หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลลีก เอิง : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง VS โอลิมปิก มาร์กเซย

"เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พร้อมจัดทัพใหญ่ให้ 3 ประสานในแนวรุกออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ซึ่งประสานงานกันได้แบบลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเปิดบ้านรอต้อนรับ "โอเอ็ม" โอลิมปิก มาร์กเซย ไล่เก็บชัยมาแล้วถึง 8 เกมซ้อนในศึกฟุตบอลลีก เอิง ฝรั่งเศส คืนวันที่ 17 เม.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลลีก เอิง : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง VS โอลิมปิก มาร์กเซย
วิเคราะห์ฟุตบอลลีก เอิง : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง VS โอลิมปิก มาร์กเซย

ลีก เอิง ฝรั่งเศส

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง VS โอลิมปิก มาร์กเซย

สนาม : ปาร์ค เดส แปร็งซ์

เวลา : 01.45 น.


ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก : แพ้ เรอัล มาดริด 1-3 (เยือน)

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : ชนะ บอร์กโดช์ 3-0 (เหย้า)

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : แพ้ โมนาโก 0-3 (เยือน)

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : ชนะ ลอริยองต์ 5-1 (เหย้า)

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : ชนะ แกลร์มงต์ ฟุต 6-1 (เยือน)


เมาริซิโอ โปเชตติโน่ กุนซือ "เปแอสเช" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปถล่ม แกลร์มงต์ ฟุต 6-1 ในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เพื่อลุ้นเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนาม เพราะยังมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้หลายคนเลย โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังคงพร้อมส่ง 3 ประสานในระดับโลก นั่นก็คือ ลิโอเนล เมสซี่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้ รวมถึง เนย์มาร์ ลงไปยืนล่าตาข่ายพร้อมกันทั้งหมดเลย และกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มสดจากการช่วยกันไล่ซัลโวตาข่ายในช่วง 2 เกมหลังสุดได้มากถึง 11 ลูกเลยทีเดียว


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, อัชราฟ ฮาคิมี่, มาร์ควินญอส, เพรสเนล คิมเพมเบ้, นูโน่ เมนเดส, ดานิโล่ เปไรร่า, มาร์โก แวร์รัตติ, อิดริสซ่า เกย์, ลิโอเนล เมสซี่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, เนย์มาร์


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังคงพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เพราะน่าจะเบียด เคย์ลอร์ นาบาส นายทวารจอมเก๋าให้นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : น่าจะดร็อป เซร์คิโอ รามอส ซึ่งมีสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย เพื่อให้ มาร์ควินญอส กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ เพรสเนล คิมเพมเบ้ ส่วนแบ็กขวายังคงใช้งาน อัชราฟ ฮาคิมี่ เช่นเดียวกับแบ็กซ้ายที่น่าจะให้ นูโน่ เมนเดส ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม

แดนกลาง : พร้อมให้ เลอันโดร ปาราเดส นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เช่นเดียวกับ อังเดร แอร์เรร่า ซึ่งมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต จึงน่าจะให้ มาร์โก แวร์รัตติ ยืนคุมเกมร่วมกับ อิดริสซ่า เกย์ และ ดานิโล่ เปไรร่า เหมือนอย่างนัดที่แล้ว

แนวรุก : รอเช็กสภาพความฟิตของ อังเคล ดิ มาเรีย แต่ไม่น่าจะเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริง เพราะว่า 3 ประสานในแดนหน้าเพิ่งโชว์ฟอร์มกันได้แบบเข้าฝักจากนัดก่อน จึงพร้อมให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ เนย์มาร์ ซึ่งแบ่งกันซัดได้คนละ 3 ประตูจากการเหมาแฮตทริกออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ แม้จะยิงประตูในนัดที่แล้วไม่ได้ แต่สามารถทำ "แฮตทริก-แอสซิสต์" จากการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนในแดนหน้าสอยตาข่ายได้ถึง 3 ลูกเลยนั่นเอง


โอลิมปิก มาร์กเซย

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : ชนะ นีซ 2-1 (เหย้า)

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : ชนะ แซงต์ เอเตียน 4-2 (เยือน)

ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก : ชนะ พีเอโอเค ซาโลนิก้า 2-1 (เหย้า)

ลีก เอิง ฝรั่งเศส : ชนะ มงต์เปลลิเย่ร์ 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ พีเอโอเค ซาโลนิก้า 1-0 (เยือน)


