หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

ในโลกของเกมลูกหนังมีนักเตะชื่อเสียงหลายๆ คนที่ต้องโชคร้ายจากปัญหาเรื่องของอาการบาดเจ็บ จึงไม่สามารถโชว์ฝีเท้าบนสังเวียนแข้งได้แบบเต็มที่ เพราะว่าต้องหลบไปพักรักษาตัวอยู่เป็นประจำเลยนั่นเอง


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

และมีอย่างน้อยอยู่ถึง 10 คนที่ต้องแปรสภาพเป็น "ดาวเตะจอมเดี้ยง" แบบโลกไม่ลืมตามรายชื่อดังต่อไปนี้เลย


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

อาบู ดิอาบี้


เริ่มต้นกันด้วย อาบู ดิอาบี้ อดีตกองกลางชาวฝรั่งเศส ซึ่งเคยสร้างชื่อจากการค้าแข้งให้กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ระหว่างปี 2006-2015 แต่ไม่ได้ถูกจดจำจากเรื่องของฝีเท้าเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าได้ขึ้นชื่อเป็นนักเตะจอมเดี้ยงแบบกระดูกเปราะสุดๆ และมีประวัติการรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บแทบจะทุกส่วนในร่างกายเลยด้วย แม้จะเคยใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม นานถึง 9 ปีเลยทีเดียว แต่กลับได้ลงสนามในทุกรายการเพียงแค่ 180 เกม และเคยเสียเวลาพักรักษาจากอาการบาดเจ็บแบบร่วมทั้งหมดนานกว่า 1,000 วันเลยด้วย


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

แจ็ค วิลเชียร์


ไปต่อกันที่ แจ็ค วิลเชียร์ กองกลางชาวอังกฤษ ซึ่งเคยสร้างชื่อจากการค้าแข้งให้กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ด้วยเช่นกัน และเคยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่น่าจับตามากที่สุดในโลกเมื่อตอนสมัยที่เพิ่งแจ้งเกิดในปี 2008 เพราะว่ามีสไตล์การเล่นแบบดุดันตามประสาของมิดฟิลด์ตัวตัดเกม จึงเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่ได้พรากชีวิตในช่วงรุ่งโรจน์ของอาชีพนักฟุตบอลไปด้วยเลย โดยได้แปรสภาพกลายเป็นนักเตะจอมเดี้ยงที่ต้องวนเวียนอยู่กับการรักษาตัวเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาล 2016/2017 ที่ได้ลงสนามเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น แม้ว่าในช่วงปี 2022 จะยังคงอยู่สู้เพื่อโชว์ฝีเท้าบนสังเวียนแข้งต่อไป แต่ว่ามีสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงเล่นในเกมระดับสูงเสียแล้ว ทั้งๆ ที่เพิ่งมีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น จึงได้ตัดสินใจไปเล่นในลีกรองของทวีปยุโรปด้วยการย้ายไปร่วมทัพ อาร์ฮุส ในลีกเดนมาร์กนั่นเอง


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

โจนาธาน วูตเกต


ส่วนในรายของ โจนาธาน วูตเกต อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษเคยได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นในแนวรับอนาคตไกลด้วยเช่นกัน โดยเริ่มแจ้งเกิดกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 1998 หลังจากนั้นได้เริ่มเจอโรคเดี้ยงตามเล่นงานในช่วงที่ย้ายไปร่วมทัพ นิวคาสเซิ่ล ในปี 2002 แม้จะมีชื่อเสียงที่พอขายได้เมื่อที่ย้ายไปซบ เรอัล มาดริด ในปี 2004 แต่กลับต้องพักรักษาตัวในช่วงตลอดทั้งฤดูกาล 2004/2005 แบบไม่ได้ลงสนามแม้แต่นัดเดียว จึงต้องตัดสินใจย้ายกลับบ้านเกิดเพื่อไปค้าแข้งกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในปี 2006 เพราะจะได้มีโอกาสลงสนามบ้างนั่นเอง แต่ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนแบบต่อเนื่องจนถึงวันที่ต้องจำใจเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2016 ไปเลย


