ายไปรับงานคุมทัพ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ในช่วงปลายปี 2019 ต่อเลยทันที แต่ว่าทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ทำให้ อันเชลอตติ ตัดสินใจขอลาออกจากตำแหน่งในช่วงหลังจบฤดูกาล 2020/2021 เพราะได้รับข้อเสนอจากอดีตทีมต้นสังกัดระดับยักษ์ใหญ่ที่ยังคงไว้วางใจในฝีไม้ลายมืออยู่นั่นเอง


โดยในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล 2021/2022 อันเชลอตติ ได้หวนกลับไปรับงานคุมทัพ เรอัล มาดริด เป็นรอบที่ 2 เพื่อหวังแก้ตัวจากรอบแรกที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้สำเร็จและสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ด้วย เพราะได้เถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุประจำซีซั่นนี้เรียบร้อยแล้ว จึงได้จารึกชื่อเป็นกุนซือคนแรกในโลกลูกหนังที่ได้แชมป์ครบทั้ง 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปไปเลย


แม้ว่าตอนนี้จะมีอายุมากถึง 62 ปีแล้ว แต่ อันเชลอตติ ยังคงโชว์ฝีมือการคุมทีมลูกหนังได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกลูกหนังด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการขึ้นแท่นเป็นกุนซือคนแรกที่ได้แชมป์ครบทั้ง 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้มากเลยด้วย

ดู 149 ครั้ง