ฮอร์เก้ ซามเปาลี กุนซือ "โอเอ็ม" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเฉือนชนะ พีเอโอเค ซาโลนิก้า 1-0 ในศึกยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 จึงสามารถตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ และยังอยู่ในช่วงฟอร์มสุดแจ่มจากการไล่เก็บชัยได้ถึง 8 เกมติดต่อกันในทุกรายการที่ลงสนามเลยด้วย แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ว่าไม่ใช่พวกแข้งหลัก แต่พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน นำทัพโดย ดิมิทรี ปาเย่ต์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งนั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-1-2

สตีฟ มองดองด้า, วาเลนติโน่ รอนชิเย่ร์, วิลเลี่ยม ซาลิบ้า, ดูเย่ คาเลต้า-คาร์, ลวน เปเรส, มัตเตโอ เก็นดูซี่, ปาเป้ เกย์, บูบาการ์ กามาร่า, ดิมิทรี ปาเย่ต์, เซนกิช อุนแดร์, บัมบา เดียง


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ สตีฟ มองดองด้า ยืนเฝ้าเสาต่อไปตามเดิม เพราะยังคงสวมบทเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม

แนวรับ : น่าจะให้ ดูเย่ คาเลต้า-คาร์ กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ วิลเลี่ยม ซาลิบ้า ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ วาเลนติโน่ รอนชิเย่ร์ ซึ่งจะยืนอยูาฝั่งตรงข้ามของ ลวน เปเรส ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : อาจขยับ บูบาการ์ กามาร่า จากแนวรับขึ้นมายืนเป็นตัวตัดเกม เพราะเป็นนักเตะสาระประโยชน์ในแดนหลังอยู่แล้ว เพื่อให้ประสานงานกับ มัตเตโอ เก็นดูซี่ และ ปาเป้ เกย์

แนวรุก : รอเช็กสภาพความฟิตของ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค แต่ไม่ได้เป็นตัวหลักอยู่แล้ว จึงอาจจะได้กับมานั่งเป็นตัวสำรอง และพร้อมวาง ดิมิทรี ปาเย่ต์ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของคู่กองหน้า ซึ่งน่าจะดร็อป อามิน อาริท เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ บัมบา เดียง ยืนล่าตาข่ายคู่กับ เซนกิช อุนแดร์


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 39 เกม ปรากฎว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 22 เกม เสมอ 8 เกม และแพ้ 9 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้จากการลงเตะในศึกลีก เอิง เมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า "เปแอสเช" เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 0-1


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า เสมอที่บ้านของ โอลิมปิก มาร์กเซย แบบไร้สกอร์ 0-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เหนือกว่าจากการเก็บชัยได้ถึง 3 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 1 เกม


ความน่าจะเป็น

เป็นเกมแห่ศักดิ์ศรี "เลอ คลาสสิก" ของ 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกลูกหนังเมืองน้ำหอม แม้ว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะยังคงนำโด่งเป็นจ่าฝููงแบบยาวๆ แต่ โอลิมปิก มาร์กเซย กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแจ่ม เพราะไล่เก็บชัยชนะได้ถึง 8 เกมซ้อน และอยู่ในช่วงคึกคึกจากการตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกฟุตบอลยุโรปในศึกยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก ได้ด้วย


แต่ว่า "เปแอสเช" เป็นทีมที่เล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะยังไม่พบกับความพ่ายแพ้คาถิ่นของตัวเองจากการลงเล่นในศึกลีก เอิง ฤดูกาลนี้แม้แต่นัดเดียว ส่วน โอลิมปิก มาร์กเซย เป็นทีมที่ทำผลงานในนัดเยือนได้ดีที่สุดในซีซั่นนี้เสียด้วย คาดว่าเกมคู่นี้จะหวดกันแบบสนุกอย่างแน่นอน จึงต้องตัดสินกันที่แนวรุกของฝั่งไหนจะเฉียบคมกว่ากัน

แม้ว่า "โอเอ็ม" จะเล่นเกมสวนกลับได้แบบเฉียบขาด และมี ดิมิทรี ปาเย่ต์ เป็นตัววางบอลชั้นเยี่ยมเลยด้วย แต่ว่าแนวรุกของ "เปแอสเช" กำลังเล่นกันได้แบบเข้าฝักทั้ง 3 คนเลย คาดว่าเจ้าถิ่นน่าะมีโอกาสเก็บชัยชนะได้มากกว่า แต่ไม่น่าจะยิงประตูกันแบบขาดลอย


ผลที่คาด : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 2-1

ดู 35 ครั้ง