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

เลดลีย์ คิง


ด้าน เลดลีย์ คิง อดีตกองหลังชาวอังกฤษถือว่าเป็นนักเตะระดับตำนานของ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ได้เลย เพราะว่าอยู่ปักหลักค้าแข้งให้เพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้นในช่วงระหว่างปี 1998-2012 แม้จะได้ลงสนามรับใช้ทีมต้นสังกัดแบบต่อเนื่องเลย แต่จะเป็นไปแบบสลับกับช่วงที่ต้องหายหน้าหายตาไปเพื่อพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่เป็นประจำเลยด้วย จึงต้องตัดสินใจไม่ฝืนสังขารด้วยการประกาศเลิกเล่นฟุตบอลก่อนวัยอันควรในช่วงปี 2012 ด้วยอายุเพียง 32 ปีเท่านั้น


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

อาร์เยน ร็อบเบน


ด้าน อาร์เยน ร็อบเบน อดีตปีกทีมชาติฮอลแลนด์ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณในเรื่องของฝีเท้ากันมากนัก โดยเคยฝากผลงานการเป็นแนวรุกตัวจัดจ้าน และเคยสร้างชื่อจากการพเนจรไปค้าแข้งกับทีมใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค แต่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะกระดูกเปราะของวงการลูกหนังโลกด้วยเช่นกัน เพราะว่ามีปัญหาบาดเจ็บแบบสะสมทรัพย์จากการที่ต้องหลบไปพักรักษาแบบเรื่อยๆ เลยนั่นเอง จึงต้องเล่นฟุตบอลแบบถนอมตัวมาโดยตลอด และจะไม่ฝืนลงสนามเป็นเด็ดขาด หากรู้ตัวว่ามีสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์ โดยเพิ่งตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลเป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2021 หลังหวนกลับมาเล่นให้กับ โกรนิงเก้น เพียงช่วงสั้นๆ แค่ไม่กี่เกม


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

มาร์โก รอยส์


ขณะที่ มาร์โก รอยส์ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะจอมเดี้ยงของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ด้วยเช่นกัน แม้จะอยู่ปักหลักรับใช้ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มานานถึง 10 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค เมื่อปี 2012 แต่ว่าต้องหลบไปพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ และเป็นนักเตะที่มีสภาพร่างกายไม่ฟิตสบูรณ์แบบเต็มร้อยมานานแล้วด้วย ทว่าดาวเตะวัย 33 ปียังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมต่อไปเหมือนเดิม


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

อุสมาน เดมเบเล่


ส่วนในรายของ อุสมาน เดมเบเล่ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนังโลกยุคปัจจุบันต่อไป แต่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะจอมเดี้ยงมานานแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปร่วมทัพ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2017 เป็นต้นมา ปรากฎว่าปีกวัย 25 ปีต้องหลบไปพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาล 2019/2022 ได้ลงสนามไม่ถึง 10 เกมเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าในช่วงฤดูกาล 2021/2022 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปจะสลัดอาการเดี้ยงกลับมาโชว์ฟอร์มแจมได้อีกครั้ง แต่ก็พร้อมกลับไปเดี้ยงได้ทุกเมื่อเลยเหมือนกัน


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

เซร์คิโอ อเกโร่


ขณะที่ เซร์คิโอ อเกโร่ อดีตกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะกระดูกเปราะด้วยเช่นกัน แม้จะสามารถยิงประตูได้แบบต่อเนื่อง นับตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อตอนที่ย้ายมาค้าแข้งบนทวีปยุโรปกับ แอตเลติโก มาดริด ในปี 2006 และได้ย้ายมาจารึกชื่อเป็นตำนานดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการยิงประตูได้มากถึง 260 ลูกเลยทีเดียว แต่ว่ามีประวัติการพักรักษาตัวจากโรคเดี้ยงอยู่เป็นประจำเลย โดยมีการจดบันทึกเอาไว้ว่าต้องชวดลงสนามรับใช้ "เรือใบสีฟ้า" จากเรื่องของปัญหาบาดเจ็บแบบร่วมกันทั้งหมดมากถึง 115 เกมเลยทีเดียว และต้องตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลในช่วงปี 2021 เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพจากอาการป่วยด้วยโรคหัวใจนั่นเอง


10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม
10 ดาวเตะจอมเดี้ยงแบบโลกไม่ลืม

มาร์โก แวน บาสเท่น


สำหรับ มาร์โก แวน บาสเท่น ตำนานกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ถือว่าเป็นหนึ่งในยอดดาวยิงของโลกลูกหนังในช่วงทศวรรษ 80-90 นับตั้งแต่แจ้งเกิดในอาชีพค้าแข้งกับ อาแจ๊กซ์ ในปี 1981 และสามารถยิงประตูได้แบบถล่มทลาย จึงได้รับสมญานามแบบไทยๆ ว่า "เพชฌฆาตพรายกระซิบ" จากการวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อสอยตาข่ายในจังหวะยากๆ ได้อยู่ประจำเลย และเคยได้รับเลือกให้คว้ารางวัล "บัลลงดอร์" ในฐานะนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีปยุโรปถึง 3 สมัยในช่วงปี 1988, 1989 และ 1992 ไปเลยด้วย แต่กลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าอย่างรุนแรงเมื่อตอนสมัยที่ค้าแข้งกับ เอซี มิลาน จึงต้องพักรักษาตัวนานถึง 2 ปีเลยทีเดียว ก่อนจะตัดสินใจไม่ฝืนสังขารด้วยการประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในช่วงปี 1995 ไปแบบน่าเสียดายด้วยวัยเพียง 30 ปีเท่านั้น


โรนัลโด้


ปิดท้ายด้วย "โล้นทองคำ" โรนัลโด้ ตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิล ซึ่งแจ้งเกิดจากการสวมบทยอดดาวยิงตั้งแต่เมื่อตอนสมัยที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงต้นทศวรรษ 90 แม้จะเดินหน้าสอยตาข่ายในเกมทุกระดับได้แบบต่อเนื่อง แต่จุดหักเหในชีวิตค้าแข้งของดาวซัลโวเลือดแซมบ้าได้เกิดขึ้นในนัดชิงฟุตบอลโลก 1998 โดยตอนนั้นได้ฝืนลงสนามทั้งๆ ที่มีปัญหาบาดเจ็บตรงบริเวณหัวเข่า และว่ากันว่าต้องมีการฉีดยาระงับความเจ็บปวดเพื่อช่วยบ้านเกิดในเกมนัดสำคัญด้วย แต่กลับพลาดท่าแพ้ ฝรั่งเศส แบบยับเยินถึง 0-3 จึงส่งผลกระทบต่ออาชีพนักฟุตบอลอย่างรุนแรงไปเลย เพราะว่าหลังจากนั้นต้องเจอโรคเดี้ยงเล่นงานแบบเรื้อรัง และเคยหายหน้าหายตาไปพักรักษาตัวนานเกือบ 2 ปีเลยด้วย แม้จะหายเจ็บกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งจนช่วยให้ทีมบ้านเกิดผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ได้ด้วย แต่กลับมีสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์อีกต่อไป แถมยังมีปัญหาเรื่องของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นจนอ้วนฉุไปตามประสาของคนที่ชื่นชอบการเที่ยวเตร่เพื่อเข้าสังคมนั่นเอง จึงต้องจำใจเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2011 ด้วยวัย 35 ปี เพราะว่ามีสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับการค้าแข้งได้อีกต่อไป


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 140 ครั้ง